คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
พยานหลักฐาน

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,589 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดจากพยานปากเดียว และการรับฟังพยานหลักฐานโดยรวม
ขณะที่โจทก์ร่วมที่ 2 นอนอยู่ที่ห้องโถงซึ่งมีหลอดไฟนีออนขนาดใหญ่เปิดไว้ ได้ยินเสียงคนขึ้นบันไดบ้านจึงลืมตาดู เห็นจำเลยที่ 2 กับคนร้ายอีกสองคน ต่างถืออาวุธปืนสั้นคนละกระบอกเดินขึ้นบันได จำเลยที่ 2เดินเข้าไปในห้องนอนของบุตรสาวโจทก์ร่วมที่ 1ซึ่งอยู่อีกห้องนอนหนึ่ง แล้วจำเลยที่ 2 ออกจากห้องนั้นมาค้นตัวโจทก์ที่ 2 ถามหาทรัพย์สิน จำเลยที่ 2 ให้โจทก์ร่วมนอนตะแคงหันหน้าเข้าข้างฝา จากนั้นจำเลยที่ 2 ลงไปข้างล่าง หลังจากนั้นคนร้ายอีกคนหนึ่งก็พาโจทก์ร่วมที่ 2 ลงมาข้างล่าง ซึ่งมีไฟฟ้าเปิดไว้อยู่แล้ว เห็นจำเลยที่ 2 จะไม่ได้บอกถึง ลักษณะคนร้ายให้โจทก์ร่วมที่ 1 และเจ้าพนักงานตำรวจ ที่มาที่เกิดเหตุฟังก็ไม่พิรุธถึงขนาดที่จะรับฟังไม่ได้ เพราะโจทก์ร่วมที่ 2 ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนถึงลักษณะ ของคนร้าย หลังจากเกิดเหตุในวันนั้นเป็นเวลาไม่นาน ข้อเท็จจริงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าโจทก์ร่วมที่ 2เห็นและจำเลยที่ 2 ได้ว่าเป็นคนร้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1356/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแต่งตั้งผู้จัดการมรดก: พิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และประโยชน์ของกองมรดก
การขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก เพียงแต่บรรยายถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงและพฤติการณ์อันจำเป็นและสมควรจะต้องมีผู้จัดการมรดกเท่านั้น ส่วนการที่ศาลจะตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดกนั้นแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก และภายใต้บังคับบทบัญญัติที่ชี้แนวทางให้ศาลปฏิบัติในการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1718 ฉะนั้น แม้คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องของผู้ร้องคัดค้านที่ 2 จะมิได้บรรยายว่าผู้คัดค้านที่ 2 ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้ ก็เป็นคำร้องขอที่ชอบ เพราะคำร้องขอเช่นว่านี้ไม่จำต้องบรรยายบทบังคับให้ศาลต้องปฏิบัติไว้ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2534 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำอนาจารเด็กและการพิจารณาความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา โดยพิจารณาจากพยานหลักฐานทางการแพทย์
ตามพฤติการณ์ของจำเลยน่าเชื่อว่า จำเลยเพียงแต่ใช้อวัยวะเพศของจำเลยถู ไถสัมผัสอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ด้านนอกจนสำเร็จความใคร่โดยไม่มีเจตนาสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายามกระทำชำเราผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคแรก และเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานมีโทษหนักขึ้นตามมาตรา 285 แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 277 และ 285 โดยไม่ได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 279 ด้วย แต่ความผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้นรวมการกระทำผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 279 ด้วย ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามความผิดที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192วรรคท้าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาคดีอาญาอาศัยพยานหลักฐานบุคคลผู้เห็นเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ
สถานที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งและคืนเกิดเหตุเป็นเวลาข้างขึ้นแสงจันทร์ย่อมส่องสว่างทั้งยังมีแสงไฟฉายจากกระบอกไฟฉายที่คนร้ายส่องขณะเลื่อยตัดงาช้าง พยานซุ่ม ดู ประมาณ 4-5 นาทีนานพอจะเห็นจำเลยที่ 1 ได้ถนัด แม้จะเห็นด้านข้างและพยานเคยรู้จักจำเลยที่ 1 มาก่อน ทั้งไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1หลังเกิดเหตุแล้ววันรุ่งขึ้นตอนเช้า พยานก็รีบไปแจ้งให้มารดาผู้เสียหาย และตำรวจทราบว่าจำเลยที่ 1 ร่วมเป็นคนร้ายที่ตัดงาช้าง ของผู้เสียหายด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1กระทำผิด.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย: พยานหลักฐานทางการแพทย์และข้อความเบิกความที่ไม่สอดคล้องกัน
