พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,027 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลอมแปลงข้อความบนสลากสุราแม่โขงเข้าข่ายความผิดฐานปลอมหนังสือตามประมวลกฎหมายอาญา
สลากสุราแม่โขงที่มีข้อความคำว่า " นครสวรรค์ ปิดที่ขวดสุราแม่โขง ซึ่งเป็นข้อแสดงว่าเป็นสุราที่โรงงาน สุราแม่โขง กรมโรงงานอุตสาหกรรม ส่งมาขายเฉพาะจังหวัดนครสวรรค์ นั้น คำว่า " นครสวรรค์ " ดังกล่าว ย่อมเป็นหนังสือตามความหมายของ ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 6 ข้อ 17,18,ผู้ใดปลอมขึ้น จึงผิดฐานปลอมหนังสือ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญาโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามการพิจารณา ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานวิวาททำให้ตายในที่วิวาทโดยไม่ระบุว่าใครทำใคร ตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 253แต่เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าไม่ใช่เรื่องวิวาทกัน แต่เป็นเรื่องที่ผู้ตายออกมาห้ามแต่โดยดี กลับถูกจำเลยผู้มีชื่อคนหนึ่ง แทงเอาถึงตายดังนี้ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องจะลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องวิวาททำให้ตายโดยไม่ระบุตัวผู้กระทำผิด และข้อเท็จจริงต่างจากที่ฟ้อง
โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานวิวาททำให้ตายในที่วิวาทโดยไม่ระบุว่าใครทำใคร ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 253 แต่เมื่อทางพิจารณาปรากฎว่าไม่ใช่เรื่องวิวาทกัน แต่เป็นเรื่องที่ผู้ตายออกมาห้ามแต่โดยดี กลับถูกจำเลยผู้มีชื่อคนหนึ่ง แทงเอาถึงตาย ดังนี้ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการรับรางวัลสลากแม้สลากสูญหาย เจ้าของสลากยังมีสิทธิรับเงินรางวัลได้ แม้มีข้อความจำกัด
สลากกินแบ่งฉบับที่ถูกรางวัลนั้นแม้สลากจะศูนย์หายไปเสีย เจ้าของที่แท้จริงก็ยังมีสิทธิขอรับรางวัลจากสำนักงานสลากกินแบ่งได้ แม้ในสลากจะมีข้อความว่า " เงินรางวัลจะจ่ายแก่ผู้ถือสลากฉบับที่ถูกรางวัลนำมาขอรับ " ก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิขอรับรางวัลสลากแม้สลากสูญหาย เจ้าของสลากยังมีสิทธิรับเงินรางวัล แม้มีข้อความจำกัด
สลากกินแบ่งฉบับที่ถูกรางวัลนั้น แม้สลากจะสูญหายไปเสียเจ้าของที่แท้จริงก็ยังมีสิทธิขอรับรางวัลจากสำนักงานสลากกินแบ่งได้แม้ในสลากจะมีข้อความว่า'เงินรางวัลจะจ่ายแก่ผู้ถือสลากฉบับที่ถูกรางวัลนำมาขอรับ' ก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินมือเปล่าและการสละการครอบครอง ทำให้ผู้ขายไม่มีสิทธิเรียกคืนได้
ที่ดินบ้านมือเปล่านั้นเมื่อทางพิจารณาไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่า ที่บ้านนั้น เจ้าของได้มีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 มาแล้ว ก็ต้องถือว่าเจ้าของมีสิทธิครอบครองมือเปล่าธรรมดาเช่นเดียวกับที่นามือเปล่า เท่านั้น (อ้างฎีกาที่ 5/2495)
ขายที่บ้านมือเปล่า โดยทำหนังสือสัญญากันเอง แล้วมอบที่ดินให้ผู้ซื้อครอบครองแล้ว อันถือได้ว่าผู้ขายได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เขาแล้ว ผู้ขายย่อมไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินนั้นคืน
ขายที่บ้านมือเปล่า โดยทำหนังสือสัญญากันเอง แล้วมอบที่ดินให้ผู้ซื้อครอบครองแล้ว อันถือได้ว่าผู้ขายได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เขาแล้ว ผู้ขายย่อมไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินนั้นคืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายที่ดินมือเปล่าและสิทธิครอบครอง เมื่อมีการสละเจตนาครอบครองแล้ว เจ้าของเดิมไม่มีสิทธิเรียกคืนได้
