พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,884 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดพิจารณาคดี และการพิจารณาใหม่: จำเลยทราบวันนัดตามกฎหมาย การไม่เอาใจใส่คดีไม่อาจใช้เป็นเหตุพิจารณาใหม่ได้
เมื่อจำเลยทราบวันนัดสืบพยานโจทก์โดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 183ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งให้ถือว่าคู่ความที่ไม่มาศาลในวันนัดชี้สองสถานได้ทราบกระบวนพิจารณาของศาลในวันนั้นแล้ว ศาลหาจำต้องหมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบอีกไม่ ข้ออ้างของจำเลยที่ว่า ทนายความคนเดิมพิมพ์หมายเลขคดีดำเกี่ยวกับวันนัดชี้สองสถานผิดพลาดจึงมาศาลตามนัดในคดีหมายเลขดำที่ผิดพลาดดังกล่าวนั้น เมื่อปรากฏว่าทนายจำเลยคนเดิมได้เซ็น ทราบวันนัดชี้สองสถานไว้ในคำให้การในสำนวนแล้วจึงเป็นเรื่องที่จำเลยไม่เอาใจใส่ต่อคดีของตนเอง จะถือว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดพิจารณาอันจะรับฟังเป็นเหตุให้มีการพิจารณาใหม่หาได้ไม่ คำร้องขอพิจารณาใหม่ กล่าวเพียงว่าจำเลยมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง มิได้กล่าวอ้างเหตุให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร หากมีการพิจารณาใหม่จำเลยจะชนะคดีได้อย่างไร เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 208.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดพิจารณาคดี: จำเลยทราบวันนัดแล้ว การอ้างความผิดพลาดของทนาย ไม่ถือเป็นเหตุสมควร
เมื่อจำเลยทราบวันนัดสืบพยานโจทก์โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งให้ถือว่าคู่ความที่ไม่มาศาลในวันนัดชี้สองสถานได้ทราบกระบวนพิจารณาของศาลในวันนั้นแล้ว ศาลหาจำต้องหมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบอีกไม่.
ข้ออ้างของจำเลยที่ว่า ทนายความคนเดิมพิมพ์หมายเลขคดีดำเกี่ยวกับวันนัดชี้สองสถานผิดพลาดจึงมาศาลตามนัดในคดีหมายเลขดำที่ผิดพลาดดังกล่าวนั้น เมื่อปรากฎว่าทนายจำเลยคนเดิมได้เซ็นทราบวันนัดชี้สองสถานไว้ในคำให้การในสำนวนแล้วจึงเป็นเรื่องที่จำเลยไม่เอาใจใส่ต่อคดีของตนเอง จะถือว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดพิจารณาอันจะรับฟังเป็นเหตุให้มีการพิจารณาใหม่หาได้ไม่.
คำร้องขอพิจารณาใหม่ กล่าวเพียงว่าจำเลยมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง มิได้กล่าวอ้างเหตุให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร หากมีการพิจารณาใหม่ จำเลยจะชนะคดีได้อย่างไร เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208.
ข้ออ้างของจำเลยที่ว่า ทนายความคนเดิมพิมพ์หมายเลขคดีดำเกี่ยวกับวันนัดชี้สองสถานผิดพลาดจึงมาศาลตามนัดในคดีหมายเลขดำที่ผิดพลาดดังกล่าวนั้น เมื่อปรากฎว่าทนายจำเลยคนเดิมได้เซ็นทราบวันนัดชี้สองสถานไว้ในคำให้การในสำนวนแล้วจึงเป็นเรื่องที่จำเลยไม่เอาใจใส่ต่อคดีของตนเอง จะถือว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดพิจารณาอันจะรับฟังเป็นเหตุให้มีการพิจารณาใหม่หาได้ไม่.
