พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของร่วมฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอื่นไม่ได้ แม้มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
เจ้าของร่วมในเรือนพิพาทไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอีกผู้หนึ่งออกจากเรือนพิพาทได้
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยอาศัยจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ ข้อเท็จจริงฟังว่าเรือนพิพาท จำเลยเป็นเจ้าของอยู่ด้วยดังนี้ คดีไม่มีประเด็นว่าโจทก์อาจเป็นเจ้าของรวมหรืออาจไม่เป็นเจ้าของเลยหรือจะควรแบ่งกึ่งให้โจทก์จำเลยหรือจะควรประการใดศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยอาศัยจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ ข้อเท็จจริงฟังว่าเรือนพิพาท จำเลยเป็นเจ้าของอยู่ด้วยดังนี้ คดีไม่มีประเด็นว่าโจทก์อาจเป็นเจ้าของรวมหรืออาจไม่เป็นเจ้าของเลยหรือจะควรแบ่งกึ่งให้โจทก์จำเลยหรือจะควรประการใดศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของร่วมไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอื่นออกจากเรือนพิพาท
เจ้าของร่วมในเรือนพิพาทไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอีกผู้หนึ่งออกจากเรือนพิพาทได้
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ ข้อเท็จจริงฟังว่าเรือนพิพาท จำเลยเป็นเจ้าของอยู่ด้วย ดังนี้ คดีไม่มีประเด็นว่าโจทก์อาจเป็นเจ้าของรวมหรืออาจไม่เป็นเจ้าของเลยหรือจะควรแบ่งกึ่งให้โจทก์จำเลยหรือจะควรประการใด ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง./
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ ข้อเท็จจริงฟังว่าเรือนพิพาท จำเลยเป็นเจ้าของอยู่ด้วย ดังนี้ คดีไม่มีประเด็นว่าโจทก์อาจเป็นเจ้าของรวมหรืออาจไม่เป็นเจ้าของเลยหรือจะควรแบ่งกึ่งให้โจทก์จำเลยหรือจะควรประการใด ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องยักยอกต้องระบุชัดว่าจำเลยขายทรัพย์สินที่รับมอบหมายหรือไม่ หากไม่ชัดเจนถือเป็นฟ้องไม่ถูกต้อง
คดีหาว่า จำเลยยักยอกแหวนของโจทก์ที่ฝากจำเลยขายนั้น คำฟ้องของโจทก์จะต้องปรากฎให้แจ้งชัดว่า จำเลยได้ขายแหวนที่ได้รับมอบหมายไปจากโจทก์แล้ว มิฉะนั้นจะกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกแหวนมิได้.
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยรับแหวนไปแล้ว ไม่เอาแหวนหรือเงินมาให้โจทก์ ครั้นโจทก์ทวงถามกลับโต้เถียงว่าคืนให้แล้วนั้น เป็นแต่แสดงเหตุที่ทำให้โจทก์รู้สึกตัวว่าถูกโกงเท่านั้น หาใช่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ขายแหวนแต่ยักยอกเสีย อันเป็นองค์ความผิดฐานยักยอกแหวนให้แน่ชัดลงไปไม่ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ก็ไม่ได้ เพราะฟ้องขาดข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ความผิด ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้ขอแก้ฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง./
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยรับแหวนไปแล้ว ไม่เอาแหวนหรือเงินมาให้โจทก์ ครั้นโจทก์ทวงถามกลับโต้เถียงว่าคืนให้แล้วนั้น เป็นแต่แสดงเหตุที่ทำให้โจทก์รู้สึกตัวว่าถูกโกงเท่านั้น หาใช่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ขายแหวนแต่ยักยอกเสีย อันเป็นองค์ความผิดฐานยักยอกแหวนให้แน่ชัดลงไปไม่ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ก็ไม่ได้ เพราะฟ้องขาดข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ความผิด ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้ขอแก้ฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องฐานยักยอกต้องชัดเจนว่าจำเลยขายทรัพย์สินแล้ว หากยังไม่ได้ขายถือว่าไม่ได้ยักยอก
