พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนที่ดินขายฝาก: ผู้ขายละเลยสิทธิในกำหนดสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิปฏิเสธได้
ขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกำหนดไถ่ถอนภายใน 5 ปีเมื่อจวนครบกำหนดเคยไปขอไถ่ถอนแก่ผู้รับซื้อไว้ 2 ครั้ง แต่ผู้รับซื้อขอผัดไปวันหลัง ผู้ขายก็ยินยอมจนเกินกำหนด 5 ปีแล้ว ผู้ซื้อก็ย่อมมีสิทธิปฏิเสธไม่ยอมให้ไถ่ถอนได้ เพราะผู้ขายละเลยไม่ใช่สิทธิของตนภายในกำหนดสัญญาเอง จะอ้างว่าผู้รับซื้อฝากใช้สิทธิ์ไม่สุจริตเพื่อชนะคดีไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุสถานที่เกิดเหตุในฟ้องอาญา: เพียงตำบล อำเภอ และเขตศาล ถือเพียงพอตามกฎหมาย
ฟ้องระบุที่เกิดเหตุแต่เพียงตำบล อำเภอและกล่าวด้วยว่าอยู่ในเขตต์ศาลไหน ดังนี้ แม้จะมิได้ระบุชื่อจังหวัดที่เกิดเหตุ ก็เป็นการเพียงพอตาม ม.158 แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุสถานที่เกิดเหตุในฟ้องคดีอาญา: เพียงระบุตำบล อำเภอ และเขตศาล ถือเพียงพอตามกฎหมาย
ฟ้องระบุที่เกิดเหตุแต่เพียงตำบล อำเภอและกล่าวด้วยว่าอยู่ในเขตศาลไหน ดังนี้ แม้จะมิได้ระบุชื่อจังหวัดที่เกิดเหตุ ก็เป็นการเพียงพอตาม มาตรา 158 แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความถูกต้องของช่วงเวลาที่ระบุในฟ้องอาญา หากข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาไม่แตกต่างจากที่กล่าวอ้างในฟ้อง
ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกวันที่ 28 เมษายน ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น วันที่ 29 เมษายน ทางพิจารณาได้ความว่าเกิดเหตุเมื่อ 4.00 น. รุ่งเช้าก็เป็นวันที่ 29 เมษายน ดังนี้ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาไม่ต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความถูกต้องของข้อกล่าวหาในฟ้องอาญา: เหตุเกิดในช่วงเวลาที่ระบุ
ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตก วันที่ 28 เมษายน ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น วันที่ 29 เมษายน ทางพิจารณาได้ความว่า เกิดเหตุเมื่อ 4.00 น. รุ่งเช้าก็เป็นวันที่ 29 เมษายน ดังนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม ทางพิจารณาไม่ต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฎีกาข้อเท็จจริงในคดีที่ทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท แม้ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์พิพากษาให้ได้น้อยกว่า
คดีที่ราคาทรัพย์ที่พิพาทหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องเกิน 2,000 บาท นั้น แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้ชนะคดีเพียงจำนวนไม่ถึง 2,000 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนก็ตาม คู่ความก็มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฎีกาข้อเท็จจริงในคดีที่ราคาทรัพย์/ทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท แม้ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์พิพากษาต่ำกว่า
คดีที่ราคาทรัพย์ที่พิพาท หรือจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องเกิน 2,000 บาท นั้น แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้ชะนะคดีเพียงจำนวนไม่ถึง 2,000 บาท และศาลอุทธรณืพิพากษายืน ก็ตาม คู่ความก็มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมและการแบ่งมรดกของทายาท
บุตรบุญธรรมจะมีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมได้ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแล้ว
โจทก์ฟ้องขอให้เอาทรัพย์มรดกของผู้ตายประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งกันระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นทายาท เมื่อได้ความว่า จำเลยก็เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดก และโจทก์ก็มิได้คัดค้านในการที่ศาลจะแบ่งส่วนให้จำเลยด้วยดังนี้ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาแบ่งส่วนให้จำเลยด้วยได้และในคดีเช่นนี้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งค่าทนายศาลสั่งให้ชักจากกองมรดกก่อนแล้วจึงให้แบ่งกันระหว่างทายาท
โจทก์ฟ้องขอให้เอาทรัพย์มรดกของผู้ตายประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งกันระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นทายาท เมื่อได้ความว่า จำเลยก็เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดก และโจทก์ก็มิได้คัดค้านในการที่ศาลจะแบ่งส่วนให้จำเลยด้วยดังนี้ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาแบ่งส่วนให้จำเลยด้วยได้และในคดีเช่นนี้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งค่าทนายศาลสั่งให้ชักจากกองมรดกก่อนแล้วจึงให้แบ่งกันระหว่างทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมต้องจดทะเบียน และสิทธิทายาทเมื่อมีข้อพิพาทเรื่องมรดก
บุตรบุญธรรมจะมีสิทธิรับมฤดกของผู้รับบุตรบุญธรรมได้ ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแล้ว
โจทก์ฟ้องขอให้เอาทรัพย์มฤดกของผู้ตายประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งกัน ระหว่างโจทก์ ซึ่งเป็นทายาท เมื่อได้ความว่า จำเลยก็เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมฤดกและโจทก์ก็มิได้คัดค้านในการที่ศาลจะแบ่งส่วนให้จำเลยด้วย ดังนี้ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาแบ่งส่วนให้จำเลยด้วยได้ และในคดีเช่นนี้ค่าฤาชาธรรมเนียมทั้งค่าทนายศาลสั่งให้ชักจากกองมฤดกก่อนแล้วจึงให้แบ่งกันระหว่างทายาท.
โจทก์ฟ้องขอให้เอาทรัพย์มฤดกของผู้ตายประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งกัน ระหว่างโจทก์ ซึ่งเป็นทายาท เมื่อได้ความว่า จำเลยก็เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมฤดกและโจทก์ก็มิได้คัดค้านในการที่ศาลจะแบ่งส่วนให้จำเลยด้วย ดังนี้ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาแบ่งส่วนให้จำเลยด้วยได้ และในคดีเช่นนี้ค่าฤาชาธรรมเนียมทั้งค่าทนายศาลสั่งให้ชักจากกองมฤดกก่อนแล้วจึงให้แบ่งกันระหว่างทายาท.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงซื้อขายที่ดินทางปากเปล่าและผลของการไม่ปลดจำนอง แม้จำนวนเงินจะเท่ากันก็ไม่ถือว่าชำระหนี้
จำนองที่ดินไว้แก่เขาภายหลังตกลงขายที่ดินนั้นแก่ผู้รับจำนองครึ่งหนึ่ง โดยตกลงกันให้หักหนี้ที่จำนองเป็นการชำระหนี้สินสิ้นเชิง
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง