คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ทรัพย์สิน

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,615 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัพย์สินที่ได้มาจากการอยู่กินฉันสามีภริยา ศาลตัดสินแบ่งมรดกตามส่วนได้
จำเลยกับ บ. ร่วมทำมาหาทรัพย์พิพาทมาได้ในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย จำเลยกับ บ. จึงมีส่วนในทรัพย์พิพาทคนละครึ่ง เมื่อ บ. ถึงแก่กรรม ทรัพย์พิพาทส่วนที่เป็นของ บ. จึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ผู้เป็น มารดาและทายาทผู้เดียวของ บ. ผู้ตาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4895/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีและการขัดทรัพย์: สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่ถูกยึด
คำร้องของผู้ร้องทั้งห้าอ้างว่า ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านร่วมกับจำเลย เมื่อจำเลยเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว และจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ โจทก์ย่อมยึดทรัพย์นั้นมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ผู้ร้องทั้งห้าจะร้องขัดทรัพย์ขอให้ถอนการยึดและระงับการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวหาได้ไม่แม้ผู้ร้องจะอ้างว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินเป็นสัดส่วนแต่ก็ไม่ได้ระบุว่า จำเลยครอบครองที่ดินส่วนไหนจนได้กรรมสิทธิ์แยกไปจากที่ดินส่วนที่เป็นของผู้ร้อง อันจะแบ่งขายที่ดินส่วนที่เป็นของจำเลยโดยเฉพาะได้ จำเลยยังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 4 อยู่ จึงไม่อาจแยกขายทอดตลาดที่ดินส่วนของจำเลยได้ คำร้องของผู้ร้องทั้งห้าในส่วนที่ขอให้กันเงินค่าขายที่ดินและบ้านให้แก่ผู้ร้องหากมีการขายทอดตลาดนั้นเป็นเรื่องขอให้ศาลกันส่วนของผู้ร้องในที่ดินและบ้านหาใช่เป็นเรื่องร้องขัดทรัพย์ไม่หากผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านร่วมกับจำเลยจริง เมื่อมีการขายทอดตลาดที่ดินและบ้าน ผู้ร้องก็มีสิทธิขอกันเงินค่าที่ดินและบ้านตามส่วนที่ตนมีกรรมสิทธิ์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4597/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำ: ประเด็นต่างกันระหว่างคดีละเมิดกับการบังคับจดทะเบียนเช่า แม้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเดียวกัน
คดีก่อนโจทก์ที่ 1 ฟ้อง บ. และจำเลยที่ 1 เป็นคดีละเมิด และเรียกค่าเสียหายศาลวินิจฉัยว่า ตึกแถวพิพาทในคดีนี้เป็นของโจทก์ มิได้เป็นส่วนควบกับที่ดินของเจ้าของที่ดินเดิม การที่ บ. ยอมให้ จำเลยที่ 1 เข้าไปอยู่จึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ที่ 1 พิพากษา ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 ส่วนคดีนี้โจทก์ที่ 1 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนสิทธิการเช่าให้โจทก์ที่ 2 ตามสัญญา อันเป็นคนละประเด็นกันกับคดีก่อน มิได้เป็นกรณีที่ คู่ความรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยไปแล้วโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4584/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประมูลเช่าทรัพย์สิน: สัญญาเช่ายังไม่สมบูรณ์หากตกลงเงื่อนไขสำคัญไม่ได้
จำเลยจัดให้มีการประมูลด้วยวาจาให้เช่าอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โจทก์เป็นผู้ประมูลได้โดยเสนอค่าธรรมเนียมการเช่าให้แก่จำเลยสูงสุด ปรากฏว่าตามเงื่อนไขการประมูลการเช่า ผู้เสนอราคาสูงสุดอาจมิใช่เป็นผู้ได้เข้าทำสัญญาเช่ากับจำเลยเพราะจำเลยอาจยกเลิกการประมูลการเช่าเสียได้ และตามประกาศเปิดประมูลการเช่าก็ถือว่าเป็นเพียงคำชี้ชวนซึ่งระบุเงื่อนไขไว้เพียงสังเขปมิได้กล่าวถึงรายละเอียดไว้ซึ่งเป็นที่เห็นได้ชัดว่าเมื่อโจทก์ผู้ยื่นคำเสนอเข้าประมูลเป็นผู้ประมูลในราคาสูงสุดและจำเลยได้สนองรับคำเสนอของโจทก์แล้ว โจทก์จำเลยจะได้ตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขรายละเอียดและเข้าทำสัญญากันอีกชั้นหนึ่ง ต่อมาเมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยยังตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับเงื่อนไขและรายละเอียดซึ่งโจทก์จำเลยถือว่าเป็นสาระสำคัญ ดังนั้นกรณีจึงถือได้ว่าโจทก์จำเลยยังมิได้มีสัญญาต่อกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4234/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกและสิทธิในทรัพย์สินเช่าซื้อ: การอุทธรณ์ต้องชัดเจนและตรงประเด็น
จำเลยกล่าวในอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นแต่เพียงว่า "จำเลยยอมรับว่ามีจริง แต่เป็นทรัพย์สินของจำเลย แต่ที่ศาลกำหนดเป็นมรดกเพราะไม่มีหลักฐานใดมาสนับสนุน" เท่านั้น และในคำขอท้ายฟ้องอุทธรณ์จำเลยก็มิได้ขอให้ศาลอุทธรณ์บังคับเอาแก่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นอย่างไร ทั้งในคำแก้ฎีกาของจำเลยได้กล่าวถึงปัญหาที่ว่าจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อนี้ด้วย ดังนั้นจึงเห็นว่าจำเลยมิได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้ การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ข้อที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีสิทธิหักหนี้จำนวน 86,000 