พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,218 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3057/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อุทธรณ์รวมคดีอาญา - ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกฟ้องทั้งคดี แม้ไม่อุทธรณ์บางข้อหา หากข้อเท็จจริงเชื่อมโยงกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีสุรากลั่นและสุราแช่กรรมหนึ่ง และฐานจำหน่ายสุราอีกกรรมหนึ่ง ศาลชั้นต้น(ศาลแขวง) ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาจำหน่ายสุราส่วนข้อหามีสุรากลั่นและสุราแช่แยกลงโทษเป็น 2 กรรม กรรมแรกปรับ 200 บาท ส่วนกรรมหลังปรับ 600 บาท และสั่งรับอุทธรณ์ข้อเท็จจริงของจำเลยเฉพาะกรรมหลังซึ่งปรับ 600 บาทส่วนกรรมแรกไม่รับ เพราะเห็นว่าปรับไม่เกิน 500 บาท ต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง แม้ศาลชั้นต้นจะไม่รับอุทธรณ์ข้อหามีสุรากลั่น ก็ต้องถือว่าข้อหามีสุรากลั่นนั้นยังไม่ถึงที่สุด เพราะข้อหามีสุรากลั่นและมีสุราแช่รวมเป็นความผิดอยู่ในกรรมเดียวกัน เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด ย่อมจะยกฟ้องโจทก์ไปถึงข้อหามีสุรากลั่นได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบด้วย มาตรา 215
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีอาญา: การปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (ม.157) และหมิ่นประมาท ต้องพิจารณาหน้าที่ของจำเลยและอำนาจศาล
ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยเป็นเพียงเจ้าพนักงานตำรวจผู้มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย มิใช่พนักงานสอบสวน จึงไม่มีหน้าที่หรือสิทธิใดๆ ที่จะไล่โจทก์ออกจากห้องพนักงานสอบสวนได้ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อข้อหาตามมาตรา 157 ไม่มีมูลความผิดดังกล่าวแล้ว ข้อหาฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จึงมิใช่ความผิดอันเกี่ยวพันกับข้อหาตามมาตรา 157 ซึ่งโจทก์จะมีสิทธิฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจชำระในความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลสั่งค่าฤชาธรรมเนียมเมื่อถอนฟ้อง: ไม่จำต้องทำเป็นคำพิพากษา
การที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความเมื่อโจทก์ถอนฟ้อง ศาลย่อมมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร โดยสั่งลงไว้ในคำสั่งจำหน่ายคดีออกจาก
สารบบความนั้นไม่จำต้องทำเป็นคำพิพากษา
สารบบความนั้นไม่จำต้องทำเป็นคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลสั่งค่าฤชาธรรมเนียมเมื่อถอนฟ้อง: ศาลมีอำนาจสั่งให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบค่าฤชาธรรมเนียมได้ แม้ไม่ใช่คำพิพากษา
การที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความเมื่อโจทก์ถอนฟ้องศาลย่อมมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร โดยสั่งลงไว้ในคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้นไม่จำต้องทำเป็นคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2557/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการสั่งคืนของกลางเมื่อไม่ริบ: ศาลมีอำนาจสั่งคืนของกลางที่เป็นของจำเลยได้ แม้โจทก์เพียงขอให้ริบ
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (9) ให้มีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติเป็นข้อจำกัดว่าหากศาลเห็นว่ายังไม่สมควรริบของกลาง จะสั่งได้แต่เพียงว่าไม่ริบของกลางอย่างเดียว อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของจำเลยและไม่ใช่ของที่มีไว้โดยผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์ขอให้ริบ ศาลเห็นว่าไม่สมควรริบก็ย่อมมีอำนาจสั่งให้คืนจำเลยได้ ถึงแม้จะสั่งแต่เพียงว่าไม่ริบของกลาง ก็คงมีผลว่า จะต้องคืนของกลางให้แก่จำเลยผู้เป็นเจ้าของเช่นกัน กรณีเช่นนี้หาใช่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเกินคำขอดังโจทก์ฎีกาไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2557/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการสั่งคืนของกลาง: แม้โจทก์ขอริบ ศาลก็มีอำนาจสั่งคืนจำเลยได้หากเห็นสมควร
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(9) ให้มีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางเท่านั้นไม่มีบทบัญญัติเป็นข้อจำกัดว่าหากศาลเห็นว่ายังไม่สมควรริบของกลางจะสั่งได้แต่เพียงว่าไม่ริบของกลางอย่างเดียวอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของจำเลยและไม่ใช่ของที่มีไว้โดยผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์ขอให้ริบ ศาลเห็นว่าไม่สมควรริบก็ย่อมมีอำนาจสั่งให้คืนจำเลยได้ถึงแม้จะสั่งแต่เพียงว่าไม่ริบของกลางก็คงมีผลว่าจะต้องคืนของกลางให้แก่จำเลยผู้เป็นเจ้าของเช่นกัน กรณีเช่นนี้หาใช่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเกินคำขอดังโจทก์ฎีกาไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2531/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ศาลไม่มีอำนาจวินิจฉัยกรณีเพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัยข้าราชการ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำผิดพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์เข้าเป็นข้าราชการตามเดิม และสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการนั้นเสีย ดังนี้ เป็นเรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่สั่งลงโทษทางวินัย ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของราชการฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ ศาลไม่มีอำนาจเข้าไปวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีเช่นนี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2379/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการกำหนดวันอ่านคำพิพากษาและการอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งระหว่างพิจารณา
การที่ศาลจะพิพากษาคดี หรืออ่านคำพิพากษาเมื่อใดเป็นดุลพินิจของศาลภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182
เมื่อศาลสั่งนัดอ่านคำพิพากษาวันเวลาใด คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จ-สำนวน โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้นโดยมิได้อุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษษอันเป็นประเด็กสำคัญด้วยหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196
เมื่อศาลสั่งนัดอ่านคำพิพากษาวันเวลาใด คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จ-สำนวน โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้นโดยมิได้อุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษษอันเป็นประเด็กสำคัญด้วยหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2379/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการกำหนดวันอ่านคำพิพากษาเป็นดุลพินิจ และข้อจำกัดการอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งระหว่างพิจารณา
คำสั่งกำหนดวันอ่านคำพิพากษาเป็นดุลพินิจของศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา อุทธรณ์ฎีกาก่อนอุทธรณ์คำพิพากษาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการทุเลาการบังคับคดี: ศาลอุทธรณ์มีอำนาจตัดสินในระหว่างพิจารณาคดี ศาลฎีกาไม่มีอำนาจแก้ไข
การขอทุเลาการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 นั้น กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นขั้น ๆ ไป สำหรับคดีนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องขอทุเลาการบังคับจึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ ศาลฎีกาไม่มีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์เป็นอย่างอื่นได้ และกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับแล้ว จำเลยจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์มิได้