พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนทรัพย์สินทำลายผลของพินัยกรรม: เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิขับไล่ผู้รับพินัยกรรม
แม้เจ้ามรดกจะได้เคยทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้แก่จำเลยแต่เมื่อต่อมาเจ้ามรดกได้โอนที่พิพาทดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยสมบูรณ์ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้นย่อมเป็นอันเพิกถอนไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1696
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดินงอกริมตลิ่ง: ที่ดินงอกย่อมเป็นของเจ้าของที่ดินเดิม แม้จะมีการอุทิศเป็นถนนสาธารณะ
เดิมที่พิพาทเป็นที่ชายตลิ่งน้ำท่วมถึงได้เปลี่ยนสภาพเป็นที่น้ำท่วมไม่ถึงมาได้ 4 - 5 ปี ที่พิพาทอยู่หน้าที่ดินโจทก์ด้านริมแม่น้ำ และมีทางเดินเล็ก ๆ เรียบริมแม่น้ำอันเป็นทางเดินในที่ดินโฉนดของโจทก์ หรืองอกจากที่ดินของโจทก์ ทางเดินนี้แม้ชาวบ้านจะอาศัยใช้เป็นทางสัญจรไปมาก็หาใช่ทางสาธารณะไม่ หากจะเป็นก็เพียงทางภารจำยอม ต้องถือว่าทางเดินดังกล่าวเป็นที่ดินของโจทก์ ที่พิพาทติดกับทางเดิน จึงเป็นที่งอกจากที่ดินมีโฉนดของโจทก์และเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์เจ้าของที่ดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 ถึงแม้ต่อมาโจทก์จะอุทิศที่ดินที่เป็นทางเดินให้เป็นถนนสาธารณะก็หาทำให้ที่พิพาทเป็นที่งอกซึ่งเป็นกรรมสิทธิของโจท์แล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และจะถือว่าเป็นที่งอกจากที่สาธารณะมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบในคดีครอบครองปรปักษ์: โจทก์ผู้กล่าวอ้างกรรมสิทธิ์ต้องนำสืบก่อน
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามโฉนดจำเลยบุกรุกเข้าแย่งการครอบครอง จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่ดินในสิทธิครอบครองของจำเลย ปรากฏตามฟ้องว่าโฉนดของโจทก์ทับที่ของจำเลยอยู่เป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ โฉนดดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนแห่งระเบียบและกฎหมายโดยจำเลยไม่เคยทราบเรื่องเลย เป็นการต่อสู้ในเรื่องสิทธิในที่พิพาท และโต้เถียงว่าโฉนดที่โจทก์อ้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย. ไม่มีผลให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินจำเลย จากฟ้องและคำให้การดังกล่าวข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะพิพาทที่พิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลยปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า โฉนดตามฟ้องถูกต้องตามกฎหมาย ที่ดินตามโฉนดเป็นของโจทก์มิใช่ของจำเลย การออกโฉนดได้กระทำถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ ซึ่งโจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างจะต้องนำสืบให้เห็นว่าความจริงเป็นดังที่อ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้คดีขับไล่ที่ไม่ใช่ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ ทำให้ไม่อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้
โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้อาศัยออกจาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยสู้ว่าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิมารดาและบิดาบุญธรรมของจำเลย ไม่ได้อยู่โดยอาศัยสิทธิโจทก์ ถือว่ามิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เพราะการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์นั้นจะต้องเป็นการกล่าวแก้ว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง (อ้างฎีกาที่ 1054/2509) จึงเป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แม้คู่ความอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ก็ไม่ทำให้คู่ความมีสิทธิฎีกาศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้คดีขับไล่โดยอ้างสิทธิอื่นไม่ใช่กรรมสิทธิ์ตนเอง ถือเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามในข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้อาศัยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาทจำเลยสู้ว่าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิมารดาและบิดาบุญธรรมของจำเลย ไม่ได้อยู่โดยอาศัยสิทธิโจทก์ ถือว่ามิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เพราะการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์นั้นจะต้องเป็นการกล่าวแก้ว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง(อ้างฎีกาที่ 1054/2509) จึงเป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแม้คู่ความอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ก็ไม่ทำให้คู่ความมีสิทธิฎีกาศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินธรณีสงฆ์ แม้ครอบครองทำประโยชน์นาน ก็ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ และการชดใช้ค่าที่ดินเพิ่มต้องฟ้องแย้ง