คดีหาว่า จำเลยยักยอกแหวนของโจทก์ที่ฝากจำเลยขายนั้นคำฟ้องของโจทก์จะต้องปรากฏให้แจ้งชัดว่า จำเลยได้ขายแหวนที่ได้รับมอบหมายไปจากโจทก์แล้ว มิฉะนั้นจะกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกแหวนมิได้
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยรับแหวนไปแล้ว ไม่เอาแหวนหรือเงินมาให้โจทก์ครั้นโจทก์ทวงถามกลับโต้เถียงว่าคืนให้แล้วนั้น เป็นแต่แสดงเหตุที่ทำให้โจทก์รู้สึกตัวว่าถูกโกงเท่านั้น หาใช่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ขายแหวน แต่ยักยอกเสีย อันเป็นองค์ความผิดฐานยักยอกแหวนให้แน่ชัดลงไปไม่ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ก็ไม่ได้เพราะฟ้องขาดข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ความผิด ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้ขอแก้ฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยรับแหวนไปแล้ว ไม่เอาแหวนหรือเงินมาให้โจทก์ครั้นโจทก์ทวงถามกลับโต้เถียงว่าคืนให้แล้วนั้น เป็นแต่แสดงเหตุที่ทำให้โจทก์รู้สึกตัวว่าถูกโกงเท่านั้น หาใช่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ขายแหวน แต่ยักยอกเสีย อันเป็นองค์ความผิดฐานยักยอกแหวนให้แน่ชัดลงไปไม่ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ก็ไม่ได้เพราะฟ้องขาดข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ความผิด ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้ขอแก้ฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การผิดสัญญาประกันตัวและการปรับนายประกันกรณีจำเลยหลบหนี ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาศาลล่าง
คดีอาญา ศาลพิพากษาปรับนายประกันฐานผิดสัญญาเป็นจำนวนเงินเกิน 2,000 บาท นายประกันย่อมฎีกาขอลดหย่อนค่าปรับได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปรับนายประกันจากการหลบหนีของจำเลย ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาศาลล่าง
คดีอาญา ศาลพิพากษาปรับนายประกันฐานผิดสัญญาเป็นจำนวนเงินเกิน 2000 บาท นายประกันย่อมฎีกาขอลดหย่อนค่าปรับได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้ให้สินบลไม่มีสิทธิฟ้องผู้รับสินบล แม้ถูกบังคับให้จ่ายเงิน
ความผิดฐานรับสินบลตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 138 นั้น ผู้ให้สินบลไม่มีสิทธิจะฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับสินบลในฐานะเป็นผู้เสียหายได้.
(อ้างฎีกาที่ 968/2479)
(อ้างฎีกาที่ 968/2479)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้ให้สินบนไม่มีสิทธิฟ้องผู้รับสินบน แม้ถูกบังคับให้ให้เงิน
ความผิดฐานรับสินบนตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 138 นั้นผู้ให้สินบนไม่มีสิทธิจะฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับสินบนในฐานะเป็นผู้เสียหายได้(อ้างฎีกาที่ 968/2479)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทำลายทรัพย์สิน - การขาดเจตนาโดยตรงเป็นเหตุให้ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 324
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลงไปสุ่มปลาในนาของนายมาแล้วเหยียบย่ำข้าวกล้าเสียหายขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324 ดังนี้ฟ้องของโจทก์ไม่พอจะเข้าใจได้ว่าจำเลยมีเจตนาโดยตรงที่จะเหยียบย่ำต้นข้าวให้เสียหาย รูปคดียังไม่เป็นความผิดตามมาตรา 324 กฎหมายลักษณะอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทำลายทรัพย์สิน: การพิสูจน์เจตนาโดยตรงในการกระทำความเสียหายต่อทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลงไปสุ่มปลาในนาของนายมาแล้วเหยียบย่ำข้าวกล้าเสียหายขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 324 ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ไม่พอจะเข้าใจได้ว่าจำเลยมีเจตนาโดยตรงที่จะเหยียบย่ำต้นข้าวให้เสียหาย รูปคดียังไม่เป็นความผิดตามมาตรา 324 กฎหมายลักษณะอาญา./