คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
พิบูลย์ไอศวรรย์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,027 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้ถูกหลอกลวงก่อนส่งทรัพย์ก็เป็นผู้เสียหายได้ คดีฉ้อโกงไม่ได้จำกัดเฉพาะการส่งมอบทรัพย์
ในคดีฉ้อโกง เพียงแต่ถูกหลอกลวงให้ส่งทรัพย์ แม้ยังมิทันส่งทรัพย์ให้ ก็ถือว่าผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายแล้ว
เจ้าของโคที่หายไป ถูกจำเลยหลอกลวงเอาเงินไปว่า จะเอาโคมาคืนให้ เจ้าของโคไม่มีเงิน จึงขอให้บุคคลอื่นออกเงินไถ่เอาโคมา โดยตกลงว่า เมื่อไถ่โคมาแล้ว จะมอบโคให้เป็นสิทธิแก่บุคคลนั้น ดังนี้เจ้าของโคยังเป็นผู้เสียหาย และมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฉ้อโกง: ผู้ถูกหลอกลวงแม้ยังไม่ส่งทรัพย์ก็เป็นผู้เสียหายและมีสิทธิร้องทุกข์ได้
ในคดีฉ้อโกง เพียงแต่ถูกหลอกลวงให้ส่งทรัพย์ แม้ยังมิทันส่งทรัพย์ให้ ก็ถือว่าผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายแล้ว
เจ้าของโคที่หายไป ถูกจำเลยหลอกลวงเอาเงินไปว่าจะเอาโคมาคืนให้เจ้าของโคไม่มีเงิน จึงขอให้บุคคลอื่นออกเงินไถ่เอาโคมา โดยตกลงว่า เมื่อไถ่โคมาแล้ว จะมอบโคให้เป็นสิทธิแก่บุคคลนั้น ดังนี้ เจ้าของโคยังเป็นผู้เสียหายและมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ธนบัตรปลอม: เจตนาจำหน่ายและซุกซ่อนเพื่อจำหน่ายเป็นเหตุให้มีความผิด
พยานโจทก์ในคดีที่หาว่าจำเลยมีและจำหน่ายธนบัตรปลอมให้การว่าธนบัตรปลอมที่จับได้จากจำเลยนั้น เป็นของพยาน ดังนี้ พยานผู้นั้นย่อมถูกฟ้องหาว่าสมคบกับจำเลยในคดีนั้นอีกได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำสัญญาเช่าระหว่างเจ้าของกรรมสิทธิ์อุปสมบทกับมารดาโดยไม่มีการแต่งตั้งตัวแทน
โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยได้ทำสัญญาเช่าจากมารดาโจทก์ ขณะที่โจทก์อุปสมบทเป็นภิกษุ เมื่อไม่ได้ความว่า โจทก์ได้แต่งตั้งมารดาโจทก์เป็นตัวแทน จะเป็นโดยแสดงออกชัด หรือโดยปริยาย ดังนี้จะฟังว่ามารดาโจทก์เป็นตัวแทนของโจทก์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำสัญญาเช่าที่ดินโดยมารดาผู้ไม่ได้รับมอบอำนาจ สิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์
โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยได้ทำสัญญาเช่าจากมารดาโจทก์ขณะที่โจทก์อุปสมบทเป็นภิกษุ เมื่อไม่ได้ความว่า โจทก์ได้แต่งตั้งมารดาโจทก์เป็นตัวแทน จะเป็นโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยาย ดังนี้ จะฟังว่ามารดาโจทก์เป็นตัวแทนของโจทก์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนนัดสืบพยานเพื่อรับฟังคำให้การจำเลยเพิ่มเติม และอำนาจศาลในการอนุญาตเลื่อนนัด
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2490 ครั้นถึงวันนัดพิจารณา จำเลยให้การว่าตามที่โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้อง เรื่อง เพิ่มโทษว่าเคยต้องโทษจริงแต่พ้นโทษมาเกิน 5 ปี แล้ว โจทก์ไม่ได้ระบุพยานและไม่มีพยานมาสืบในข้อที่จำเลยเคยต้องโทษในวันนัด ดังนี้ศาลไม่ควรจะสั่งงดสืบพยานโจทก์ เพราะเมื่อก่อนได้ทราบคำให้การจำเลยโจทก์ไม่ทราบประเด็นที่จะต้องสืบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนนัดสืบพยานเพื่อสอบถามการให้การเพิ่มเติมของจำเลย ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยเหตุผลที่โจทก์ขอเลื่อน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ในวันที่ 26 มิถุนายน 2490 ครั้นถึงวันนัดพิจารณา จำเลยให้การว่า ตามที่โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้องเรื่องเพิ่มโทษว่า เคยต้องโทษจริง แต่พ้นโทษมาเกิน 5 ปีแล้ว โจทก์ไม่ได้ระบุพยานและไม่มีพยานมาสืบในข้อที่จำเลยเคยต้องโทษในวันนัด ดังนี้ ศาลไม่ควรสั่งงดสืบพยานโจทก์ เพราะเมื่อก่อนได้ทราบคำให้การจำเลย โจทก์ไม่ทราบประเด็นที่จะต้องสืบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคืนหลักประกันเมื่อคดีถึงที่สุด แม้มีการอุทธรณ์ระหว่างดำเนินคดี
คดีอาญา เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วต้องคืนหลักประกันแก่ผู้ที่ควรรับไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคืนหลักประกันหลังคดีถึงที่สุด แม้จะมีการอุทธรณ์ระหว่างดำเนินคดี
คดีอาญา เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วต้องคืนหลักประกันแก่ผู้ที่ควรรับไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาโดยทนายร่วม: การยื่นฎีกาของจำเลยบางส่วนมีผลผูกพันจำเลยอื่นหรือไม่ และศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลล่างยังไม่ได้วินิจฉัย
จำเลยทั้งหมดได้แต่งตั้งให้ทนายคนเดียวกันเป็นทนายของจำเลยทุกคนทนายจำเลยเป็นผู้ลงนามในฟ้องฎีกา ต้องถือว่าเป็นฟ้องฎีกาของจำเลยผู้ที่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วและได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเท่านั้น
ศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะฟ้องของโจทก์ไม่เป็นองค์แห่งความผิดศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นองค์แห่งความผิด ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกามิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิได้ถูกต้องตรงไหนกลับเสนอข้อเท็จจริงที่ต่างนำสืบมาว่าจะควรฟังอย่างไรดังนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลล่างยังไม่ได้วินิจฉัย
ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 5 มิถุนายน 2491 ยื่นฎีกาวันที่ 5 กรกฎาคม 2491 หาขาดอายุความไม่
of 103