คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
จำเลย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,884 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2744/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดร่วมกันในคดีฉ้อโกง แม้เงินไม่ได้ผ่านจำเลยโดยตรง
จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แม้จำเลยเพียงบางคนเป็นผู้รับเงินจากผู้เสียหาย จำเลยทุกคนก็ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทุกคน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่ยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนด ทำให้ศาลงดสืบพยานจำเลยได้อย่างชอบธรรม
วันนัดชี้สองสถาน โจทก์จำเลยและทนายทั้งสองฝ่ายมาศาล ลงชื่อทราบนัดสืบพยานโจทก์ในรายงานกระบวนพิจารณา ครั้นถึงวันนัดโจทก์นำพยานเข้าสืบได้ 2 ปาก แถลงหมดพยานโจทก์ จำเลยไม่ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันนัดสืบพยาน 3 วัน จึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบที่ศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยเป็นการชอบแล้ว คำร้องขอระบุพยานไม่เป็นคำร้องเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความจึงไม่เป็นคำคู่ความเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ จำเลยมิได้ระบุพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ซึ่งต้องห้ามมิให้รับฟังพยานหลักฐาน จำเลยไม่มีสิทธิอ้างตนเองเป็นพยานได้แม้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา 87(2) ได้ก็ตาม.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประเด็นข้อพิพาทการครอบครองที่ดิน: จำเลยครอบครองที่ดินของตนเองหรือไม่?
ครั้งแรกศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยขออาศัยอยู่ในโฉนดเลขที่ 2669 และ 2670 ของโจทก์หรือไม่ เมื่อสืบพยานเสร็จแล้วศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นใหม่ว่า ที่ดินที่จำเลยครอบครองทำกินและปลูกบ้านเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 2669 และ 2670 หรือไม่ ดังนี้ ประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดทั้งสองครั้งแม้ถ้อยคำจะแตกต่างกันบ้าง แต่ความหมายคงเป็นอย่างเดียวกันคือ จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของโจทก์โดยอาศัยสิทธิโจทก์ตามฟ้อง หรือจำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ของจำเลยตามข้อต่อสู้ของจำเลย.(ที่มา-เนติ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2484/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานร่วมกันมีและนำออกใช้ธนบัตรปลอม โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ส่งมอบ
จำเลยที่ 1 ตกลงขายธนบัตรปลอมให้กับผู้ขอซื้อ เมื่อจำเลยที่ 1 นำธนบัตรปลอมมามอบให้กับผู้ขอซื้อ จำเลยที่ 2 บุตรจำเลยที่ 1 เป็นผู้ส่งมอบซองจดหมายบรรจุธนบัตรปลอมให้ พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประวิงคดีโดยจำเลยและการงดสืบพยาน: ศาลมีอำนาจงดสืบพยานได้หากจำเลยแสดงพฤติการณ์ประวิงคดี
การที่จำเลยขอเลื่อนคดี ในชั้นสืบพยานจำเลยไปถึงสี่นัด โดยนัดแรกอ้างว่ายังไม่ได้ระบุพยานเอกสาร นัดที่สองและนัดที่สามอ้างว่าทนายจำเลยติดว่าความคดีอื่นและพยานจำเลยไม่มาศาล และนัดที่สี่อ้างว่า พยานจำเลยไม่มาศาล เพราะทนายจำเลยยังไม่ได้แจ้งวันนัดให้ทราบเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่า จำเลยประวิงคดี ศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยที่อุทธรณ์ประเด็นนอกเหนือจากที่ให้การในชั้นศาลย่อมไม่มีสิทธิได้รับการวินิจฉัยในประเด็นนั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ผู้เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การต่อสู้คดีว่าคำฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม และคดีโจทก์ขาดอายุความดังเช่นจำเลยที่ 1 ดังนี้จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ เพราะนอกเหนือจากคำให้การของตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ประเด็นนอกเหนือจากคำให้การเดิม แม้ศาลชั้นต้นพิพากษาถึงที่สุด
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ผู้เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การต่อสู้คดีว่าคำฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม และคดีโจทก์ขาดอายุความดังเช่นจำเลยที่ 1 ดังนี้จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ เพราะนอกเหนือจากคำให้การของตน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประวิงคดีโดยจำเลย การงดสืบพยาน และการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
การที่จำเลยขอเลื่อนคดี ในชั้นสืบพยานจำเลยไปถึงสี่นัด โดยนัดแรกอ้างว่ายังไม่ได้ระบุพยานเอกสาร นัดที่สองและนัดที่สามอ้างว่าทนายจำเลยติดว่าความคดีอื่นและพยานจำเลยไม่มาศาล และนัดที่สี่อ้างว่า พยานจำเลยไม่มาศาล เพราะทนายจำเลยยังไม่ได้แจ้งวันนัดให้ทราบเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่า จำเลยประวิงคดี ศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยได้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2342/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองกัญชา: ผู้ปลูกไม่ใช่ผู้ครอบครอง จำเลยไม่มีความผิด
ห. คนทำสวนของจำเลยปลูกต้น กัญชาในที่ดินของจำเลย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลย ต้น กัญชาเป็นของ ห. ผู้ปลูก ไม่ใช่ของจำเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2338/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพรากผู้เยาว์: จำเลยรับเด็กกลับเพราะกลัวถูกทำโทษ ไม่เข้าข่ายความผิด
ผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบสามปีออกจากบ้านไปคนเดียว จำเลยซึ่งเป็นป้ารับกลับมาแล้วไม่พาไปหาบิดามารดาเพราะผู้เยาว์กลัวถูกทำโทษไม่ยอมกลับ จนย่า ของผู้เยาว์ต้องนำไปบวชเณรเพื่อไม่ให้ถูกบิดามารดาทำโทษแล้วจึงให้ ส. ไปบอกบิดามารดาไปรับกลับเอง ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตาม ป.อ. มาตรา 317.
of 289