คำร้องขอพิจารณาใหม่ กล่าวเพียงว่าจำเลยมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง มิได้กล่าวอ้างเหตุให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร หากมีการพิจารณาใหม่ จำเลยจะชนะคดีได้อย่างไร เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่อาจใช้สิทธิดำเนินคดีอนาถา หากจำเลยไม่มาศาลตามนัดไต่สวนและศาลวินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นคนยากจน
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยหากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมทั้งหมดมาเสียภายใน 7 วัน คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเท่ากับวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคำร้องของจำเลยแล้วว่าจำเลยไม่เป็นคนยากจนที่ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาล จะใช้สิทธิดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้ เมื่อจำเลยอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา156 วรรคท้าย.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลของการพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ฎีกาต่อจำเลยที่ไม่ฎีกาในคดีอาญาที่ฟ้องร่วมกัน
จำเลยทั้งสามถูกฟ้องว่าร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในลักษณะของการโทรมหญิง การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการกระทำที่อยู่ในส่วนลักษณะคดี เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำการอันเป็นความผิดดังที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 2ซึ่งมิได้ฎีกา ให้มิต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งได้ยื่นฎีกาได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213,225.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรักษาเงินจากการขายทรัพย์ของจำเลย: ห้ามหักชำระหนี้ที่มีข้อพิพาท
ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเก็บรักษาเงินที่ได้จากการขายทรัพย์ของจำเลยไว้เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินของจำเลยที่ผู้ร้องเก็บรักษาไว้แทนศาล ผู้ร้องจะนำไปหักชำระหนี้ของผู้ร้องไม่ได้เพราะเงินจำนวนนี้มิใช่หนี้ที่ถือว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ผู้ร้อง ทั้งหนี้ดังกล่าวก็อยู่ในระหว่างดำเนินคดี เป็นหนี้ที่มีข้อต่อสู้อยู่ จึงไม่เป็นกรณีที่จะหักกลบลบหนี้ได้เมื่อเงินจำนวนนี้ยังเป็นของจำเลย โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1512/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม แม้ไม่แถลงต่อศาลและไม่ได้ส่งสำเนาให้จำเลย ศาลก็รับได้
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้ว ถือว่าโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานในคดีไว้แล้วทั้งเรื่อง ต่อมาโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานฉบับหลังในวันที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์เป็นวันแรกแม้บัญชีระบุพยานฉบับหลังโจทก์จะไม่ได้แถลงต่อศาลว่าเป็นการระบุพยานเพิ่มเติมและไม่ได้ส่งสำเนาให้แก่จำเลยก็ตามศาลก็รับเป็นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1422/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษจำเลยฐานผลิตและมีกัญชาไว้จำหน่ายแยกกระทงหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ลงโทษแยกกระทงได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตกัญชาโดยปลูกกัญชาจำนวน 32 ต้นเพื่อจำหน่ายกับมีกัญชาจำนวนดังกล่าวและกัญชาแห้งอีก 1 ถุง ใหญ่และ 2 ถุง เล็กไว้ในครอบครอง ดังนี้ต้องถือว่ากัญชาแห้งดังกล่าวเป็นกัญชาอีกส่วนหนึ่งที่จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปลูกกัญชา 32 ต้น แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยในส่วนนี้เป็นความผิดอีกกรรมหรือต่างหาก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1405/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยไม่สุจริต โจทก์ซื้อรู้ว่าจำเลยซื้อก่อน ย่อมฟ้องขับไล่ไม่ได้
โจทก์ซื้อและจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาทจาก ช. โดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยได้ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทไว้ก่อนเป็นการใช้สิทธิที่ไม่สุจริต โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและตึกแถวพิพาทไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2530 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การงดสืบพยานจำเลยเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโดยไม่ยกเหตุ เป็นการพิจารณาที่ไม่ชอบ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมรับผิดชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ทั้งสิ้นแต่ไม่อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธ คำให้การของจำเลยที่ 2 จึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ แต่โจทก์ยังมีภาระที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ทำให้จำเลยที่ 2 หมดโอกาสที่จะซักค้านพยานโจทก์ทั้งที่จำเลยที่ 2 ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่1แล้ว จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่ถูกต้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การงดสืบพยานทำให้จำเลยเสียโอกาสซักค้าน แม้จำเลยให้การปฏิเสธทั้งหมด
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมรับผิดชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2ให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ทั้งสิ้นแต่ไม่อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธ คำให้การของจำเลยที่ 2 จึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ แต่โจทก์ยังมีภาระที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ทำให้จำเลยที่ 2 หมดโอกาสที่จะซักค้านพยานโจทก์ทั้งที่จำเลยที่ 2 ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่1แล้ว จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่ถูกต้อง.