พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์รถยนต์โอนเมื่อทำสัญญาซื้อขาย ไม่ต้องโอนทะเบียน
รถยนต์ไม่ใช่ทรัพย์ที่อยู่ในบังคับตามมาตรา 456 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อแต่ขณะทำสัญญาซื้อขายกันโดยมิต้องไปโอนทะเบียน ส่วนการโอนทะเบียนรถยนต์ตามกฎหมาย เกี่ยวกับทะเบียนรถยนต์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่จะควบคุมยานพาหนะและภาษีรถยนต์ มิใช่แบบของนิติกรรมแต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายโคโดยไม่ต้องทำตั๋วรูปพรรณ: โคที่ยังไม่ใช้งานและมีอายุน้อย
ขณะซื้อขายโคของกลาง ไม่ปรากฏว่าเป็นโคที่ใช้งานแล้ว และอายุก็ยังน้อย ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้อง ทำตั๋วรูปพรรณ แม้การซื้อขายจะมิได้ทำเป็นหนังสือและ จดทะเบียนก็ไม่เป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3966/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ vs. สิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้มาโดยสุจริตและจดทะเบียน
แม้ศาลจะวินิจฉัยและมีคำสั่งในคดีเรื่องหนึ่ง ว่าจำเลย ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ แต่เมื่อจำเลยยังไม่ได้ไปจดทะเบียนสิทธิ จำเลยจึงไม่อาจใช้ยันบุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยสุจริต มีค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายรถยนต์โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ผู้ซื้อไม่ต้องรับผิดต่อเจ้าของเดิม
จำเลยที่ 2 นำรถของโจทก์ไปขายให้แก่จำเลยที่ 3โดยไม่มีอำนาจจำเลยที่ 3 ได้รับซื้อไว้โดยมีค่าตอบแทนและโดยสุจริต ทั้งได้มีการโอนทางทะเบียนโดยชอบแล้วโดยมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำโดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหาย การกระทำของจำเลยที่ 3 ย่อมไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์
แม้โจทก์จะมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนก็ต้องเอาคืนจากผู้ครอบครองเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 3 ได้ขายรถยนต์และรถยนต์ตกไปอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นแล้ว จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 506/2522)
แม้โจทก์จะมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนก็ต้องเอาคืนจากผู้ครอบครองเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 3 ได้ขายรถยนต์และรถยนต์ตกไปอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นแล้ว จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 506/2522)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินยังไม่สมบูรณ์ โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินได้
จำเลยซื้อบ้านและที่ดินจากโจทก์โดยทำสัญญากู้เงินที่ยังค้างชำระให้ไว้ ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ซึ่งเป็นค่าที่ดินและบ้านดังกล่าวจนชนะคดีและคดีถึงที่สุด การซื้อขายที่ดินและบ้านระหว่างโจทก์กับจำเลยยังมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงยังไม่เป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แม้จำเลยอาจฟ้องร้องให้บังคับตามข้อตกลงซื้อขายได้เนื่องจากได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว แต่กรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านยังคงเป็นของโจทก์อยู่ เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะให้จำเลยอยู่ในที่ดินและบ้านต่อไป โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินและการครอบครอง: สิทธิในการต่อสู้คดีเมื่อไม่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง
เมื่อจำเลยไม่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการ ครอบครองแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิตามมาตรา 1299 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ โจทก์ว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3077/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ที่จำเลยอ้างกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ และข้อจำกัดการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ อันมีค่าเช่าเดือนละห้าร้อยบาท จำเลยให้การว่าบ้านพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นของนางล้อมนางล้อมมอบให้จำเลยดูแลแทน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลในกรณีอื่นออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละห้าพันบาท และจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์แม้ต่อมาศาลชั้นต้นให้เรียกนางล้อมเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของโจทก์ แต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยร่วมไม่ฎีกา ดังนี้ จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์รถยังเป็นของโจทก์ แม้โอนทะเบียนให้บริษัทขนส่งเพื่อวิ่งรับจ้าง และกองทัพอากาศต้องรับผิดในฐานะผู้สั่งการ
