พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีกับบุคคลภายนอกคดี: อำนาจพิเศษในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์
ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิในการเช่าตึกของกระทรวงการคลัง จำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาท ในชั้นแรกผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย ศาลได้มีคำสั่งให้ผู้ร้องออกจากตึกเช่าของโจทก์ ซึ่งเช่าจากกระทรวงการคลังในฐานะเป็นบริวารของจำเลยแล้ว ต่อมาถ้าปรากฎว่าผู้ร้องได้เป็นผู้เช่าตึกรายนี้จากกระทรวงการคลังแล้ว ดังนี้ ถือว่าผู้ร้องมีอำนาจพิเศษในการที่จะอยู่ในที่ดินนั้นได้ โดยไม่อาศัยอำนาจของจำเลยแล้ว ก็เป็นอันนำเอาคำพิพากษานั้นมาบังคับผู้ร้องไม่ได้ต่อไป
การบังคับขับไล่บุคคลนอกคดีนั้น จะบังคับได้ก็ฉะเพาะที่เป็นบริวารของจำเลยและไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษได้ตามมาตรา 142(1) ป.ม.วิ.แพ่ง แต่ถ้าผู้นั้นแสดงอำนาจพิเศษได้ว่าอยู่ในที่ดินโดยไม่ได้อาศัยอำนาจของจำเลยไม่ว่าในขณะใดแล้ว ก็จะนำเอาคำพิพากษานั้นมาบังคับผู้นั้นไม่ได้อีกต่อไป.
การบังคับขับไล่บุคคลนอกคดีนั้น จะบังคับได้ก็ฉะเพาะที่เป็นบริวารของจำเลยและไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษได้ตามมาตรา 142(1) ป.ม.วิ.แพ่ง แต่ถ้าผู้นั้นแสดงอำนาจพิเศษได้ว่าอยู่ในที่ดินโดยไม่ได้อาศัยอำนาจของจำเลยไม่ว่าในขณะใดแล้ว ก็จะนำเอาคำพิพากษานั้นมาบังคับผู้นั้นไม่ได้อีกต่อไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงและสิทธิในการอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: ผู้เช่าช่วงไม่มีสิทธิอ้าง พ.ร.บ. กับเจ้าของที่ดินโดยตรง
ผู้ร้องได้เช่าเคหะซึ่งจำเลยปลูกในที่ดินซึ่งจำเลยเช่ามาจากโจทก์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ยินยอมด้วยต้องถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้เช่าจากโจทก์ จะอ้างพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันยันโจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าช่วง-บริวาร: สิทธิในการอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ผู้ร้องได้เช่าเคหะซึ่งจำเลยปลูกในที่ดินซึ่งจำเลยเช่ามาจากโจทก์ โดยไม่ปรากฎว่าโจทก์ยินยอมด้วย ต้องถือว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้เช่าจากโจทก์ จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันยันโจทก์ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องเรียกคืนเงินเกินชำระ: คดีก่อนไม่ใช่เรื่องขาดตกบกพร่อง แต่เป็นเรื่องเนื้อที่ซื้อขายไม่ครบ ศาลใช้มาตรา 419
คดีก่อนโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยยักย้ายหลักเขตที่ดินที่จำเลยขายแก่โจทก์ ขอให้จำเลยส่งมอบที่ดินที่ขาด หรือใช้ราคา
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยักย้ายหลักเขตเป็นเรื่องเนื้อที่ที่ซื้อขายกันมีไม่ครบตามสัญญา และจะบังคับให้จำเลยใช้เงินราคาที่ดินไม่ได้ เพราะเป็นการฟ้องเรียกราคาที่ดินที่ขาดพิพากษายกฟ้อง โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีใหม่เรียกเงินที่ชำระให้แก่จำเลยเกินไป อันเป็นการฟ้องเรียกเงินคืนฐานลาภมิควรได้ จึงนำอายุความตามมาตรา467 มาบังคับไม่ได้ ต้องบังคับตามมาตรา 419 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการเรียกคืนลาภมิควรได้
