คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
พิบูลย์ไอศวรรย์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,027 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมคบปล้นทรัพย์: การขู่เข็ญฉวยโอกาสช่วงเล่นการพนัน และเจตนาเอาทรัพย์สิน
เมื่อ่จำเลยฉวยโอกาศในขณะที่ผู้เสียหายกำลังเล่นการพนันโดยใช้ไม้ตะบองขู่เข็ญว่าจะทำร้ายและค้นเอาเงินจากผู้เสียหายไป แล้วหาได้จับกุมฐานเล่นการพนันไม่ ดังนี้ จำเลยมีผิดฐานสมคบกันปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาคดีอาญาเมื่อหลักฐานสำคัญสูญหาย ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้สืบพยานใหม่เพื่อวินิจฉัย
จำเลยหลบหนีเรือนจำไปโดยยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อมากว่า 10 ปี แล้ว จึงจับจำเลยได้ ปรากฎว่าสำนวนทำลายเสียหมด คงเหลือแต่ฟ้องและคำพิพากษาเท่านั้น ไม่อาจวินิ่จฉัยข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นตั้นสืบพะยานโจทก์จำเลยใหม่เพื่อศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยไปก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสืบพยานใหม่เพื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงหลังทำลายหลักฐานคดีอาญา
จำเลยหลบหนีเรือนจำไปโดยไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มากว่า 10 ปีแล้วจึงจับจำเลยได้ปรากฏว่าสำนวนทำลายเสียหมดคงเหลือแต่ฟ้องและคำพิพากษาเท่านั้นไม่อาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยใหม่เพื่อศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยต่อไปก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายโดยเจตนา พิจารณาจากลักษณะบาดแผลและการใช้กำลัง
ใช้มีดพกยาวประมาณ 1 คืบ แทงตรงชายโครงซ้าย แผลกว้าง2 ซม.ยาว4ซม.ลำไส้ใหญ่มีแผลกว้าง1/2ซม.ยาว21/2ซม.ลำไส้ไหลออกมาข้างนอก มีดที่แทงจึงต้องทั้งยาวและใหญ่และได้แทงโดยแรงแสดงว่าย่อมอาจแลเห็นผลได้ว่าอาจทำให้ผู้ถูกทำร้ายถึงแก่ความตายจึงเป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายบนเรือนำไปสู่การจมน้ำเสียชีวิต ศาลพิจารณาเจตนาของผู้กระทำ
จำเลยใช้พายตีผู้ตายซึ่งนั่งเรือลำเดียวกันมาเรือล่ม ผู้ตายจมน้ำตาย เป็นความผิดตาม มาตรา 251

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องคดีปลอมแปลงเอกสารต้องระบุความเสียหายต่อสาธารณชนหรือบุคคลอื่น จึงจะสมบูรณ์
ความผิดฐานปลอมหนังสือและใช้หนังสือปลอมนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ความผิดว่าอาจเกิดความเสียหายแก่สาธารณชนหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งด้วย ฉนั้น ฟ้องโจทก์ที่มิได้บรรยายถึงองค์ความผิดข้อนี้ไว้จึงไม่เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ก.ม.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีปลอมแปลงเอกสารราชการต้องแสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ความผิดฐานปลอมหนังสือและใช้หนังสือปลอมนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ความผิดว่าอาจเกิดความเสียหายแก่สาธารณชนหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งด้วย ฉะนั้นฟ้องโจทก์ที่มิได้บรรยายถึงองค์ความผิดข้อนี้ไว้จึงไม่เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษซ้ำตามมาตรา 74 ต้องเป็นความผิดในหมวดเดียวกัน ศาลพิพากษาลงโทษตามบทหนักบทเดียว