แพทย์ผู้ตรวจบาดแผลผู้เสียหายยืนยันว่า บริเวณที่กระดูกสันหลังผู้เสียหายหักไม่ใช่บริเวณที่ถูกตี การที่กระดูกสันหลังหักเข้าใจว่าเกิดจากการล้มก้นกระแทกพื้นทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังได้รับการกระแทก และในวันเกิดเหตุก็ตรวจศีรษะผู้เสียหายซึ่งผู้เสียหายบอกว่าถูกตีแต่ไม่ปรากฏร่องรอยการถูกตีอย่างชัดเจน ถ้าผู้เสียหายถูกตีถึงขนาดทำให้กระดูกสันหลังหักก็จะต้องมีรอยฟกช้ำเห็นได้โดยชัดเจน เมื่อไม่ปรากฏร่องรอยดังกล่าว จึงฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจากการถูกจำเลยทำร้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2534 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานบอกเล่าประกอบพยานหลักฐานอื่น และพยานวัตถุ ยืนยันการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
โจทก์ไม่ได้ตัวประจักษ์พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความแต่โจทก์อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานดังกล่าวเป็นพยานแม้คำให้การชั้นสอบสวนนี้เป็นเพียงพยานบอกเล่า แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเสียเลย การที่จะรับฟังพยานบอกเล่าได้หรือไม่เพียงใดนั้นย่อมสุดแล้วแต่เหตุผลเป็นเรื่อง ๆ ไป โดยรับฟังได้ในฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์มีพนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำประจักษ์พยานมาเบิกความประกอบคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวกับบันทึกการชี้ ตัวและภาพถ่ายการชี้ ตัวผู้ต้องหา ทั้งปรากฏว่าอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากจำเลยและลูกกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากที่เกิดเหตุและที่ฝังอยู่ในร่างกายของผู้ตาย ปรากฏว่ามีตำหนิ รอยลายเส้นที่ร่องเกลียวและสันเกลียว ตรงกันและเข้ารอยกันได้ จึงรับฟังประกอบคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลย ลงโทษจำเลยได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานบอกเล่าประกอบพยานหลักฐานอื่นใช้ได้ หากมีเหตุผลสนับสนุน และพยานแวดล้อมสอดคล้อง
แม้คำให้การชั้นสอบสวนของพยานจะเป็นเพียงพยานบอกเล่าก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเสียเลย การที่จะรับฟังพยานบอกเล่าได้หรือไม่เพียงใดนั้น ย่อมสุดแล้วแต่เหตุผลเป็นเรื่อง ๆ ไป คำให้การชั้นสอบสวนของพยานจึงรับฟังในฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานจากคำเบิกความของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ และการยืนยันตัวบุคคลผู้กระทำผิด
จากแสงสว่างของหลอดไฟฟ้านีออน ขนาดยาวซึ่งเปิดอยู่ที่หลังร้าน ในร้านและหน้าร้านที่เกิดเหตุในขณะเกิดเหตุ น่าเชื่อว่าม. กับ ส. ประจักษ์พยานจำคนร้ายได้ โดยเฉพาะ ม. รู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน และพยานทั้งสองไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนจึงไม่มีเหตุที่จะปรักปรำจำเลยแม้ ส. ไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุก็ได้แจ้งรูปพรรณคนร้ายให้ตำรวจทราบและเมื่อตำรวจจับจำเลยมาให้ ส. ดู ตัวก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 83/2533

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานไม่น่าเชื่อถือ ศาลยกฟ้องคดีอาญา ฐานไม่มีหลักฐานเพียงพอ
คนร้ายยิงปืนหลายนัดติดต่อในคราวเดียวกัน ทั้งโจทก์ร่วมผู้ตาย และพวกต้องรีบหมอบ คลานเข้าไปหลบซ่อนในป่าหญ้าคา โอกาสที่จะเห็นคนร้ายได้ชัดเจนในช่วงเวลาดังกล่าวจึงมีน้อยมาก เพราะต่างก็อยู่ในสภาพที่ต้องหลบหนีเอาตัวรอดทั้งการที่โจทก์ร่วมระบุชื่อคนร้ายในชั้นสอบสวนตลอดจนรายละเอียดอื่นก็เป็นเวลาหลังเกิดเหตุหลายเดือน อาจมีการเสริมแต่งขึ้นก็ได้ พยานหลักฐานโจทก์ย่อมไม่มีน้ำหนักมั่นคงพอรับฟังลงโทษจำเลยได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2533 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนังสือมอบอำนาจ & การซื้อขายผิดนัด: การรับฟังพยานหลักฐาน & การชำระหนี้
การระบุวันเดือนปีพร้อมกับขีดฆ่าอากรแสตมป์นั้น เพียงมุ่งหมายให้ทราบว่าได้มีการปิดและขีดฆ่าเมื่อใดเท่านั้น เมื่อเอกสารได้มีการขีดฆ่าอากรแสตมป์ก่อนมีคำพิพากษาแล้ว แม้จะไม่ได้ลงวันที่ที่ขีดฆ่าก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 การซื้อขายได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ 60 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้า เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดย่อมได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว ไม่จำต้องทวงถามก่อน
of 259