พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,027 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตคำขอของอัยการและผู้เสียหายในคดีอาญา: ศาลใช้ดุลพินิจลงโทษตามคำขอที่หนักกว่าได้
อัยการและผู้เสียหายต่างอุทธรณ์ด้วยกัน โดยผู้เสียหายขอให้ศาลอุทธรณ์อย่ารอการลงโทษแก่จำเลย อัยการขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษให้หนักขึ้น ดังนี้ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตามคำขอของอัยการได้ ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตคำขอของอัยการและผู้เสียหายในการอุทธรณ์โทษอาญา: ศาลฎีกาพิจารณาจากคำขอให้ลงโทษหนักได้
อัยการและผู้เสียหายต่างอุทธรณ์ด้วยกัน โดยผู้เสียหายขอให้ศาลอุทธรณ์อย่ารอการลงโทษแก่จำเลย อัยการขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษให้หนักขึ้น ดังนี้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตามคำขอของอัยการได้ ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577-1578/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาคัดค้านข้อเท็จจริงต้องระบุชัดเจนในฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยหากไม่ชัดเจน
บรรยายข้อความในฎีกาขอให้ถือเอาคำฟ้องอุทธรณ์เป็นฎีกาคัดค้านในข้อเท็จจริงนั้น ไม่เป็นการระบุข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ใบมอบฉันทะที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากผู้มอบไร้ความสามารถขณะทำสัญญา
ใบมอบฉันทะซึ่งทำขึ้นในขณะผู้มอบป่วยมีสติไม่ปรกติพูดจาไม่รู้เรื่อง ผู้อื่นต้องจับมือแตะลายมือและจับมือให้เซ็นชื่อนั้น ย่อมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ใบมอบฉันทะที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากผู้มอบไร้ความสามารถขณะทำสัญญา
ใบมอบฉันทะซึ่งทำขึ้นในขณะผู้มอบป่วยมีสติไม่ปกติพูดจาไม่รู้เรื่อง ผู้อื่นต้องจับมือแตะลายมือและจับมือให้เซ็นชื่อนั้น ย่อมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องคดีอาญาโดยความยินยอมของผู้เสียหายและจำเลยไม่คัดค้าน ศาลอนุญาตได้
ในคดีความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ระหว่างฎีกาก่อนอ่านคำพิพากษาผู้เสียหายขอถอนฟ้องโดยไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป และจำเลยไม่คัดค้าน ดังนี้ศาลมีอำนาจอนุญาตให้ถอนฟ้องและสั่งจำหน่ายคดีและให้ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ถอนฟ้องคดีอาญา: ศาลอนุญาตได้หากโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อและจำเลยไม่คัดค้าน
ในคดีความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ระหว่างฎีกาก่อนอ่านคำพิพากษาผู้เสียหาย ขอถอนฟ้องโดยไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป และจำเลยไม่คัดค้าน ดังนี้ ศาลมีอำนาจอนุญาตให้ถอนฟ้องและสั่งจำหน่ายคดีและให้ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1536/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเชื่อโดยสุจริตเป็นเหตุให้ไม่มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สิน
จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจว่าทำนมกันน้ำของผู้เสียหายอยู่ในเขตที่ดินของมารดกจำเลย จำเลยได้ทำลายทำนบนั้นเสียดังนี้ จำเลยไม่มีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 324 (อ้างฎีกา 292/2483)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1536/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเชื่อโดยสุจริตและความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ การกระทำที่ไม่เป็นความผิดเมื่อเชื่อว่าอยู่ในเขตของตน
จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจว่าทำนบกั้นน้ำของผู้เสียหายอยู่ในเขตที่ดินของมารดาจำเลย จำเลยได้ทำลายทำนบนั้นเสีย ดังนี้ จำเลยไม่มีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324(อ้างฎีกา 292/2483)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดิน กรณีใบเหยียบย่ำทับที่ดินที่มีผู้ทำประโยชน์มาก่อน ใบเหยียบย่ำเป็นโมฆะ
ที่ดินที่มีผู้ครอบครองตามใบเหยียบย่ำอยู่ก่อนแล้วต่อมานายอำเภอได้ออกใบเหยียบย่ำให้แก่ผู้อื่นทับที่แปลงนั้นผู้ได้รับใบเหยียบย่ำครั้งหลังย่อมไม่ได้สิทธิตาม ก.ม.เพราะที่นั้นมิใช่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน