พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,027 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 766/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบร่วมกันลักทรัพย์: การกระทำที่ถือเป็นตัวการ
พฤตติการณ์ที่ถือว่า เป็นตัวการฐานลักทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษฐานลักทรัพย์ตาม มาตรา 295,54, จำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษตามมาตนา 321 ,59 จำคุก 6 เดือน โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลชั้นต้นลงโทษฐานลักทรัพย์ตาม มาตรา 295,54, จำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษตามมาตนา 321 ,59 จำคุก 6 เดือน โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760-765/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขืนใจโดยใช้อำนาจมิชอบ: การบังคับให้ผู้เสียหายให้เงินเพื่อหลีกเลี่ยงภัยอันตรายจากผู้ร้าย
จำเลยเป็นตำรวจใช้อุบายขู่ว่าให้ผู้เสียหายให้เงินแก่จำเลยเพื่อเอาไปให้แก่ผู้ร้ายสำคัญ ถ้าไม่ให้ก็จะต้องถูกผู้ร้ายกระทำร้ายในภายหลัง ดังนี้เรียกได้ว่าจำเลยบังคับโดยใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายขู่เข็ญข่มขืนใจให้ผู้เสียหายมีความกลัวต่อภัยอันตรายในอนาคตซึ่งจะถูกพวกปล้นทำร้ายมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 268วรรคสุดท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760-765/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขืนใจโดยใช้อำนาจบังคับให้ผู้อื่นกลัวภัยอันตราย เพื่อชิงทรัพย์
จำเลยเป็นตำรวจ ใช้อุบายขู่ว่าเป็นผู้เสียหายให้เงินแก่จำเลยเพื่อเอาไปให้แก่ผู้ร้ายสำคัญ ถ้าไม่ให้ก็จะต้องถูกผู้ร้ายกระทำร้ายในภายหลัง ดังนี้เรียกได้ว่า จำเลยบังคับโดยใช้อำนาจโดยมิชอบด้วย ก.ม. ขู่เข็ญข่มขืนใจให้ผู้เสียหายมีความกลัวต่อภัยอันตรายในอนาคต ซึ่งจะถูกพวกปล้นทำร้าย มีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 268 วรรคสุดท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีอาญา: ผลของการขาดข้อเท็จจริงสำคัญในฟ้องเดิม และการระงับสิทธิฟ้อง
คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสำนวนและนัดตัดสิน ถือว่าได้มีการพิจารณาในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นส่วนหนึ่ง เมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นส่วนหนึ่ง เมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำในความผิดเดิม แม้เพิ่มที่เกิดเหตุ ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากสิทธิฟ้องระงับ
คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิจารณาสืบพะยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสำนวน และนัดตัดสิน ถือว่าได้มีการพิจารณาในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้น ส่วนหนึ่งเมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิด ซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (4) .
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้น ส่วนหนึ่งเมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิด ซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (4) .
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีอาญา: การบรรยายฟ้องที่ทำให้เข้าใจถึงความเสียหาย
ข้อความที่โจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องในความผิดฐานปลอมหนังสือนั้นเมื่ออ่านแล้วเข้าใจได้ว่า การกระทำของจำเลยกระทำให้โจทก์ต้องเสียหายหรือ อาจเกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ ทั้งจำเลยก็เข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้ ฟ้องของโจทก์ย่อมสมบูรณ์ โจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องทุกๆ คำจนครบถ้วนตามตัวบทกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ความเสียหาย หรือความอาจเสียหายเพียงพอให้ฟ้องสมบูรณ์
ข้อความที่โจทก์ได้บรรยายว่า ในฟ้องในความผิดฐานปลอมหนังสือนั้น เมื่ออ่านแล้วเข้าใจได้ว่า การกระทำของจำเลยกระทำให้โจทก์ต้องเสียหาย หรืออาจเกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ ซึ่งจำเลยก็เข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้ ฟ้องของโจทก์ย่อมสมบูรณ์ โจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายทุก ๆ คำจนครบถ้วนตามตัวบทกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุสถานที่ในฟ้องบุกรุกชัดเจนพอสมควร แม้ไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยบุกรุกที่นาของนายกูดภูแซมโชติที่ตำบลอีตื้อ อำเภอยางตลาดเขตศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และจำเลยได้ให้การแก้คดีว่า เป็นนาซึ่งนางจันทร ได้แบ่งและยกให้จำเลย ดังนี้ ถือได้ว่า ฟ้องได้ระบุสถานที่ชัดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยในคดีเข้าใจได้ว่าเป็นนาแห่งใดแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุสถานที่บุกรุกชัดเจนเพียงพอ แม้ไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ศาลไม่ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยบุกรุกที่นาของนายกูด ภูแซมโชติ ที่ตำบลอีตื้อ อำเภอบางตลาดเขตต์ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และจำเลยได้ให้การแก้คดีว่า เป็นนาซึ่งนางจันทรได้แบ่งและยกให้จำเลย ดังนี้ถือได้ว่า ฟ้องได้ระบุสถานที่ชัดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยในคดีเข้าใจได้ว่าเป็นนาแห่งใดแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้กำลังในการจับกุมผู้ต้องหาหลบหนี: อำนาจตามกฎหมายและความเกินสมควร
ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือความป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้นั้น
จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วย ได้ปฏิบัติการตามหน้าที่โดยจับกุมผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ร้ายสำคัญเรื่องปล้นทรัพย์ ผู้ตายวิ่งหนี จำเลยที่ 1 เกรงความผิด จึงสั่งให้จำเลยที่ 2 ยิง ดั่งนี้ ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 83 วรรค 2 แต่กระทำเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินไปกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 53 (อ้างฎีกา 618/2461)
จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วย ได้ปฏิบัติการตามหน้าที่โดยจับกุมผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ร้ายสำคัญเรื่องปล้นทรัพย์ ผู้ตายวิ่งหนี จำเลยที่ 1 เกรงความผิด จึงสั่งให้จำเลยที่ 2 ยิง ดั่งนี้ ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 83 วรรค 2 แต่กระทำเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินไปกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 53 (อ้างฎีกา 618/2461)