บาทตามที่จำเลยนำสืบว่าได้กู้ยืมเงินบุคคลอื่นและเอาเงินส่วนตัวบางส่วนของจำเลยชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กองมรดกไปนั้นจำเลยมิได้ขอบังคับให้ศาลหักกลบลบหนี้ให้จำเลยหรือโดยการฟ้องแย้งจึงไม่เป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลจะบังคับให้เป็นไปตามที่จำเลยขอหักหนี้ให้ได้ โจทก์ทั้งห้าฟ้องจำเลยขอแบ่งทรัพย์รถยนต์โดยอ้างว่าเป็นมรดกของนายประสิทธิ์ผู้ตาย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่ารถยนต์ดังกล่าวนั้นยังมิได้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายประสิทธิ์เพียงแต่นายประสิทธิ์เช่าซื้อและยังอยู่ในระยะสัญญาเช่าซื้อที่นายประสิทธิ์ยังชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ให้เช่าซื้อไม่หมดมรดกของนายประสิทธิ์เกี่ยวแก่รถยนต์คงมีแต่สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์เท่านั้น โจทก์ทั้งห้าและจำเลยจึงต้องรับไปตามสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อทั้งหมดที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้นชอบแล้ว มิได้เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4130/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานชิงทรัพย์และการร่วมกระทำความผิด โดยมีเจตนาช่วยเหลือการชิงทรัพย์ของผู้อื่น
จำเลยที่ 1 เอาเหล็กขูดชาฟท์มาวางบนตักให้ผู้เสียหายเห็นในขณะนั่งติดกันอยู่ในรถยนต์โดยสารประจำทาง แล้วพูดขอแว่นตาจากผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 1 หยิบเอาแว่นตาของผู้เสียหายจากกระเป๋าเสื้อ และดึงสเกลจากในสมุดผู้เสียหายไป ย่อมเป็นการลักทรัพย์โดยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ขณะเดียวกันนั้นจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งขึ้นรถยนต์โดยสารประจำทางไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 และยืนอยู่ใกล้กับจำเลยที่ 1 ต่างเข้าไปหยิบทรัพย์จากกระเป๋าเสื้อและจากในมือผู้เสียหายไป แสดงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ทราบถึงการกระทำของจำเลยที่ 1โดยตลอด ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3ร่วมชิงทรัพย์กับจำเลยที่ 1 ด้วย การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4109/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องแบ่งมรดก: การไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกเกิน 1 ปี ทำให้ฟ้องคดีขาดอายุความ
โจทก์มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องถือสิทธิครอบครองในที่ดินมรดกร่วมกับ ทายาทอื่นเป็นเวลาประมาณ 30 ปี นับแต่เจ้ามรดก ถึงแก่ความตาย การที่โจทก์มาฟ้องขอแบ่งมรดกเกินกว่า1 ปี หลังจากเจ้ามรดก ถึงแก่ความตายคดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4071/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดบังคับคดีเมื่อทรัพย์สินที่อายัดเป็นตัวเงิน ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ต้องขายทอดตลาด
จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วแก่โจทก์ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์อายัดเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่กรมบังคับคดีในคดีที่จำเลยชนะคดีบุคคลภายนอก เมื่อทรัพย์สินที่ศาลอายัดไว้ดังกล่าวเป็นตัวเงินมิใช่ทรัพย์สินที่จะต้อง มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นย่อมไม่มีกรณีที่จะต้องบังคับ ตามคำพิพากษาเพื่อให้มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สิน ของจำเลยโดยวิธีอื่นจึงมิใช่กรณีที่จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 และปัญหานี้ เป็นเรื่องอำนาจยื่นคำร้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นก็ย่อมอ้างอิงปัญหาเช่นว่านี้ในชั้นอุทธรณ์ฎีกา ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4071/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดบังคับคดีเมื่อทรัพย์สินที่อายัดเป็นตัวเงิน มิใช่ทรัพย์สินที่ต้องขายทอดตลาด
จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วแก่โจทก์ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์อายัดเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่กรมบังคับคดีในคดีที่จำเลยชนะคดีบุคคลภายนอก เมื่อทรัพย์สินที่ศาลอายัดไว้ดังกล่าวเป็นตัวเงินมิใช่ทรัพย์สินที่จะต้อง มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นย่อมไม่มีกรณีที่จะต้องบังคับ ตามคำพิพากษาเพื่อให้มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สิน ของจำเลยโดยวิธีอื่นจึงมิใช่กรณีที่จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดี ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 และปัญหานี้ เป็นเรื่องอำนาจยื่นคำร้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นก็ย่อมอ้างอิงปัญหาเช่นว่านี้ในชั้นอุทธรณ์ฎีกา ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3896/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัพย์สินหล่นหาย - ไม่มีเจตนาถือครอง - ไม่เป็นความผิดลักทรัพย์
กะหล่ำปลีที่ผู้เสียหายบรรทุกไปในรถยนต์ตกลงไปบนถนนและผู้เสียหายไม่มีเจตนาจะยึดถือกรรมสิทธิ์ในกะหล่ำปลีที่ตกไปบนถนนแล้วเพราะไม่อาจนำไปจำหน่ายได้ ดังนี้ แม้จำเลยเอากะหล่ำปลีนั้นไป ก็ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
of 262