พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 927/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษจำเลยที่ไม่ได้รับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และขอบเขตการพิจารณาของศาลฎีกา
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคน แต่จำเลยบางคนไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงยังไม่ได้ฎีกาด้วยนั้น แม้ศาลฎีกาจะพิพากษาไม่ลงโทษจำเลยที่ฎีกา แม้เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีก็ตามศาลฎีกาก็ไม่พิพากษาไปถึงจำเลยผู้ที่ยังมิได้ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสิทธิในห้องเช่าและการทำสัญญาเช่าใหม่กับบุคคลอื่น สิทธิในห้องเช่าเดิมย่อมสิ้นสุดลง
โจทก์ขายสินค้าต่างๆ ของตนที่มีอยู่ในห้องเช่าให้จำเลย และยอมให้จำเลยใช้สิทธิในห้องนั้นได้ถ้าโจทก์ต้องการเมื่อใด จำเลยก็จะยอมคืนห้องโดยดี จำเลยจึงได้เข้าอยู่ในห้องนั้นต่อมา ดังนี้ ถือว่าจำเลยไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์หากจะว่าเป็นผู้ครอบครองแทนในระหว่างสัญญาเช่า เมื่อสิ้นสัญญาเช่าแล้ว โจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าแทนตนแต่ประการใด จนเจ้าของห้องได้ให้จำเลยเป็นผู้เช่าโดยตรงแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิให้จำเลยคืนห้องแก่โจทก์ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสิทธิการครอบครองและการทำสัญญาเช่าใหม่โดยจำเลย ย่อมตัดสิทธิโจทก์ในการเรียกร้องห้องคืน
โจทก์ขายสินค้าต่างๆ ของตนที่มีอยู่ในห้องเช่าให้จำเลย และยอมให้จำเลยใช้สิทธิในห้องนั้นได้ ถ้าโจทก์ต้องการเมื่อใด จำเลยก็จะยอมคืนห้องโดยดี จำเลยจึงได้เข้าอยู่ในห้องนั้นต่อมาดังนี้ ถือว่าจำเลยไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ หากจะว่าเป็นผู้ครอบครองแทนในระหว่างสัญญาเช่า เมื่อสิ้นสัญญาเช่าแล้ว โจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าแทนตนแต่ประการใด จนเจ้าของห้องได้ให้จำเลยเป็นผู้เช่าโดยตรงแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิให้จำเลยคืนห้องแก่โจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีถึงที่สุดเมื่อไม่มีการฎีกา แม้มีการยอมความก่อนถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ยังคงยืนตามคำพิพากษาเดิม
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งไม่มีฝ่ายใดฎีกาคัดค้านและไม่มีทางใดที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉะบับนั้นได้ ต้องถือว่าถึงที่สุด เมื่ออ่านให้คู่ความฟังแล้ว
ในคดีความผิดส่วนตัวเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้อง แต่คดีไม่มีการยื่นฎีกานั้น ศาลจะสั่งให้คดีระงับไม่ได้ โดยถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
ในคดีความผิดส่วนตัวเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้อง แต่คดีไม่มีการยื่นฎีกานั้น ศาลจะสั่งให้คดีระงับไม่ได้ โดยถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีถึงที่สุดเมื่อไม่มีฎีกาคัดค้าน แม้มีการถอนคำร้องทุกข์หลังศาลอุทธรณ์พิพากษา
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งไม่มีฝ่ายใดฎีกาคัดค้านและไม่มีทางใดที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับนั้นได้ ต้องถือว่าถึงที่สุดเมื่ออ่านให้คู่ความฟังแล้ว
ในคดีความผิดส่วนตัวเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ แต่คดีไม่มีการยื่นฎีกานั้น ศาลจะสั่งให้คดีระงับไม่ได้ โดยถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
ในคดีความผิดส่วนตัวเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ แต่คดีไม่มีการยื่นฎีกานั้น ศาลจะสั่งให้คดีระงับไม่ได้ โดยถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แม้เป็นคำให้การในฐานะผู้เสียหาย ก็ถือเป็นการแจ้งความเท็จได้
การให้การหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะผู้เสียหายนั้น อยู่ในลักษณะที่เรียกว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานเหมือนกัน ถ้าเป็นเท็จก็ผิดตาม ก.ม.อาญา ม. 118
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จ ในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกัน ถ้อยคำในวันที่ 13 ดังนี้ ลงโทษได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จ ในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกัน ถ้อยคำในวันที่ 13 ดังนี้ ลงโทษได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แม้เป็นคำให้การก็ถือเป็นการแจ้งความได้
การให้การหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะผู้เสียหายนั้นอยู่ในลักษณะที่เรียกว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานเหมือนกัน ถ้าเป็นเท็จก็ผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกับถ้อยคำในวันที่ 13ดังนี้ ลงโทษได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกับถ้อยคำในวันที่ 13ดังนี้ ลงโทษได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกทรัพย์: การพิสูจน์การมอบทรัพย์เป็นสาระสำคัญ
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อ ก.ม.ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องการมอบทรัพย์ในคดีจำเลยยักยอกทรัพย์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้นโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลสมควรเป็นเหตุให้ไม่ต้องรับผิดในคดีหมิ่นประมาท แม้ข้อเท็จจริงบางส่วนผิดพลาด
จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจและมีเหตุผลสมควรว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน จึงแจ้งต่อนายอำเภอจนโจทก์ถูกจับกุมฟ้องร้องนั้น แม้ภายหลัง ศาลจะชี้ขาดว่าถ้อยคำของโจทก์ไม่ถึงเป็นหมิ่นประมาทก็ดีหรือปรากฎว่า จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานเพราะผู้ตั้งไม่มีอำนาจตั้งก็ดี ก็ไม่ทำให้จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อโจทก์