พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับของโจร: เพียงรับทรัพย์ที่รู้ว่าได้มาจากการกระทำผิด ก็มีความผิดตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องที่เกิดเหตุรวม 2 ตำบล ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้กระทำผิดในตำบลหนึ่งนั้น ไม่เรียกว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยได้
การรับของโจร ไม่จำต้องรับไว้จากคนร้ายที่ลักมาโดยตรง เพียงแต่รับไว้โดยรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย ก็มีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 321 ได้.
การรับของโจร ไม่จำต้องรับไว้จากคนร้ายที่ลักมาโดยตรง เพียงแต่รับไว้โดยรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย ก็มีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 321 ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุเมื่อถูกทำร้ายด้วยอาวุธอันตราย
ก. ไปชวนก่อเหตุถึงบ้านและใช้ขวานทำร้าย ร. ก่อน ร.คว้าไม้กระทู้รั้วไล่ไปเพื่อจับกุม พอทันกัน ก.หันกลับมาเงื้อขวานจะฟัน ร.อีก ร. จึงใช้ไม้กระทู้รั้วตี ก. บาดเจ็บสาหัส ดังนี้ การกระทำของ ร. จึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว แต่พอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวตามกฎหมายอาญา: การกระทำเพื่อป้องกันการถูกทำร้ายด้วยอาวุธ
ก. ไปชวนก่อเหตุถึงบ้านและใช้ขวานทำร้าย ร.ก่อนร. คว้าไม้กระทู้รั้วไล่ไปเพื่อจับกุมพอทันกัน ก. หันกลับมาเงื้อขวานจะฟัน ร. อีกร.จึงใช้ไม้กระทู้รั้วตีก.บาดเจ็บสาหัสดังนี้การกระทำของร. จึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวแต่พอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 904/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับโทษต่อในคดีอาญา: ศาลต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงการรับโทษในคดีเดิมก่อน
โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น เมื่อสำนวนไม่ปรากฎว่าจำเลยต้องโทษในคดีที่ขอหรือไม่นั้น ศาลไม่นับโทษต่อให้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 904/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับโทษต่อจากคดีอื่นต้องมีข้อมูลชัดเจนว่าจำเลยเคยต้องโทษจริง
โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น เมื่อสำนวนไม่ปรากฏว่าจำเลยต้องโทษในคดีที่ขอหรือไม่นั้น ศาลไม่นับโทษต่อให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเช่า กรณีจำเลยเช่าช่วงห้องโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของห้อง
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า 'การที่จำเลยได้เช่าห้องของข้าพเจ้าไปนี้จำเลยหาได้ทำการค้าด้วยตนเองไม่ ความจริงจำเลยได้ให้ผู้มีชื่อเช่าช่วงไปทำการค้า โดยมิได้รับความยินยอมจากข้าพเจ้า ทั้งเป็นการผิดสัญญาที่จำเลยได้ทำไว้กับข้าพเจ้าอีกด้วย' ดังนี้ ฟ้องโจทก์ชัดอยู่แล้วว่า จำเลยเอาห้องที่เช่าจากโจทก์ทั้งหมดไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง ซึ่งก็ตรงตามเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่กรณีเช่าช่วง: ฟ้องไม่เคลือบคลุมเมื่อระบุชัดถึงการเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า "การที่จำเลยได้เช่าห้องของข้าพเจ้าไปนี้ จำเลยหาได้ทำการค้าด้วยตนเองไม่ ความจริงจำเลยได้ให้ผู้มีชื่อเช่าช่วงไปทำการค้า โดยมิได้รับความยินยอมจากข้าพเจ้า ทั้งเป็นการผิดสัญญาที่จำเลยได้ทำไว้กับข้าพเจ้าอีกด้วย" ดังนี้ ฟ้องโจทก์ชัดอยู่แล้วว่า จำเลยเอาห้องที่เช่าจากโจทก์ทั้งหมดไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง ซึ่งก็ตรงตามเรื่องที่โจทก์กล่าวหา จึ่งไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: สิทธิการครอบครองของผู้ซื้อยังเป็นเพียงตัวแทนจำเลย
สัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งได้วางมัดจำกันแล้ว และมีข้อตกลงกันว่าเงินจำนวนที่ยังค้างอยู่อีกนั้น ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดิน พร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิที่ดินกัน แต่ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิกันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพังทันที ดังนี้ เป็นสัญญาจะซื้อขาย เพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป.
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฎว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองของจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดและไปชำระหนี้ได้.
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฎว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองของจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดและไปชำระหนี้ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินและการครอบครองแทน: สิทธิของผู้ซื้อก่อนโอนกรรมสิทธิ์
สัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งได้วางมัดจำกันแล้ว และมีข้อตกลงกันว่าเงินจำนวนที่ยังค้างอยู่อีกนั้น ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินพร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกัน แต่ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์กันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อ เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพังทันที ดังนี้ เป็นสัญญาจะซื้อขาย เพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฏว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองแทนจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดไปชำระหนี้ได้
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฏว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองแทนจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดไปชำระหนี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำรับของผู้ต้องหาที่บันทึกโดยไม่ใช่พนักงานสอบสวน ไม่ผูกมัดในชั้นศาล และการขนย้ายข้าวภายในจังหวัดเดียวกัน
คำรับของผู้ต้องหาต่อนายสิบและพลตำรวจที่บันทึกขึ้นไว้ หาผูกมัดผู้นั้นในชั้นศาลไม่ เพราะตำรวจผู้บันทึกไม่ใช่พนักงานสอบสวน
ฟ้องหาว่า จำเลยเจตนาขนย้ายข้าวภายในเขตต์จังหวัดเดียวกัน แต่เป็นการขนย้ายทางทะเล ดังนี้ ย่อมไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มาตรา 10,13 เพราะมิได้เป็นการขนย้ายออกนอกเขตต์ที่กำหนดไว้.
(อ้างฎีกาที่ 637/2492)
ฟ้องหาว่า จำเลยเจตนาขนย้ายข้าวภายในเขตต์จังหวัดเดียวกัน แต่เป็นการขนย้ายทางทะเล ดังนี้ ย่อมไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มาตรา 10,13 เพราะมิได้เป็นการขนย้ายออกนอกเขตต์ที่กำหนดไว้.
(อ้างฎีกาที่ 637/2492)