ความผิดที่จะเป็นเหตุให้เพิ่มโทษเป็นทวีคูณตามความใน มาตรา 74 นั้น จะต้องเป็นความผิดที่อยู่ในประเภท(หมวด)เดียวกับความผิดในครั้งก่อน
จำเลยเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์พ้นโทษแล้วมากระทำผิดครั้งนี้ขึ้นอีกคือลักทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวเพื่อเรียกสินไถ่สำหรับความผิดครั้งนี้แม้ศาลพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม มาตรา 294 ซึ่งอยู่ในหมวดว่าด้วยการประทุษร้ายต่อทรัพย์และมาตรา 270 ซึ่งอยู่ในหมวดว่าด้วยการทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพแต่เมื่อศาลให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 270 ซึ่งเป็นบทหนักแต่มาตราเดียวดังนี้ความผิดของจำเลยในครั้งนี้จึงเป็นความผิดซึ่งปรับอยู่ในหมวดว่าด้วยการทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพเท่านั้นและเป็นความผิดคนละหมวดกับความผิดครั้งก่อนซึ่งอยู่ในหมวดว่าด้วยการประทุษร้ายต่อทรัพย์ ดังนี้จะเพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 74 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษตาม ม.74 ต้องเป็นความผิดในหมวดเดียวกันกับความผิดเดิม แม้ศาลลงโทษตามบทหนัก
ความผิดที่จะเป็นเหตุให้เพิ่มโทษเป็นทวีคูณคามความใน ม.74 นั้น จะต้องเป็นความผิดที่อยู่ในประเภท(หมวด) เดียวกับความผิดในครั้งก่อน
จำเลยเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์พ้นโทษแล้วมากระทำผิดครั้งนี้ขึ้นอีก คือ ลักทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวเพื่อเรียกสินไถ่สำหรับความผิดครั้งนี้แม้ศาลพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ม. 294 ซึ่งอยู่ในหมวดว่าด้วยการประทุษร้ายต่อทรัพย์และ ม. 270 ซึ่งอยู่ในหมวดว่าด้วยการทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ แต่เมื่อศาลให้ลงโทษจำเลยตาม ม.270 ซึ่งเป็นบทหนักแต่มาตราเดียว ดังนี้ความผิดของจำเลยในครั้งนี้จึงเป็นความผิดซึงปรับอยู่ในหมวดว่าด้วยการทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพเท่านั้นและเป็นความผิดคนละหมวดกับผิดครั้งก่อนซึ่งอยู่ในหมวดว่าด้วยการประทุษร้ายต่อทรัพย์ ดังนี้จะเพิ่มโทษจำเลยตาม ม. 74 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาความถูกต้องของวันเกิดเหตุและการสั่งริบปืนในคดีอาญา
เกี่ยวกับวันเกิดเหตุโจทก์ฟ้องว่าวันขึ้น 2 ค่ำ พยานโจทก์ 2 ปากแรกให้การชั้นศาลว่า วันแรม 2 ค่ำ พยานโจทก์ 2 ปากหลังให้การชั้นศาลว่าวันขึ้น 2 ค่ำแต่ชั้นสอบสวนซึ่งเป็นเวลาหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน พยานโจทก์ 2 ปากแรกก็ได้ให้การว่าวันขึ้น 2 ค่ำเมื่อข้อเท็จจริงยังฟังได้ว่าวันเกิดเหตุเป็นวันข้างขึ้นตามฟ้อง วันที่พยานโจทก์ 2 ปากแรกเบิกความชั้นศาลนั้นคลาดเคลื่อนไปดังนี้จะฟังว่าโจทก์ฟ้องผิดวันยังไม่ได้
ในคดีที่ฟ้องว่าจำเลยใช้ปืนยิงคนโดยเจตนานั้น เมื่อฟ้องกล่าวว่าเป็นปืนของผู้มีชื่อขอให้ริบ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเอาปืนไปจากนายบ่ายซึ่งเป็นผู้ถือปืนอยู่ นายบ่ายจะได้ปืนมาอย่างใดและจะจดทะเบียนหรือไม่ ๆ ปรากฎเพียงเท่านี้ยังไม่พอจะสั่งให้ริบปืนของกลาง
of 103