พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,027 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1405/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่โจทก์ขอหมายเรียกพยาน การตัดพยานที่ไม่มาศาลโดยไม่ใช่ความผิดโจทก์
โจทก์ขอหมายเรียกพยานทุกนัด พยานบางคนไม่มาศาลไม่แจ้งเหตุขัดข้อง บางคนเซ็นทราบวันนัดไว้ที่ศาลแล้วก็ยังไม่มาศาล ที่พยานไม่มาศาลเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดของโจทก์ การที่พยานขัดหมายศาลเช่นว่านี้ ศาลอาจใช้อำนาจออกหมายจับพยานก็ได้ การที่ศาลไม่ใช้อำนาจออกหมายจับเอง จะว่าเป็นความผิดของโจทก์ไม่ได้ และจะว่าโจทก์ประวิงคดีให้ล่าช้าก็ไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้ ศาลจะตัดพยานโจทก์เสียไม่ชอบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1384/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดทางอาญาของลูกจ้างผู้ถูกสั่งให้ส่งมอบอาวุธปืน โดยไม่รู้ถึงเจตนาการใช้ผิดกฎหมาย
จำเลยที่ 2 เป็นคนงานโรงบ่มใบยา อยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายสถานีโรงบ่ม เมื่อจำเลยที่ 1 ตะโกนให้จำเลยที่ 2 เอาปืนมาให้เร็ว จำเลยที่ 2 ก็นำปืนลูกกรดมาให้ที่บันไดหลังบ้านพักของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ใช้ปืนนั้นยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 ยังไม่ควรมีความผิดฐานสมรู้ด้วยจำเลยที่ 1 เพราะไม่ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยที่ 2 ได้รู้เห็นเป็นใจช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 2 ได้กระทำไปนั้นก็โดยเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 และไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะเรียกเอาปืนไปเพื่อประโยชน์อันใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1384/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดฆ่าคน: ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีเจตนาช่วยเหลือ
จำเลยที่ 2 เป็นคนงานโรงบ่มใบยา อยู่ในบังคับของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายสถานีโรงบ่มเมื่อจำเลยที่ 1 ตะโกนให้จำเลยที่ 2 เอาปืนมาให้เร็วจำเลยที่ 2 ก็นำปืนลูกกรดมาให้ที่บันไดหลังบ้านพักของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ใช้ปืนนั้นยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 ยังไม่ควรมีความผิดฐานสมรู้ด้วยจำเลยที่ 1 เพราะไม่ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยที่ 2 ได้รู้เห็นเป็นใจช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 2 ได้กระทำไปนั้นก็โดยเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 และไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะเรียกเอาปืนไปเพื่อประโยชน์อันใด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362-1364/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ที่ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ แม้เคยมีประเด็นเรื่องบริวารในคดีก่อนหน้า เนื่องจากประเด็นและคู่ความไม่เหมือนกัน
คดีก่อน เรื่องขับไล่ ศาลมีคำสั่งว่าบุคคลที่โจทก์อ้างว่าเป็นบริวารของจำเลยนั้น ไม่ใช่บริวารของจำเลย
โจทก์มาฟ้องขับไล่บุคคลเหล่านั้นเป็นจำเลยในคดีใหม่ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะไม่ใช่ประเด็นเดียวกันและไม่ใช่คู่ความเดียวกัน
โจทก์มาฟ้องขับไล่บุคคลเหล่านั้นเป็นจำเลยในคดีใหม่ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะไม่ใช่ประเด็นเดียวกันและไม่ใช่คู่ความเดียวกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362-1364/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ที่ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ แม้เคยมีประเด็นเกี่ยวกับสถานะบริวารในคดีก่อนหน้า
คดีก่อน เรื่องขับไล่ ศาลมีคำสั่งว่าบุคคลที่โจทก์อ้างว่าเป็นบริวารของจำเลยนั้น ไม่ใช่บริวารของจำเลย
โจทก์มาฟ้องขับไล่บุคคลเหล่านั้นเป็นจำเลยในคดีใหม่ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะไม่ใช่ประเด็นเดียวกันและไม่ใช่คู่ความเดียวกัน
โจทก์มาฟ้องขับไล่บุคคลเหล่านั้นเป็นจำเลยในคดีใหม่ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะไม่ใช่ประเด็นเดียวกันและไม่ใช่คู่ความเดียวกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1308/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนขายฝากและการเกิดสิทธิในทรัพย์สินเช่า: ค่าเช่าค้างชำระจนกว่าจะวางเงินไถ่ถอน