โจทก์นำรถเข้าวิ่งรับส่งคนโดยสารร่วมในเส้นทางสัมปทานของบริษัทขนส่ง จำกัด โดยบริษัทขนส่ง จำกัด เรียกค่าตอบแทนจากโจทก์เป็นรายเที่ยว และโจทก์ต้องทำสัญญาโอนทะเบียนรถใส่ชื่อบริษัทขนส่ง จำกัด เป็นเจ้าของ ในระหว่างที่โจทก์ยังคงใช้รถในเส้นทางดังกล่าวอยู่ สัญญาทำกันเป็นรายปี หากไม่ต่อสัญญาจะต้องโอนทะเบียนรถคืนให้แก่โจทก์ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการใช้รถยังคงเป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องจ่ายเองทั้งสิ้น พฤติการณ์ตามข้อตกลงดังกล่าว ไม่พอฟังว่าโจทก์ได้โอนกรรมสิทธิ์ในรถให้แก่บริษัทขนส่ง จำกัดไปโดยแท้จริงเพราะไม่ปรากฏว่าบริษัทขนส่งจำกัด ได้ชำระราคารถนั้นแต่อย่างใด ทั้งมีข้อตกลงว่าถ้าไม่มีการต่อสัญญาทะเบียนรถจะโอนกลับเป็นของโจทก์ กรรมสิทธิ์ในรถคันดังกล่าวยังเป็นของโจทก์
กรมการบินพลเรือนเป็นหน่วยราชการในสังกัดของจำเลยที่ 3ร้านค้าในกรมได้ตั้งขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของเจ้ากรมเพื่อเป็นการช่วยเหลือข้าราชการในสังกัดของจำเลยที่ 3 ในด้านสวัสดิการต่างๆอันเป็นนโยบายประการหนึ่งของจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับราชการมีหน้าที่ขับรถยนต์ของกรมการบินพลเรือน ได้ขับรถยนต์ไปทำการขนข้าวสารอันเป็นกิจการของร้านค้ากรมการบินพลเรือน ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางราชการส่วนหนึ่ง ดังนี้ จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องนอกเหนือวัตถุประสงค์ นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดไม่ได้
กรมการบินพลเรือนเป็นหน่วยราชการในสังกัดของจำเลยที่ 3ร้านค้าในกรมได้ตั้งขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของเจ้ากรมเพื่อเป็นการช่วยเหลือข้าราชการในสังกัดของจำเลยที่ 3 ในด้านสวัสดิการต่างๆอันเป็นนโยบายประการหนึ่งของจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับราชการมีหน้าที่ขับรถยนต์ของกรมการบินพลเรือน ได้ขับรถยนต์ไปทำการขนข้าวสารอันเป็นกิจการของร้านค้ากรมการบินพลเรือน ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางราชการส่วนหนึ่ง ดังนี้ จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องนอกเหนือวัตถุประสงค์ นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจ้างทำของและกรรมสิทธิ์ในชิ้นส่วน: การถอดชิ้นส่วนก่อนส่งมอบไม่ถือยักยอก
โจทก์ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ซ่อมเครื่องพิมพ์และเครื่องอัดเพลทจนใช้การได้ เป็นสัญญาจ้างทำของที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดหาสัมภาระ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า ก่อนโจทก์จะมารับเครื่องพิมพ์และเครื่องอัดเพลท จำเลยที่ 1 ได้ทดลองให้โจทก์เห็นว่า จำเลยที่ 1 ทำการซ่อมเครื่องจนเสร็จแล้ว แต่ตอนโจทก์นำรถยนต์มาขนเครื่องพิมพ์และเครื่องอัดเพลทไปจำเลยที่ 1 ได้ถอดชิ้นส่วนและอะไหล่ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องออกไว้ โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องเสียศูนย์โดยการขนย้ายชิ้นส่วนและอะไหล่เหล่านั้นโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าเป็นของโจทก์มีมาแต่เดิมอาจเป็นสัมภาระที่จำเลยที่ 1 จัดหามา เมื่อจำเลยที่ 1 ยังมิได้ส่งมอบให้แก่โจทก์ ชิ้นส่วนและอะไหล่จึงยังเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 1 อยู่ หาใช่เป็นของโจทก์ไม่ แม้จำเลยที่ 1 จะไม่นำชิ้นส่วนและอะไหล่ที่ถอดออกไปประกอบเข้ากับเครื่องในภายหลังรูปคดีก็คงฟังได้แต่เพียงจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาในทางแพ่ง หาเป็นความผิดอาญาฐานยักยอกดังฟ้องไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283-284/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในเรือนพิพาทแยกจากกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำเลยไม่มีสิทธิภารจำยอมเมื่อซื้อเฉพาะเรือน
ที่ดินของโจทก์ทั้งสองเดิมเป็นของนาง ส.นางส.เป็นผู้ปลูกเรือนพิพาทขึ้นบนที่ดิน. ต่อมานาง ส.ขายเฉพาะตัวเรือนพิพาทให้จำเลย จากนั้นจึงแบ่งแยกที่ดินแปลงใหญ่ออกเป็นแปลงเล็กหลายแปลง และนางส.ได้แบ่งขายที่ดินให้โจทก์ทั้งสองคนละแปลง ที่ดินที่แบ่งขายให้โจทก์ทั้งสองนี้มีเรือนพิพาทปลูกรุกล้ำคร่อมอยู่ โดยจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ติดต่อกับโจทก์ทั้งสองเลย ดังนี้ เป็นเรื่องจำเลยซื้อเรือนพิพาทซึ่งเจ้าของที่ดินเดิมปลูกไว้ แม้การซื้อขายจะทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ถูกต้อง จำเลยก็ได้กรรมสิทธิ์เฉพาะตัวเรือนพิพาทเท่านั้น ไม่มีสิทธิในที่ดินปลูกเรือน จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเรือนพิพาทจึงไม่มีสิทธิฟ้องให้โจทก์จดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอม เมื่อเจ้าของเดิมขายที่ดินซึ่งปลูกเรือนพิพาทให้โจทก์ทั้งสอง และโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป จำเลยก็ไม่มีสิทธิเหนือพื้นดินที่จะอยู่ต่อไปได้