พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินจากการยึดถือต่างดอกเบี้ยและการเปลี่ยนแปลงฐานะทางกฎหมาย จำเป็นต้องมีการสืบพยานเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ
ข้อเท็จจริงได้ความว่า บิดาโจทก์ได้มอบที่พิพาท ซึ่งเป็นที่มือเปล่าให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย บิดาโจทก์ตายแล้วนางแย้มขายที่พิพาทให้จำเลย จำเลยครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมา 4 ปี โจทก์ยังเถียงอยู่ว่า นางแย้มไม่ใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ และยังเถียงอยู่ว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์มาแต่เดิม ได้ความเพียงนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชี้ว่าจำเลยได้สิทธิครอบครอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกคืน
บิดาโจทก์มอบให้จำเลยยึดถือที่นาทำต่างดอกเบี้ย จำเลยจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 1381 ป.ม.แพ่ง ฯ.
บิดาโจทก์มอบให้จำเลยยึดถือที่นาทำต่างดอกเบี้ย จำเลยจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 1381 ป.ม.แพ่ง ฯ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และการเปลี่ยนแปลงฐานะการยึดถือที่ดิน กรณีต่างดอกเบี้ย
ข้อเท็จจริงได้ความว่า บิดาโจทก์ได้มอบที่พิพาท ซึ่งเป็นที่มือเปล่าให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย บิดาโจทก์ตายแล้วนางแย้มขายที่พิพาทให้จำเลย จำเลยครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมา 4 ปี โจทก์ยังเถียงอยู่ว่า นางแย้มไม่ใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ และยังเถียงอยู่ว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์มาแต่เดิม ได้ความเพียงนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชี้ว่าจำเลยได้สิทธิครอบครอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกคืน
บิดาโจทก์มอบให้จำเลยยึดถือที่นาทำต่างดอกเบี้ย จำเลยจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
บิดาโจทก์มอบให้จำเลยยึดถือที่นาทำต่างดอกเบี้ย จำเลยจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฎีกาและการยื่นฎีกาก่อนคู่ความอีกฝ่ายได้รับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โจทก์ยื่นฎีกาก่อนจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะรับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาไม่ได้ เพราะได้ยื่นก่อนที่มีสิทธิจะฎีกาได้.
(อ้างฎีกาที่ 218/2491)
(อ้างฎีกาที่ 218/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงเลิกหุ้นส่วนและการยกข้อต่อสู้ใหม่ในชั้นฎีกา
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันตกลงเลิกหุ้นส่วนและคิดบัญชีแล้ว ขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าหุ้นและกำไรให้โจทก์ จำเลยให้การว่า หุ้นส่วนยังไม่ได้เลิกกัน ดังนี้ จำเลยจะยกข้อต่อสู้ขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาว่า การตกลงนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะหุ้นส่วนไม่ได้มาประชุมพร้อมกันหมดไม่ได้ เพราะมิได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อต่อสู้ใหม่ในชั้นฎีกาที่ไม่เคยยกขึ้นสู่การพิจารณาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับพิจารณา
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันตกลงเลิกหุ้นส่วนและคิดบัญชีแล้ว ขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าหุ้นและกำไรให้โจทก์ จำเลยให้การว่า หุ้นส่วนยังไม่ได้เลิกกันดังนี้ จำเลยจะยกข้อต่อสู้ขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาว่าการตกลงนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะหุ้นส่วนไม่ได้มาประชุมพร้อมกันหมดไม่ได้เพราะมิได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำพิพากษาผูกพันคู่ความจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยศาลสูงกว่าเท่านั้น ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำพิพากษาเดิมไม่ได้
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 คำพิพากษาของศาลย่อมผูกพันคู่ความจนคำพิพากษานั้นจะได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกลับหรืองดเสียนี้ตามปกติเป็นอำนาจของศาลสูงขึ้นไป คือศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนคำพิพากษาของตัวเองหาได้ไม่
เดิมจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ในคดีนี้ออกจากที่เช่า โจทก์ต่อสู้ในคดีเดิมนั้นว่ามติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าใช้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้โจทก์สืบในข้อนี้ พิพากษาขับไล่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ทุเลาการบังคับ และให้รอการพิจารณาไว้ก่อนโดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องทำลายมติคณะกรรมการแล้ว แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด ศาลจึงไม่รับอุทธรณ์
คดีนั้นถึงที่สุด ต่อมาศาลพิพากษาให้ทำลายมติคณะกรรมการโจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้ทำลายคำพิพากษาในคดีเดิมที่ขับไล่โจทก์นั้นเสียดังนี้ โจทก์ย่อมฟ้องไม่ได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 144 ประกอบกับมาตรา 145 และ 148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
เดิมจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ในคดีนี้ออกจากที่เช่า โจทก์ต่อสู้ในคดีเดิมนั้นว่ามติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าใช้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้โจทก์สืบในข้อนี้ พิพากษาขับไล่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ทุเลาการบังคับ และให้รอการพิจารณาไว้ก่อนโดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องทำลายมติคณะกรรมการแล้ว แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด ศาลจึงไม่รับอุทธรณ์
คดีนั้นถึงที่สุด ต่อมาศาลพิพากษาให้ทำลายมติคณะกรรมการโจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้ทำลายคำพิพากษาในคดีเดิมที่ขับไล่โจทก์นั้นเสียดังนี้ โจทก์ย่อมฟ้องไม่ได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 144 ประกอบกับมาตรา 145 และ 148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำพิพากษาผูกพันคู่ความจนกว่าจะเปลี่ยนแปลงโดยศาลสูงขึ้นไป ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำพิพากษาเดิมไม่ได้
ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 145 คำพิพากษาของศาลย่อมผูกพันคู่ความจนคำพิพากษานั้นจะได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกลับหรืองดเสียนี้ ตามปกติเป็นอำนาจของศาลสูงขึ้นไป คือศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนคำพิพากษาของตัวเองหาได้ไม่
เดิมจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ในคดีนี้ออกจากที่เช่า โจทก์ต่อสู้ในคดีเดิมนั้นว่ามติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าใช้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้โจทก์สืบในข้อนี้ พิพากษาขับไล่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ทุเลาการบังคับ และให้รอการพิจารณาไว้ก่อนโดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องทำลายมติคณะกรรมการแล้ว แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด ศาลจึงไม่รับอุทธรณ์ คดีนั้นถึงที่สุด ต่อมาศาลพิพากษาให้ทำลายมติคณะกรรมการ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้ทำลายคำพิพากษาในคดีเดิมที่ขับไล่โจทก์นั้นเสีย ดังนี้ โจทก์ย่อมฟ้องไม่ได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 144 ประกอบกับมาตรา 145 และ 148 ป.ม.วิ.แพ่ง.
เดิมจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ในคดีนี้ออกจากที่เช่า โจทก์ต่อสู้ในคดีเดิมนั้นว่ามติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าใช้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้โจทก์สืบในข้อนี้ พิพากษาขับไล่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ทุเลาการบังคับ และให้รอการพิจารณาไว้ก่อนโดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องทำลายมติคณะกรรมการแล้ว แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด ศาลจึงไม่รับอุทธรณ์ คดีนั้นถึงที่สุด ต่อมาศาลพิพากษาให้ทำลายมติคณะกรรมการ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้ทำลายคำพิพากษาในคดีเดิมที่ขับไล่โจทก์นั้นเสีย ดังนี้ โจทก์ย่อมฟ้องไม่ได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 144 ประกอบกับมาตรา 145 และ 148 ป.ม.วิ.แพ่ง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งตั้งผู้ปกครอง: ผู้ร้องต้องพิสูจน์ความเหมาะสมของผู้ถูกเสนอชื่อ ไม่ใช่แค่เปรียบเทียบกับผู้คัดค้าน
อัยการได้ร้องขอให้ตั้ง ส.เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์มีผู้คัดค้านว่าส.เป็นผู้ไม่สมควรเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ประเด็นคงมีแต่เพียงว่า สมควรจะตั้ง ส.เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์หรือไม่ ผู้ร้องขอมุ่งสืบไปในทางว่า ส. เป็นผู้ที่สมควรเป็นผู้ปกครองมากกว่าผู้คัดค้าน แต่หาได้สืบให้เป็นที่พอใจศาลว่า ส. เป็นผู้ที่สมควรเป็นผู้ปกครองหรือไม่ ดังนี้ ต้องยกคำร้องขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งตั้งผู้ปกครอง: ผู้ร้องต้องพิสูจน์ความเหมาะสมของตนเอง ไม่เพียงแค่ความไม่เหมาะสมของผู้อื่น
อัยยการได้ร้องขอให้ตั้ง ส.เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ มีผู้คัดค้านว่า ส.เป็นผู้ไม่สมควรเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ประเด็นคงมีแต่เพียงว่า สมควรจะตั้ง ส.เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์หรือไม่ ผู้ร้องขอมุ่งสืบไปในทางว่า ส.เป็นผู้ที่สมควรเป็นผู้ปกครองมากกว่าผู้คัดค้าน แต่หาได้สืบให้เป็นที่พอใจศาลว่า ส.เป็นผู้ที่สมควรเป็นผู้ปกครองหรือไม่ ดังนี้ ต้องยกคำร้องขอ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีและการแสดงอำนาจพิเศษในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ แม้เป็นบริวารของจำเลย หากแสดงอำนาจพิเศษได้ คำพิพากษาไม่ผูกพัน
ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิในการเช่าตึกของกระทรวงการคลังจำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาทในชั้นแรกผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย ศาลได้มีคำสั่งให้ผู้ร้องออกจากตึกเช่าของโจทก์ซึ่งเช่าจากกระทรวงการคลังในฐานะเป็นบริวารของจำเลยแล้วต่อมาถ้าปรากฏว่าผู้ร้องได้เป็นผู้เช่าตึกรายนี้จากกระทรวงการคลังแล้ว ดังนี้ ถือว่าผู้ร้องมีอำนาจพิเศษในการที่จะอยู่ในที่ดินนั้นได้ โดยไม่อาศัยอำนาจของจำเลยแล้ว ก็เป็นอันนำเอาคำพิพากษานั้นมาบังคับผู้ร้องไม่ได้ต่อไป
การบังคับขับไล่บุคคลนอกคดีนั้น จะบังคับได้ก็เฉพาะที่เป็นบริวารของจำเลยและไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษได้ตามมาตรา 142(1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ถ้าผู้นั้นแสดงอำนาจพิเศษได้ว่าอยู่ในที่ดินโดยไม่ได้อาศัยอำนาจของจำเลยไม่ว่าในขณะใดแล้ว ก็จะนำเอาคำพิพากษานั้นมาบังคับผู้นั้นไม่ได้อีกต่อไป
การบังคับขับไล่บุคคลนอกคดีนั้น จะบังคับได้ก็เฉพาะที่เป็นบริวารของจำเลยและไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษได้ตามมาตรา 142(1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ถ้าผู้นั้นแสดงอำนาจพิเศษได้ว่าอยู่ในที่ดินโดยไม่ได้อาศัยอำนาจของจำเลยไม่ว่าในขณะใดแล้ว ก็จะนำเอาคำพิพากษานั้นมาบังคับผู้นั้นไม่ได้อีกต่อไป