ผู้ขายฝากได้ทำสัญญาขายฝากที่ดินบ้านเรือนไว้แก่ผู้ซื้อและได้ทำสัญญาเช่ากับผู้ซื้อไว้ด้วย ต่อมาผู้ขายขอไถ่ถอนภายในกำหนดสัญญาขายฝาก ผู้ซื้อไม่ยอมให้ไถ่ผู้ขายฝากจึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ ในที่สุดศาลบังคับให้ผู้ซื้อรับไถ่การขายฝาก หลังจากนั้นต่อมาอีกผู้ขายฝากจึงได้ชำระ(วางเงิน)ค่าไถ่ถอนการขายฝากต่อศาล เช่นนี้ผู้ขายฝากต้องรับผิดชำระค่าเช่าและค่าเสียหายตั้งแต่วันเริ่มต้นเช่าจนถึงวันที่ชำระ(วางเงิน)ค่าไถ่ถอนการขายฝาก(ไม่ใช่เพียงถึงวันที่ศาลพิพากษาให้รับไถ่ถอนการขายฝาก) เพราะระหว่างที่ยังไม่ได้วางเงินค่าไถ่ถอนการขายฝาก ยังต้องถือว่าที่ดินบ้านเรือนที่ขายฝากเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากอยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1308/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระค่าเช่าที่ดินหลังทำสัญญาขายฝาก ผู้รับซื้อฝากมีสิทธิรับค่าเช่าจนกว่าจะมีการไถ่ถอน
ผู้ขายฝากได้ทำสัญญาขายฝากที่ดินบ้านเรือนไว้แก่ผู้ซื้อ และได้ทำสัญญาเช่ากับผู้ซื้อไว้ด้วย ต่อมาผู้ขายขอไถ่ถอนภายในกำหนดสัญญาขายฝาก ผู้ซื้อไม่ยอมให้ไถ่ ผู้ขายฝากจึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ ในที่สุดศาลบังคับให้ผู้ซื้อรับไถ่การขายฝากหลังจากนั้นต่อมาอีกผู้ขายฝากจึงได้ชำระ(วางเงิน) ค่าไถ่ถอนการขายฝากต่อศาล เช่นนี้ ผู้ขายฝากต้องรับผิดชำระค่าเช่าและค่าเสียหายตั้งแต่วันเริ่มต้นเช่าจนถึงวันที่ชำระ(วางเงิน) ค่าไถ่ถอนการขายฝาก(ไม่ใช่เพียงถึงวันที่ศาลพิพากษาให้รับไถ่ถอนการขายฝาก) เพราะระหว่างที่ยังไม่ได้ว่างเงินค่าไถ่ถอนการขายฝาก ยังต้องถือว่าที่ดินบ้านเรือนที่ขายฝากเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากอยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เพิกถอนโฉนดที่ดินจากการจดทะเบียนเสียเปรียบแก่ผู้มีสิทธิทำสัญญาซื้อขายก่อน
จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้โจทก์แล้วแต่ยังไม่ได้ไปทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะการผัดผ่อนของจำเลยที่1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 สมคบกันยินยอมใส่ชื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4,5,6,7 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่พิพาท
แม้การยอมให้จำเลยที่ 2,4,5,6,7 ลงชื่อในโฉนดที่พิพาทนั้นเพราะ จำเลยที่ 1 ได้ยกที่พิพาทให้ก็ดี แต่การที่จำเลยได้จดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาทเป็นทางเสียเปรียบแก่โจทก์ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนแล้ว โจทก์อาจเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300
แม้การยอมให้จำเลยที่ 2,4,5,6,7 ลงชื่อในโฉนดที่พิพาทนั้นเพราะ จำเลยที่ 1 ได้ยกที่พิพาทให้ก็ดี แต่การที่จำเลยได้จดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาทเป็นทางเสียเปรียบแก่โจทก์ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนแล้ว โจทก์อาจเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เพิกถอนโฉนดที่ดินหลังทำสัญญาซื้อขายแล้ว กรณีจำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิให้ผู้อื่นเป็นทางเสียเปรียบ
จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้โจทก์แล้ว แต่ยังไม่ได้ไปทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะการผัดผ่อนของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 สมคบกันยินยอมใส่ชื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4,5,6,7 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่พิพาทแม้การยอมให้จำเลยที่ 2,4,5,6,7 ลงชื่อในโฉนดที่พิพาทนั้น เพราะจำเลยที่ 1 ได้ยกที่พิพาทให้ก็ดี แต่การที่จำเลยได้จดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาทเป็นทางเสียเปรียบแก่โจทก์ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนแล้ว โจทก์อาจเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1300
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งการครอบครองที่ดิน ไม่ใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์ ต้องพิสูจน์สิทธิครอบครองก่อนวันใช้บังคับประมวลกฎหมายที่ดิน
ใบหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดินมีชื่อจำเลยที่ 2 อยู่ด้วย ไม่ทำให้ฟังว่าจำเลยที่ 2 มีสิทธิ์ใดในที่ดิน เว้นแต่จำเลยที่ 2 จะได้เคยครอบครองที่ดินนั้นอยู่แล้ว ในวันใช้บังคับประมวลกฎหมายที่ดิน