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยักย้ายหลักเขตเป็นเรื่องเนื้อที่ที่ซื้อขายกันมีไม่ครบตามสัญญา และจะบังคับให้จำเลยใช้เงินราคาที่ดินไม่ได้ เพราะเป็นการฟ้องเรียกราคาที่ดินที่ขาดพิพากษายกฟ้อง โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีใหม่เรียกเงินที่ชำระให้แก่จำเลยเกินไป อันเป็นการฟ้องเรียกเงินคืนฐานลาภมิควรได้ จึงนำอายุความตามมาตรา467 มาบังคับไม่ได้ ต้องบังคับตามมาตรา 419 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการเรียกคืนลาภมิควรได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องเรียกคืนเงินที่ชำระเกิน การฟ้องใหม่ไม่ขาดอายุความหากอ้างฐานลาภมิควรได้
คดีก่อนโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยยักย้ายหลักเขตต์ที่ดินที่จำเลยขายแก่โจทก์ ขอให้จำเลยส่งมอบที่ดินที่ขาด หรือใช้ราคา ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยักย้ายหลักเขตต์เป็นเรื่องเนื้อที่ที่ซื้อขายกันมีไม่ครบตามสัญญา และจะบังคับให้จำเลยใช้เงินราคาที่ดินไม่ได้ เพราะเป็นการฟ้องเรียกราคาที่ดินที่ขาด พิพากษายกฟ้อง โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีใหม่เรียกเงินที่ชำระให้แก่จำเลยเกินไป อันเป็นการฟ้องเรียกเงินคืนฐานลาภมิควรได้ จึงนำอายุความตามมาตรา 467 มาบังคับไม่ได้ ต้องบังคับตามมาตรา 419 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการเรียกคืนลาภมิควรได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคดีฆ่าคนตายโดยไม่มีศพชันสูตร: การใช้ข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาเดิม
เมื่อไม่ได้มีการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย เพราะบิดาผู้ตายได้จัดการเผาศพไปก่อนแล้ว โจทก์ก็ย่อมฟ้องจำเลยในความผิดฐานฆ่าคนตายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีฆ่าคนตายโดยไม่มีศพ การชันสูตรพลิกศพ และการรับฟังพยานหลักฐาน
เมื่อไม่ได้มีการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย เพราะบิดาผู้ตาย ได้จัดการเผาศพไปก่อนแล้ว โจทก์ก็ย่อมฟ้องจำเลยในความผิดฐานฆ่าคนตายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องไม่สมบูรณ์และข้อเท็จจริงไม่สอดคล้อง แม้ฟ้องสมบูรณ์ก็ต้องยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เพราะฟ้องไม่สมบูรณ์และชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อข้อเท็จจริง ชั้นฎีกาโจทก์มิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดไว้นั้นกลับฎีกาเฉพาะเรื่องฟ้องสมบูรณ์หรือไม่ ดังนี้ แม้ฟ้องจะสมบูรณ์จริงเมื่อข้อเท็จจริงยังคงเป็นดังที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดไว้ ก็ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโต้แย้งเฉพาะประเด็นกฎหมายโดยไม่โต้แย้งข้อเท็จจริง ทำให้ศาลยืนตามคำพิพากษาเดิม แม้ฟ้องจะสมบูรณ์
ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เพราะฟ้องไม่สมบูรณ์ และชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อข้อเท็จจริง ชั้นฎีกาโจทก์มิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดไว้นั้น กลับฎีกาฉะเพาะเรื่องฟ้องสมบูรณ์หรือไม่ ดังนี้ แม้ฟ้องจะสมบูรณ์จริง เมื่อข้อเท็จจริงยังคงเป็นดั่งที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดไว้ ก็ต้องยกฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขาย: การตีความสัญญาจากข้อความในฟ้องและหลักฐานที่อ้างอิง
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์ตกลงซื้อนาจากจำเลย ชำระราคาแล้ว และเข้าครอบครองตลอดมา หลักฐานการจะซื้อขายอยู่ที่ทำการสหกรณ์ ยังไม่ได้โอนกันตามระเบียบ จึงฟ้องขอให้จำเลยโอนขาย ฟ้องดังนี้ตีความได้ว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลย เป็นสัญญาจะซื้อขาย