ที่ดินบ้านมือเปล่านั้น เมื่อทางพิจารณาไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่า ที่บ้านนั้น เจ้าของได้มีสิทธิในที่ดินตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดดเสร็จบทที่ 42 มาแล้ว ก็ต้องถือว่าเจ้าของมีสิทธิครอบครองมือเปล่าธรรมดาเช่นเดียวกันที่นามือเปล่าเท่านั้น ( อ้างฎีกาที่ 5/2495 )
ขายที่บ้านมือเปล่า โดยทำหนังสือสัญญากันเอง แล้วมอบที่ดินให้ผู้ซื้อครอบครองแล้ว อันถือได้ว่าผู้ขายได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เขาแล้วผู้ขายย่อมไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินนั้นคืน
ขายที่บ้านมือเปล่า โดยทำหนังสือสัญญากันเอง แล้วมอบที่ดินให้ผู้ซื้อครอบครองแล้ว อันถือได้ว่าผู้ขายได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เขาแล้วผู้ขายย่อมไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินนั้นคืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่า vs. ทำร้ายร่างกาย: การพิเคราะห์เจตนาและความร้ายแรงของบาดแผล
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาแต่ทั้งสองศาลฟังต้องกันว่ายังฟังไม่ได้ว่าผู้ตาย ตายเพราะบาดแผลที่ถูกทำร้ายจำเลยฝ่ายเดียวฎีกาศาลฎีกาย่อมจะไม่วินิจฉัยไปถึงว่าจำเลยอาจจะมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7-8/97)
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกัน. จำเลยใช้มีดขนาดเล็กแทงเพียงครั้งเดียวแม้จะมีโอกาสทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำบาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรงจึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7-8/97)
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกัน. จำเลยใช้มีดขนาดเล็กแทงเพียงครั้งเดียวแม้จะมีโอกาสทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำบาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรงจึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่า vs. ทำร้ายร่างกาย: ศาลฎีกาวินิจฉัยความผิดฐานพยายามฆ่าไม่ชอบ เนื่องจากบาดแผลไม่ร้ายแรงและไม่มีสาเหตุ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา แต่ทั้งสองศาลฟังต้องกันว่ายังฟังไม่ได้ว่าผู้ตาย ตายเพราะบาดแผลที่ถูกทำร้าย จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาย่อมจะไม่วินิจฉัยไปถึงว่าจำเลยอาจจะมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ( ประชุมใหญ่ 7 - 8/97 )
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกันจำเลยใช้มีดขนาดเล็แทงเพียงครั้งเดียว แม้จะมีโอกาศทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำ บาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรง จึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกันจำเลยใช้มีดขนาดเล็แทงเพียงครั้งเดียว แม้จะมีโอกาศทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำ บาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรง จึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบไม่ตรงประเด็นฟ้อง ทำให้โจทก์ไม่ชนะคดี
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลย บัดนี้จำเลยกลับเอาที่พิพาทไปขายคนอื่นจึงขอให้ทำลายนิติกรรมซื้อขายนั้นเสียแต่นำสืบว่าโจทก์ช่วยออกเงินให้จำเลยซื้อที่ดินมาจากลูกสะใภ้ แล้วจำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ครอบครองเช่นนี้ เป็นเรื่องนำสืบไม่ตรงกับประเด็นในฟ้อง โจทก์จึงไม่ควรชนะคดี