พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำให้การปฏิเสธของจำเลยในคดีแจ้งปริมาณข้าวเท็จ โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ความเท็จ
คำให้การของจำเลยในคดีอาญา ซึ่งถือไม่ได้ว่า เป็นคำรับสารภาพ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปฏิเสธข้อกล่าวหาและการพิสูจน์ความเท็จของคำแจ้งความ จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ความเท็จ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแจ้งปริมาณข้าวซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยเป็นเท็จ ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นกสิกรได้รับยกเว้นไม่ต้องแจ้งปริมาณข้าว ทั้งข้อความที่จำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานก็เป็นความจริง ดังนี้จะฟังว่าจำเลยให้การรับตามฟ้องไม่ได้ กลับแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าคำแจ้งความของจำเลยเป็นเท็จ เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พิจารณาเจตนาการเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือไม่
โจทก์ผู้ให้เช่ามีหนังสือไปยังจำเลยผู้เช่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2488 บอกเลิกสัญญาเช่าในวันที่ 31 พฤษภาคม 2489 ในวันใช้ พ.ร.บ. 2489 จึงยังคงมีสัญญาเช่าระหว่างโจทก์, จำเลยอยู่และโจทก์ได้ยื่นฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2490 คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาตลอดมา พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯ 2490 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2490 คดีจึงตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่า ฯ 2490 ต้องใช้ พ.ร.บ.ฉะบับนี้บังคับ
การที่จะวินิจฉัยว่าเป็น "เคหะ" ตามความหมายใน พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ในภาวะคับขัน 2490 หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาที่ทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ รวมกันว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ การที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่าจะต้องพิจารณาด้วยว่าการอยู่, อยู่ในฐานะอย่างใด (อ้างฎีกา 1099-1147/2491)
การที่จะวินิจฉัยว่าเป็น "เคหะ" ตามความหมายใน พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ในภาวะคับขัน 2490 หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาที่ทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ รวมกันว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ การที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่าจะต้องพิจารณาด้วยว่าการอยู่, อยู่ในฐานะอย่างใด (อ้างฎีกา 1099-1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พิจารณาเจตนาการเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือไม่
โจทก์ผู้ให้เช่ามีหนังสือไปยังจำเลยผู้เช่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2488บอกเลิกสัญญาเช่าในวันที่ 31 พฤษภาคม 2489 ในวันใช้พระราชบัญญัติ 2489 จึงยังคงมีสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยอยู่ และโจทก์ได้ยื่นฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2490 คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาตลอดมา พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2490 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2490 คดีจึงตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 4แห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2490 ต้องใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้บังคับ
การที่จะวินิจฉัยว่าเป็น 'เคหะ' ตามความหมายในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาที่ทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ รวมกันว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ การที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่าจะต้องพิจารณาด้วยว่าการอยู่,อยู่ในฐานะอย่างใด
(อ้างฎีกา 1099-1147/2491)
การที่จะวินิจฉัยว่าเป็น 'เคหะ' ตามความหมายในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาที่ทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ รวมกันว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ การที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่าจะต้องพิจารณาด้วยว่าการอยู่,อยู่ในฐานะอย่างใด
(อ้างฎีกา 1099-1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกได้ การบอกเลิกสัญญาโดยตัวแทนชอบธรรม
สัญญาเช่ามีข้อความว่า'เมื่อผู้เช่าชำระค่าเช่าให้ตามกำหนดและปฏิบัติตามข้อสัญญาที่ปรากฏอยู่ในนี้แล้ว ผู้เช่าจะอยู่ในสถานที่เช่าได้โดยปกติสุขตลอดระยะเวลาเช่า' นั้น เป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา566