ที่ธรณีสงฆ์แม้จะครอบครองทำประโยชน์มาเป็นเวลาเกินกว่า10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์
จำเลยให้การต่อสู้คดีเพียงว่า หากศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์จะต้องใช้ค่าที่ดินเพิ่มขึ้นให้จำเลยโดยจำเลยขอสงวนสิทธิที่จะฟ้องร้องเรียกจากโจทก์ต่อไปเท่านั้นจำเลยหาได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์มาในคำให้การด้วยไม่ศาลจึงไม่อาจบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นได้
การกำหนดความรับผิดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความของคู่ความนั้น ศาลจะใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงเหตุผลสมควรและความสุจริตในการต่อสู้คดี
จำเลยให้การต่อสู้คดีเพียงว่า หากศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์จะต้องใช้ค่าที่ดินเพิ่มขึ้นให้จำเลยโดยจำเลยขอสงวนสิทธิที่จะฟ้องร้องเรียกจากโจทก์ต่อไปเท่านั้นจำเลยหาได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์มาในคำให้การด้วยไม่ศาลจึงไม่อาจบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นได้
การกำหนดความรับผิดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความของคู่ความนั้น ศาลจะใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงเหตุผลสมควรและความสุจริตในการต่อสู้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับซื้อฝากจากผู้ไม่มีสิทธิและผลของการทำนิติกรรมจากพินัยกรรมปลอม
จำเลยที่ 1 นำพินัยกรรมปลอมไปจดทะเบียนรับมรดกที่ดิน เฉพาะส่วนของเจ้ามรดกมาเป็นของตนโดยทุจริต จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนนั้น และไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินนั้นได้ จำเลยที่ 2 รับซื้อฝากที่ดินดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 แม้จะพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนการขายฝากแล้ว จำเลยที่ 2 ก้ไม่ได้กรรมสิทธิ์และจะยกเหตุที่กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนขึ้นอ้างหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมปลอมและผลกระทบต่อการซื้อขายฝาก: ผู้ซื้อฝากไม่ได้รับกรรมสิทธิ์แม้สุจริตและเสียค่าตอบแทน
จำเลยที่ 1 นำพินัยกรรมปลอมไปจดทะเบียนรับมรดกที่ดินเฉพาะส่วนของเจ้ามรดกมาเป็นของตนโดยทุจริตจำเลยที่ 1ย่อมไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนนั้นและไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินนั้นได้จำเลยที่2 รับซื้อฝากที่ดินดังกล่าวจากจำเลยที่ 1แม้จะพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนการขายฝากแล้วจำเลยที่ 2 ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์และจะยกเหตุที่กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนขึ้นอ้างหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ส่วนควบของที่ดิน: ห้องแถวที่ปลูกบนที่ดินของผู้อื่น ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน เว้นแต่มีข้อยกเว้น
ห้องแถวเป็นส่วนควบของที่ดิน จำเลยปฏิเสธว่าห้องแถวไม่ใช่ของโจทก์ แต่รับว่าปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยมิได้อ้างว่าเหตุใดจึงไม่เป็นส่วนควบ ไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบ ศาลขับไล่จำเลยจากห้องแถวได้
ศาลสั่งก่อนอ่านคำพิพากษาให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามราคาทรัพย์ที่พิพาท มิฉะนั้นจะไม่ออกคำบังคับ โจทก์ชำระครบถ้วนตามคำสั่งเป็นการถูกต้องแล้ว
ศาลสั่งก่อนอ่านคำพิพากษาให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามราคาทรัพย์ที่พิพาท มิฉะนั้นจะไม่ออกคำบังคับ โจทก์ชำระครบถ้วนตามคำสั่งเป็นการถูกต้องแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายใบอินวอยซ์ปุ๋ยโดยสุจริต ผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์และหน้าที่คืนสินค้า
ปุ๋ยเคมีของโจทก์อยู่ที่คลังสินค้า มีผู้ปลอมใบอินวอยซ์ของโจทก์ขายใบอินวอยซ์ให้จำเลยรับปุ๋ยไปจากคลังสินค้าโดยจำเลยสุจริตศาลในคดีอาญาพิพากษายกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักและใช้ใบอินวอยซ์ปลอม คำพิพากษาในคดีอาญานี้ศาลต้องฟังตามในคดีแพ่งผลในคดีแพ่งคือจำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ มิใช่ฟังกลับข้อเท็จจริงที่รับฟังมาในคดีอาญาได้ จำเลยซื้อใบอินวอยซ์เท่ากับซื้อปุ๋ยในท้องตลาด โจทก์เรียกปุ๋ยคืนไม่ได้ เว้นแต่ใช้ราคาที่จำเลยซื้อมา