พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องการบุกรุกที่ดินและกรรมสิทธิ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินราคา 4,000 บาท ขอห้ามมิให้เกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์และฟ้องแย้งขอห้ามกับให้โจทก์รื้อกองฟางและถมบ่อ ดังนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท ไม่ถือทุนทรัพย์รวม 2 คดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2457/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์บ้านและการเสนอข้อแลกเปลี่ยน ไม่เข้าข่ายกรรโชก
โจทก์จะรื้อบ้านของโจทก์ จำเลยไม่ยอมให้รื้อ อ้างว่าเป็นของจำเลย ถ้ารื้อจะให้ตำรวจจับ แต่จะยอมให้รื้อ ถ้าโจทก์ให้เงินจำนวนหนึ่งแก่จำเลย ดังนี้ เป็นเรื่องโต้เถียงกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทในทางแพ่ง จำเลยพูดว่าจะใช้สิทธิอันชอบด้วยกฎหมายและพูดเป็นทำนองเสนอข้อแลกเปลี่ยนเพื่อระบังข้อพิพาท ไม่เป็นการข่มขืนใจโจทก์ให้ยอมให้เงินหรือยอมสัญญาจะให้เงินแก่จำเลย ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานกรรโชก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2457/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทและการเสนอข้อแลกเปลี่ยน ไม่เข้าข่ายกรรโชก
โจทก์จะรื้อบ้านของโจทก์ จำเลยไม่ยอมให้รื้อ อ้างว่าเป็นของจำเลย ถ้ารื้อจะให้ตำรวจจับ แต่จะยอมให้รื้อถ้าโจทก์ให้เงินจำนวนหนึ่งแก่จำเลย ดังนี้ เป็นเรื่องโต้เถียงกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทในทางแพ่ง จำเลยพูดว่าจะใช้สิทธิอันชอบด้วยกฎหมายและพูดเป็นทำนองเสนอข้อแลกเปลี่ยนเพื่อระงับข้อพิพาท ไม่เป็นการข่มขืนใจโจทก์ให้ยอมให้เงินหรือยอมสัญญาจะให้เงินแก่จำเลย ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานกรรโชก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2356/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ซื้อเรือนบนที่เช่า เจตนารื้อ: กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเดิม เจ้าหนี้บังคับคดีได้
ซื้อเรือนที่ปลูกในที่เช่า เจตนารื้อไปในภายหน้าซึ่งไม่กำหนดแน่นอน เป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้าไม่ทำตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 เรือนยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของเดิม เจ้าหนี้ของเจ้าของเดิมยึดเรือนบังคับคดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2276/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเป็นเจ้าของรวมในที่ดินย่อมครอบคลุมถึงสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้น แม้การให้สิ่งปลูกสร้างไม่ได้ทำเป็นหนังสือ
ซ.ปลูกบ้านพิพาทแล้วยกให้ผู้ร้องกับหลานอีกคนหนึ่ง ต่อมา ซ.ได้จดทะเบียนยกที่ดินที่บ้านพิพาทปลูกอยู่ให้ผู้ร้องกับหลายอีก ดังนี้ แม้การยกบ้านพิพาทให้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทำให้การให้ไร้ผล เพราะผู้ร้องได้เป็นเจ้าของรวมในที่ดิน จึงเป็นเจ้าของรวมในบ้านพิพาทซึ่งเป็นส่วนควบกับที่ดินนั้นด้วย
เมื่อจำเลยไม่มีส่วนเป็นเจ้าของในบ้านพิพาท โจทก์จึงนำยึดบ้านเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้
เมื่อจำเลยไม่มีส่วนเป็นเจ้าของในบ้านพิพาท โจทก์จึงนำยึดบ้านเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2276/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเป็นเจ้าของรวมในที่ดินย่อมทำให้เป็นเจ้าของรวมในสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้น แม้การยกให้สิ่งปลูกสร้างไม่ได้ทำเป็นหนังสือ
ซ. ปลูกสร้างบ้านพิพาทแล้วยกให้ผู้ร้องกับหลานอีกคนหนึ่ง ต่อมา ซ. ได้จดทะเบียนยกที่ดินที่บ้านพิพาทปลูกอยู่ให้ผู้ร้องกับหลานอีก ดังนี้ แม้การยกบ้านพิพาทให้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทำให้การให้ไร้ผล เพราะผู้ร้องได้เป็นเจ้าของรวมในที่ดิน จึงเป็นเจ้าของรวมในบ้านพิพาทซึ่งเป็นส่วนควบกับที่ดินนั้นด้วย
เมื่อจำเลยไม่มีส่วนเป็นเจ้าของในบ้านพิพาท โจทก์จึงนำยึดบ้านเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้
เมื่อจำเลยไม่มีส่วนเป็นเจ้าของในบ้านพิพาท โจทก์จึงนำยึดบ้านเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2128/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: ผู้แทนต้องบอกกล่าวทายาทก่อนอ้างกรรมสิทธิ์
ผู้ร้องซื้อที่ดินมีโฉนดใส่ชื่อ ส.ซึ่งเป็นบุตรเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แล้วส่ง ส.ไปเล่าเรียน ณ ต่างประเทศตั้งแต่ พ.ศ. 2491 และผู้ร้องครอบครองที่ดินนี้แทน ส. ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2495 ผู้ร้องเข้าใจว่า ส.ถึงแก่กรรม ดังนี้ แม้ได้ความว่า ส.ถึงแก่กรรมจริง ที่ดินนี้ย่อมเป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทของ ส. ซึ่งผู้ร้องยังมีหน้าที่ต้องครอบครองในฐานะเป็นผู้แทนของทายาท ส. ต่อไป ถ้าหากผู้ร้องประสงค์จะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือมาเป็นการครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของ ก็ต้องบอกกล่าวไปยังทายาทของ ส.เสียก่อน เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในคำร้องและในการนำสืบว่า ส.ถึงแก่กรรมไปโดยไม่มีทายาท แม้ผู้ร้องจะครอบครองที่ดินนี้มาด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ พ.ศ. 2495 จนบัดนี้เกินกว่า 10 ปีแล้ว ผู้ร้องก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1950/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเนื่องจากกรรมสิทธิ์เดิมถูกเพิกถอนด้วยเหตุฉ้อฉล ผู้รับโอนไม่มีสิทธิอ้างซื้อโดยสุจริต
ม. ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินที่พิพาทได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลว่า จำเลยที่ 1 ใช้กลฉ้อฉลโอนเอาที่ดินโฉนดที่พิพาทไป ขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากโฉนดที่พิพาท ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า ม. ได้ถูกจำเลยที่ 1 ใช้กลฉ้อฉลจริง พิพากษาให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากโฉนดที่พิพาท คดีถึงที่สุด ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้แก้ชื่อในโฉนดที่พิพาทให้เป็นของ ม.ตามเดิม จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นวันที่ ม. ถึงแก่กรรม ดังนี้ โดยผลของคำพิพากษาดังกล่าวถือว่าได้มีการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว ซึ่งตามมาตรา 138 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ท่านให้ถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก จึงเท่ากับจำเลยที่ 1 ไม่เคยมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่พิพาทเลย ที่พิพาทยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ ม. อยู่ตามเดิม จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิโอนขายที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท และจะยกเอาเหตุทีได้รับโอนโดยเสียค่าตอบแทน และโดยสุจริต มายันโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมรดกที่พิพาทจาก ม. เจ้าของที่พิพาทเดิมหาได้ไม่
คดีนี้ โจทก์ฟ้องเรียกที่พิพาทคืนจากผู้ไม่มีสิทธิ ในฐานโจทก์เป็นทายาทรับมรดกคนหนึ่งของ ม. เจ้ามรดก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสองได้
คดีนี้ โจทก์ฟ้องเรียกที่พิพาทคืนจากผู้ไม่มีสิทธิ ในฐานโจทก์เป็นทายาทรับมรดกคนหนึ่งของ ม. เจ้ามรดก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จะซื้อจะขายที่ดิน: การครอบครองไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ แม้ผู้ซื้อครอบครองนานและเตือนให้จดทะเบียน
ซื้อขายที่ดินมีโฉนด ผู้ซื้อครอบครองแล้ว แต่มีข้อสัญญาจะไปจดทะเบียนโอนและเคยเตือนให้โอน เป็นจะซื้อจะขายผู้ซื้อครอบครองกว่า 10 ปี ไม่ได้กรรมสิทธิ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยครอบครองปรปักษ์จากความผิดพลาดในโฉนด
โจทก์จำเลยแบ่งที่ดินมรดกต่างครอบครองที่ดินที่แบ่งคนละแปลงแต่โฉนดที่โจทก์ได้รับมาในชื่อโจทก์เป็นโฉนดที่ดินแปลงอีกแปลงหนึ่งส่วนโฉนดที่จำเลยได้รับไปในชื่อจำเลยเป็นโฉนดที่ดินที่โจทก์ครอบครองโจทก์ครอบครองมาเกิน 10 ปีโดยเข้าใจผิดว่าครอบครองที่ดินตามโฉนดที่ตนมีชื่อ ดังนี้ แม้โจทก์เพิ่งทราบความผิดพลาดโจทก์ก็ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินที่ครอบครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382