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา สิทธิบอกเลิกสัญญา และผลของการบอกเลิกสัญญาโดยตัวแทน
สัญญาเช่ามีข้อความว่า "เมื่อผู้เช่าชำระค่าเช่าให้ตามกำหนดและปฏิบัติตามข้อสัญญาที่ปรากฎอยู่ในนี้แล้วผู้เช่าจะอยู่ในสถานที่เช่าได้ โดยปรกติสุขตลอดระยะเวลาเช่า" เป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลแพ่งฯ มาตรา566.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1232/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินร่วม: จำเลยโอนขายลำพังไม่ได้หากเจ้าของร่วมไม่ยินยอม
จำเลยได้ทำสัญญาแบ่งขายที่ดินซึ่งจำเลยมีกรรมสิทธร่วมอยู่กับผู้อื่นอีกคนหนึ่ง ให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเนื้อที่ 15 ไร่ โดยเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้น มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ดังนี้ โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาไม่ได้
(อ้างฎีกาที่ 294/2472)
(อ้างฎีกาที่ 294/2472)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1232/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินโดยเจ้าของร่วม ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมทั้งหมดจึงมีผลบังคับใช้
จำเลยได้ทำสัญญาแบ่งขายที่ดินซึ่งจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่กับผู้อื่นอีกคนหนึ่ง ให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเนื้อที่ 15 ไร่โดยเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้นมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ดังนี้โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 294/2472)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการเช่าที่ดินระงับเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุด ผู้เช่าช่วงไม่มีสิทธิในที่ดิน แม้ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เมื่อศาลพิพากษาว่าสัญญาเช่าที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้เช่าระงับไปแล้ว เมื่อผู้เช่าสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปได้เมื่อใด ก็ให้จัดการรื้อไป ย่อมแสดงว่า ผู้เช่าไม่มีสิทธิที่จะใช้ที่ดินของโจทก์เป็นที่สำหรับปลูกสร้างต่อไปแล้ว ส่วนการที่ผู้เช่าจะรื้อถอนไปเมื่อใดนั้น เป็นเรื่องของการบังคับคดี
เมื่อผู้เช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดิน แล้วมาปลูกบ้านให้คนเช่าหมดสิทธิในที่ดินแล้ว ผู้เช่าที่ดินก็ย่อมไม่มีสิทธิจะให้ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินที่เช่านั้นต่อไป
จำเลยเป็นผู้เช่าเรือนโรงไปจากผู้เช่าที่ดินของโจทก์นั้นไม่ใช่เป็นผู้เช่า หรือผู้เช่าช่วงที่ดินจากโจทก์ ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
เมื่อผู้เช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดิน แล้วมาปลูกบ้านให้คนเช่าหมดสิทธิในที่ดินแล้ว ผู้เช่าที่ดินก็ย่อมไม่มีสิทธิจะให้ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินที่เช่านั้นต่อไป
จำเลยเป็นผู้เช่าเรือนโรงไปจากผู้เช่าที่ดินของโจทก์นั้นไม่ใช่เป็นผู้เช่า หรือผู้เช่าช่วงที่ดินจากโจทก์ ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการครอบครองที่ดินหลังเลิกสัญญาเช่า: ผู้เช่าช่วงไม่มีสิทธิอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ยันต่อเจ้าของที่ดิน
เมื่อศาลพิพากษาว่าสัญญาเช่าที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้เช่าระงับไปแล้ว เมื่อผู้เช่าสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปได้เมื่อใด ก็ให้จัดการรื้อไปย่อมแสดงว่า ผู้เช่าไม่มีสิทธิที่จะใช้ที่ดินของโจทก์เป็นที่สำหรับปลูกสร้างต่อไปแล้ว ส่วนการที่ผู้เช่าจะรื้อถอนไปเมื่อใดนั้น เป็นเรื่องของการบังคับคดี
เมื่อผู้เช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดิน แล้วมาปลูกบ้านให้คนเช่าหมดสิทธิในที่ดินแล้ว ผู้เช่าที่ดินก็ย่อมไม่มีสิทธิจะให้ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินที่เช่านั้นต่อไป
จำเลยเป็นผู้เช่าเรือนโรงไปจากผู้เช่าที่ดินของโจทก์นั้น ไม่ใช่เป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ดินจากโจทก์ ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
เมื่อผู้เช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดิน แล้วมาปลูกบ้านให้คนเช่าหมดสิทธิในที่ดินแล้ว ผู้เช่าที่ดินก็ย่อมไม่มีสิทธิจะให้ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินที่เช่านั้นต่อไป
จำเลยเป็นผู้เช่าเรือนโรงไปจากผู้เช่าที่ดินของโจทก์นั้น ไม่ใช่เป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ดินจากโจทก์ ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน