พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยผู้ซื้อทราบว่ามีผู้ครอบครองอยู่ก่อน ถือเป็นผู้ซื้อไม่สุจริต ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
ซื้อที่มือเปล่าจากผู้ที่อ้างตนว่าเป็นเจ้าของ โดยทราบอยู่แล้วว่า มีผู้ครอบครองอย่างเจ้าของอยู่หลายปีแล้ว ทั้งเมื่อขอทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอ ผู้ครอบครองอยู่นั้นก็ได้ร้องคัดค้านไว้อีก แต่อำเภอกลับทำสัญญาซื้อขายให้ไป โดยเข้าใจผิดว่า ผู้ครอบครองไม่ติดใจคัดค้านแล้วนั้น ถือว่า ผู้ซื้อไม่สุจริต ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ.มาตรา 1300.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินพิพาทโดยผู้ซื้อทราบถึงการครอบครองของผู้อื่น ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
ซื้อที่มือเปล่าจากผู้ที่อ้างตนว่าเป็นเจ้าของ โดยทราบอยู่แล้วว่า มีผู้ครอบครองอย่างเจ้าของอยู่หลายปีแล้วทั้งเมื่อขอทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอ ผู้ครอบครองอยู่นั้นก็ได้ร้องคัดค้านไว้อีกแต่อำเภอกลับทำสัญญาซื้อขายให้ไปโดยเข้าใจผิดว่า ผู้ครอบครองไม่ติดใจคัดค้านแล้วนั้นถือว่าผู้ซื้อไม่สุจริต ไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1300
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเพื่อค้าไม่อยู่ในบังคับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า และสัญญาที่ไม่มีลายมือชื่อผู้ให้เช่าไม่มีผลผูกพัน
การเช่าเคหะเพื่อประกอบกิจการค้า มิใช่เพื่ออยู่อาศัย ไม่อยู่ในบังคับแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ
สัญญาเช่าที่มีลายมือชื่อผู้เช่าแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีลายมือชื่อฝ่ายผู้ให้เช่านั้น ผู้เช่าจะฟ้องร้องผู้ให้เช่า เพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญาเช่านั้นไม่ได้ และจะฟ้องเรียกค่าเสียหายในการไม่ได้ ใช้ทรัพย์ที่เช่าก็ไม่ได้
สัญญาเช่าที่มีลายมือชื่อผู้เช่าแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีลายมือชื่อฝ่ายผู้ให้เช่านั้น ผู้เช่าจะฟ้องร้องผู้ให้เช่า เพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญาเช่านั้นไม่ได้ และจะฟ้องเรียกค่าเสียหายในการไม่ได้ ใช้ทรัพย์ที่เช่าก็ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเพื่อค้าไม่อยู่ในบังคับคุมค่าเช่า และสัญญาที่ไม่มีลายมือชื่อผู้ให้เช่าไม่มีผลผูกพัน
การเช่าเคหะเพื่อประกอบกิจการค้า มิใช่เพื่ออยู่อาศัยไม่อยู่ในบังคับแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
สัญญาเช่าที่มีลายมือชื่อผู้เช่าแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีลายมือชื่อฝ่ายผู้ให้เช่านั้นผู้เช่าจะฟ้องร้องผู้ให้เช่าเพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญาเช่านั้นไม่ได้และจะฟ้องเรียกค่าเสียหายในการไม่ได้ใช้ทรัพย์ที่เช่าไม่ได้
สัญญาเช่าที่มีลายมือชื่อผู้เช่าแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีลายมือชื่อฝ่ายผู้ให้เช่านั้นผู้เช่าจะฟ้องร้องผู้ให้เช่าเพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญาเช่านั้นไม่ได้และจะฟ้องเรียกค่าเสียหายในการไม่ได้ใช้ทรัพย์ที่เช่าไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาโอนที่ดินเพื่อการสมรส: พิจารณาจากสิ่งตอบแทนและประเภทสัญญา
สัญญาให้ตามมาตรา 521 นั้น เป็นสัญญาที่ไม่มีสิ่งตอบแทน.
