คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
พิบูลย์ไอศวรรย์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,027 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นระบุพยานนอกกรอบเวลาที่ศาลกำหนด และเหตุผลความล่าช้าที่ไม่สมควร
จำเลยไม่ได้ยื่นระบุพยานไว้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกแล้วมีเหตุต้องเลื่อนไปอีกเดือนครึ่งจำเลยจึงพึ่งยื่นขอระบุพยานในระหว่างสืบพยานโจทก์ครั้งหลัง โดยอ้างเหตุว่าสืบไปนั้นยังไม่เป็นเหตุอันสมควรให้ศาลรับฟังพยานโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา87,88

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 780/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิร่วมในที่ดิน: สันนิษฐานว่ามีส่วนได้เสีย, จำเลยมีหน้าที่พิสูจน์หักล้าง
โจทก์ฟ้องว่า มีกรรมสิทธิในที่ดินร่วมกับจำเลย จำเลยสู้คดีว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินซื้อที่รายนี้แล้วลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิด้วยเพื่อลวงมิให้ญาติอื่นมาแย่งมรดก ดังนี้ในเบื้องต้นต้องสันนิษฐานว่าโจทก์มีกรรมสิทธิอยู่ด้วยส่วนหนึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งแยกที่ดินบ้านเรือนมีคำขอให้ใช้ราคามาด้วยเป็นจำนวนค่อนข้างสูง จำเลยก็ขอให้ใช้ราคาแทนแบ่งเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลอาจพิพากษาให้แบ่งโดยวิธีให้จำเลยใช้เงินราคาก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดุลพินิจศาลในการรับฟังพยานและการตรวจดูสถานที่ การโต้แย้งถือเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง
การที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้คู่ความอ้างพยานเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม ก็ดีการที่ศาลไม่ไปดูที่พิพาทก็ดีเป็นเรื่องดุลพินิจของศาลการโต้แย้งดุลพินิจของศาลเป็นการโต้แย้งในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจดุลยพินิจศาลในการพิจารณาพยานและตรวจสอบสถานที่: ข้อจำกัดในการฎีกาข้อเท็จจริงในคดีที่มีทุนทรัพย์น้อย
การที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้คู่ความอ้างพยานเพิ่มเติมตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 88 + ก็ดี การที่ศาลไม่ไปดูที่พิพาทก็ดี เป็นเรื่องดุลยพินิจของศาล การโต้แย้งดุลยพินิจของศาลเป็นการโต้แย้งดุลยพินิจของศาลเป็นการโต้แย้งในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุ เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์ แก้ไขเพิ่มเติมหลังสืบพยานไม่ได้
ฟ้องไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
การสั่งให้โจทก์แก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ้องจะกระทำได้เมื่อก่อนรับฟ้องหรือไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อสืบพยานเสร็จสิ้นแล้วจะแก้ไขหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่สมบูรณ์หากไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุ แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องหลังสืบพยานไม่ได้
ฟ้องไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุ เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
การสั่งให้โจทก์แก้ใขหรือเพิ่มเติมฟ้องจะกระทำได้เมื่อก่อนรับฟ้องหรือไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อสืบพะยานเสร็จสิ้นแล้วจะแก้ไขหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะไถ่โฉนดคืน: จำเลยมีหน้าที่ตามสัญญา แม้โจทก์ไม่มีอำนาจไล่เบี้ย
จำเลยยืมโฉนดที่ดินของโจทก์ไปวางประกันเงินกู้จากธนาคารโดยให้โจทก์ลงชื่อในใบมอบฉันทะให้ไว้สัญญาจะไถ่คืนให้ใน 1 เดือนโจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยจัดการไถ่โฉนดคืนให้โจทก์ตามสัญญาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการใช้ทางน้ำในที่สาธารณะ แม้จำเลยครอบครองภายหลัง โจทก์มีสิทธิใช้ทางน้ำเดิมได้
โจทก์ขุดทางน้ำจากคลองผ่านชานคลองเก่าอันเป็นที่สาธารณะมาสู่ที่โจทก์และใช้ประโยชน์ตลอดมาแล้วต่อมาภายหลังจำเลยได้เข้ายึดถือที่สาธารณะนั้น จำเลยย่อมไม่มีสิทธิไปปิดกั้นทางน้ำนั้นได้เมื่อจำเลยไปขุดดินปิดเข้าก็ย่อมเป็นการละเมิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความละเมิด, การรับสภาพหนี้, วันเกิดสิทธิเรียกร้อง, ศาลปรับบทเอง
ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดแต่ไม่ได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยได้กระทำผิดในทางอาญาต่อโจทก์คดีจึงนับอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคสอง ไม่ได้
การที่จำเลยรับด้วยวาจาว่าจะพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายให้ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามมาตรา 172
จำเลยร้องทุกข์ว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญาต่อมาโจทก์ถูกฟ้องจนศาลพิพากษายกฟ้องแล้วนั้นสิทธิของโจทก์ย่อมถูกละเมิดตั้งแต่วันที่จำเลยร้องทุกข์ ไม่ใช่เมื่อศาลยกฟ้อง
เมื่อจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วเป็นหน้าที่ศาลจะต้องปรับบทมาตราเอง จำเลยไม่ต้องยกบทกฎหมายมาโดยแจ้งชัด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความละเมิด: การเริ่มต้นนับอายุความเมื่อมีการกระทำละเมิด และการรับสภาพหนี้
ฟ้องเรียกค่าเสียหายละเมิด แต่ไม่ได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยได้กระทำผิดในทางอาญาต่อโจทก์ คดีจึงนับอายุความตาม ป.พ.พ.มาตรา 448 วรรค 2 ไม่ได้
การที่จำเลยรับด้วยวาจาว่าจะพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายให้ ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามมาตรา 172
จำเลยร้องทุกข์ว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญา ต่อมาโจทก์ถูกฟ้องจนศาลพิพากษายกฟ้องถูกละเมิดตั้งแต่วันที่จำเลยร้องทุกข์ ไม่ใช่เมื่อศาลยกฟ้อง
เมื่อจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว เป็นหน้าที่ศาลจะต้องปรับมาตราเอง จำเลยไม่ต้องยกบทกฎหมายมาโดยแจ้งชัด
of 103