สัญญาที่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงทำไว้กับผู้ใหญ่ฝ่ายชายว่า จะยกที่ดินให้แก่คู่สมรสภายใน 5 ปี นับแต่วันสมรส แต่ถ้าคู่สมรสทอดทิ้งไม่อุปการะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้ให้แล้ว ผู้ให้จะยังไม่โอนที่ดินให้ดั่งนี้ เป็นสัญญาที่มีการตอบแทน จึงไม่เป็นสัญญาให้ตาม ม.521 แต่เป็นสัญญาซึ่งสมัยก่อนเรียกว่าสัญญากองทุนในการสมรส คู่สมรสฟ้องให้บังคับตามสัญญาได้
ในกรณีที่ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปพิจารณาพิพากษาใหม่นั้น ศาลสูงสั่งให้รวมสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ตอนพิพากษาใหม่ได้
สัญญาที่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงทำไว้กับผู้ใหญ่ฝ่ายชายว่า จะยกที่ดินให้แก่คู่สมรสภายใน 5 ปี นับแต่วันสมรส แต่ถ้าคู่สมรสทอดทิ้งไม่อุปการะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้ให้แล้ว ผู้ให้จะยังไม่โอนที่ดินให้ดั่งนี้ เป็นสัญญาที่มีการตอบแทน จึงไม่เป็นสัญญาให้ตาม ม.521 แต่เป็นสัญญาซึ่งสมัยก่อนเรียกว่าสัญญากองทุนในการสมรส คู่สมรสฟ้องให้บังคับตามสัญญาได้
ในกรณีที่ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปพิจารณาพิพากษาใหม่นั้น ศาลสูงสั่งให้รวมสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ตอนพิพากษาใหม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาโอนที่ดินในกรณีสมรส: สัญญาที่มีสิ่งตอบแทนไม่ใช่สัญญาให้ตาม ม.521 แต่เป็นสัญญากองทุนสมรส
สัญญาให้ตามมาตรา 521 นั้น เป็นสัญญาที่ไม่มีสิ่งตอบแทน
สัญญาที่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงทำไว้กับผู้ใหญ่ฝ่ายชายว่าจะยกที่ดินให้แก่คู่สมรสภายใน 5 ปี นับแต่วันสมรสแต่ถ้าคู่สมรสทอดทิ้งไม่อุปการะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้ให้แล้ว ผู้ให้จะยังไม่โอนที่ดินให้ดั่งนี้ เป็นสัญญาที่มีการตอบแทนจึงไม่เป็นสัญญาให้ตาม มาตรา 521 แต่เป็นสัญญาซึ่งสมัยก่อนเรียกว่าสัญญากองทุนในการสมรสคู่สมรสฟ้องให้บังคับตามสัญญาได้
ในกรณีที่ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปพิจารณาพิพากษาใหม่นั้นศาลสูงสั่งให้รวมสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ตอนพิพากษาใหม่ได้
สัญญาที่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงทำไว้กับผู้ใหญ่ฝ่ายชายว่าจะยกที่ดินให้แก่คู่สมรสภายใน 5 ปี นับแต่วันสมรสแต่ถ้าคู่สมรสทอดทิ้งไม่อุปการะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้ให้แล้ว ผู้ให้จะยังไม่โอนที่ดินให้ดั่งนี้ เป็นสัญญาที่มีการตอบแทนจึงไม่เป็นสัญญาให้ตาม มาตรา 521 แต่เป็นสัญญาซึ่งสมัยก่อนเรียกว่าสัญญากองทุนในการสมรสคู่สมรสฟ้องให้บังคับตามสัญญาได้
ในกรณีที่ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปพิจารณาพิพากษาใหม่นั้นศาลสูงสั่งให้รวมสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ตอนพิพากษาใหม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่ขัดขวางการจับกุมโดยมิชอบ และการใช้กำลังเกินเหตุในการรักษาเหตุการณ์
กำนันและตำรวจต่างเป็นเจ้าพนักงานรักษาเหตุการณ์ในงานวัดด้วยกันตำรวจจับผู้อื่นและบุตรกำนันโดยหาว่ากระทำผิดกฎหมาย กำนันได้ขัดขวางมิให้ตำรวจจับกุมตำรวจจึงยิงกำนันตาย ดังนี้ ถือว่าการที่กำนันใช้อำนาจขัดขวางมิให้ตำรวจจับกุมบุตรของตนนั้น เป็นการกระทำที่มิได้ปฏิบัติการในฐานะเจ้าพนักงาน ตำรวจมีผิดตามมาตรา 249 เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยพลการขัดขวางการจับกุม การกระทำจึงไม่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่
กำนันและตำรวจต่างเป็นเจ้าพนักงานรักษาเหตุการณ์ในงานวัดด้วยกัน ตำรวจจับผู้อื่นและบุตรกำนันโดยหาว่ากระทำผิดกฏหมาย กำนันได้ขัดขวางมิให้จับกุม ตำรวจจึงยิงกำนันตาย ดังนี้ถือว่าการที่กำนันใช้อำนาจขัดขวางมิให้ตำรวจจับกุมบุตรของตนนั้น เป็นการกระทำที่มิได้ปฏิบัติการ ในฐานะเจ้าพนักงาน ตำรวจมีผิดตามมาตรา 249 เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 293/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อจำกัดการฎีกาในคดีที่มีทุนทรัพย์น้อย ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อยฎีกาไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ 2 โฉนด ราคา 400 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยตามฟ้องแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ที่ดินเป็นของโจทก์เพียงโฉนดเดียวอีกโฉนดหนึ่ง จำเลยครอบครองมาจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว ดังนี้ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 293/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และผลกระทบต่อการฟ้องขับไล่เมื่อคดีมีทุนทรัพย์น้อย
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ 2 โฉนด ราคา 400 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยตามฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ที่ดินเป็นของโจทก์เพียงโฉดเดียว อีกโฉนดหนึ่ง จำเลยครอบครองนาจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว ดังนี้ ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้