พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,003 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องให้จดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญาซื้อขาย เป็นคดีอสังหาริมทรัพย์ให้อุทธรณ์ได้
คดีฟ้องให้จดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขาย เป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินและสร้างถนน: การปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องไหล่ถนนเป็นสาระสำคัญของสัญญา
โจทก์จำเลยตกลงกันว่า "โจทก์จะต้องทำถนนขนาดมาตรฐาน คอนกรีตเสริมเหล็กหนา 15 เซนติเมตร ส่วนหน้ากว้าง 8 เมตร ผิวจราจร 6 เมตร ไหล่ถนนข้างละ 1 เมตร ใต้ไหล่ทางมีท่อระบายน้ำ และท่อพักเปิดปิดทำความสะอาดได้ ???" ตามข้อตกลงดังกล่าว หมายความว่าโจทก์ต้องทำไหล่ถนนข้างละ 1 เมตร เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้ทำไหล่ถนนข้างละ 1 เมตร เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้ทำไหล่ถนนข้างละ 1 เมตร เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพียงแต่ทำท่อระบายน้ำมีบ่อพักและมีฝาปิดเปิดเท่านั้น ถือได้ว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับในสัญญาโดยครบถ้วน
คดีนี้โจทก์มีคำขอให้เรียกร้องที่ดินมาเป็นของโจทก์ ราคาที่ดินย่อมเป็นทุนทรัพย์ จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์
คดีนี้โจทก์มีคำขอให้เรียกร้องที่ดินมาเป็นของโจทก์ ราคาที่ดินย่อมเป็นทุนทรัพย์ จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาเลิกสัญญาโดยปริยาย: การขอคืนเงินและที่ดินหลังผิดสัญญา
ข้อตกลงในสัญญาจะซื้อขายนาว่า ถ้าจำเลยผู้ซื้อชำระราคาไม่ครบโจทก์เรียกนาและคืนเงินได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลยชำระราคาไม่ครบ โจทก์ขอคืนเงินที่จำเลยชำระแล้ว และเรียกคืนที่ดิน ถือได้ว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาเลิกสัญญาโดยปริยายแล้ว
สัญญาทำเป็นหนังสือ การแสดงเจตนาเลิกสัญญาไม่ต้องทำเป็นหนังสือ
สัญญาทำเป็นหนังสือ การแสดงเจตนาเลิกสัญญาไม่ต้องทำเป็นหนังสือ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมรดก: ไม่ต้องขออนุญาตศาลหากเป็นไปตามสัญญาก่อนมรณะ
ผู้ร้องในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองของผู้เยาว์ผู้รับมรดกของ ผ. ผู้ตายยื่นคำร้องขอทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ ผ. ผู้ตายทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ก่อนตายให้แก่ผู้มีชื่อ ตามคำร้องเป็นเรื่องขอทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้ตายตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำกันไว้ ระหว่างผู้ตายกับผู้มีชื่อ มิใช่เรื่องขอทำนิติกรรมขายที่ดินอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินของเด็กตามความในมาตรา 1574 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ร้องจึงไม่ต้องขออนุญาตจากศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3187-3188/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องบังคับตามสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข แม้จะระบุชื่อสัญญาผิด และประเด็นตัวแทนเชิด
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากตัวแทนจำหน่ายของจำเลยราคา 68,000 บาท ชำระในวันทำสัญญา 16,000 บาท และผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 2,000 บาทตลอดมา ชำระงวดสุดท้ายแล้ว 40,000บาท เมื่อโจทก์ขอให้แก้ชื่อในทะเบียนรถยนต์เป็นชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ ตัวแทนของจำเลยขอผัดเรื่อยมา จึงขอให้บังคับจำเลยจัดการจดทะเบียนรถยนต์แก้ชื่อเป็นชื่อของโจทก์ ดังนี้ เป็นการฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม โจทก์หาจำต้องแสดงหลักฐานสัญญาเช่าซื้อประกอบข้ออ้างในคำฟ้องไม่
โจทก์ฟ้องว่าเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยโดยมีส. ตัวแทนจำหน่ายของจำเลย ดังนี้ การที่ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยรู้แล้วยอมให้ ส. เชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลย จำเลยต้องรับผิดเสมือนว่า ส. เป็นตัวแทนของจำเลย จึงเป็นการวินิจฉัยตามข้อหาในฟ้องที่ว่า ส. เป็นตัวแทนของจำเลย ไม่เป็นการเกินไปกว่าที่ปรากฏในฟ้อง
แม้โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทตามสัญญาซึ่งโจทก์เรียกว่าสัญญาเช่าซื้อ แต่เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าสัญญานั้นเป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข และโจทก์ได้ชำระราคารถยนต์พิพาทครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ตามสัญญานั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องเรียกชื่อสัญญาดังกล่าวว่าสัญญาเช่าซื้อ หาเป็นข้อสารสำคัญไม่ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก้ชื่อ โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทได้
โจทก์ฟ้องว่าเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยโดยมีส. ตัวแทนจำหน่ายของจำเลย ดังนี้ การที่ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยรู้แล้วยอมให้ ส. เชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลย จำเลยต้องรับผิดเสมือนว่า ส. เป็นตัวแทนของจำเลย จึงเป็นการวินิจฉัยตามข้อหาในฟ้องที่ว่า ส. เป็นตัวแทนของจำเลย ไม่เป็นการเกินไปกว่าที่ปรากฏในฟ้อง
แม้โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทตามสัญญาซึ่งโจทก์เรียกว่าสัญญาเช่าซื้อ แต่เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าสัญญานั้นเป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข และโจทก์ได้ชำระราคารถยนต์พิพาทครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ตามสัญญานั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องเรียกชื่อสัญญาดังกล่าวว่าสัญญาเช่าซื้อ หาเป็นข้อสารสำคัญไม่ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก้ชื่อ โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2894/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คชำระหนี้สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียน: เช็คไม่ผูกมัดเมื่อสัญญาเป็นโมฆะ
จำเลยออกเช็คชำระหนี้โจทก์ ตามสัญญาซื้อขายบ้านที่จำเลยเป็นผู้ซื้อ เช็คถึงกำหนดแล้ว โจทก์เบิกเงินไม่ได้เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเงินในบัญชีไม่พอจ่าย เมื่อปรากฏว่าการซื้อขายบ้านอันเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคแรก เช็คพิพาทเป็นเช็คชำระหนี้ตามสัญญาที่เป็นโมฆะจึงไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2894/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คชำระหนี้สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นโมฆะ ผู้ถือเช็คไม่อาจเรียกร้องได้
จำเลยออกเช็คชำระหนี้โจทก์ ตามสัญญาซื้อขายบ้านที่จำเลยเป็นผู้ซื้อ เช็คถึงกำหนดแล้ว โจทก์เบิกเงินไม่ได้เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเงินในบัญชีไม่พอจ่าย เมื่อปรากฏว่าการซื้อขายบ้านอันเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456วรรคแรก เช็คพิพาทเป็นเช็คชำระหนี้ตามสัญญาที่เป็นโมฆะจึงไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2797/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขาย - ความเสียหายจากการส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามสัญญา - การคิดค่าปรับ - การชดใช้ค่าเสียหาย
จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อหม้อเคี่ยวน้ำตาลจากโจทก์ ในสัญญาระบุว่าการติดตั้งหม้อเคี่ยวน้ำตาลนั้น โจทก์จะต้องทำคอนเดนเซอร์ด้วย และถ้าหากไม่ทำฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์แล้ว หม้อเคี่ยวน้ำตาลและคอนเดนเซอร์ก็ไม่สามารถจะใช้การได้ จึงเห็นได้ว่าฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์ เป็นอุปกรณ์ในการติดตั้งหม้อเคี่ยวน้ำตาล ต้องถือว่าการทำฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์เป็นส่วนหนึ่งของการติดตั้งหม้อเคี่ยวน้ำตาล โจทก์จะเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการทำฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์จากจำเลยที่ 1 ไม่ได้
สัญญาซื้อขาย ข้อ 7 ว่า ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลให้ผู้ซื้อถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเงินร้อยละห้าของราคาที่ยังมิได้ส่งมอบฯ และข้อ 8 ว่า นอกจากที่กล่าวแล้วในข้อ 6 และข้อ 7 ถ้าผุ้ขายไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาด้วยเหตุใดๆ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ให้แก่ผู้ซื้อโดยสิ้นเชิงด้วย เช่นนี้เมื่อตามสัญญาโจทก์จะต้องใช้จุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บ แต่โจทก์นำจุ๊ปชนิดมีตะเข็บซึ่งมีราคาและคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บมาใช้ย่อมเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยสิ้นเชิงตามสัญญาข้อ 8 ที่จำเลยลดราคาหม้อเคี่ยวน้ำตาลลง 310,409 เป็นเพียงการให้จำเลยคืนราคาจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บที่จะต้องใช้ตามสัญญา ส่วนที่เกินจากราคาจุ๊ปชนิดมีตะเข็บที่โจทก์นำมาใช้เท่านั้น ส่วนการคิดค่าปรับฐานผิดสัญญาร้อยละ 5 ของเงิน 310,409 บาทต่อเดือนจากวันสิ้นสุดสัญญาการส่งมอบถึงวันที่ทดลองทำการเทสทเพรสเซอร์ได้ตามกำหนด เป็นการกำหนดให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจากการใช้จุ๊ปที่มีคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปที่ระบุไว้ในสัญญา และจำเลยที่ 1 มีสิทธที่จะทำได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 8 โดยไม่จำต้องให้โจทก์ยินยอม ทั้งไม่เป็นการปรับข้อซ้อนค่าปรับฐานส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลล่าช้า
สัญญาซื้อขาย ข้อ 7 ว่า ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลให้ผู้ซื้อถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเงินร้อยละห้าของราคาที่ยังมิได้ส่งมอบฯ และข้อ 8 ว่า นอกจากที่กล่าวแล้วในข้อ 6 และข้อ 7 ถ้าผุ้ขายไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาด้วยเหตุใดๆ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ให้แก่ผู้ซื้อโดยสิ้นเชิงด้วย เช่นนี้เมื่อตามสัญญาโจทก์จะต้องใช้จุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บ แต่โจทก์นำจุ๊ปชนิดมีตะเข็บซึ่งมีราคาและคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บมาใช้ย่อมเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยสิ้นเชิงตามสัญญาข้อ 8 ที่จำเลยลดราคาหม้อเคี่ยวน้ำตาลลง 310,409 เป็นเพียงการให้จำเลยคืนราคาจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บที่จะต้องใช้ตามสัญญา ส่วนที่เกินจากราคาจุ๊ปชนิดมีตะเข็บที่โจทก์นำมาใช้เท่านั้น ส่วนการคิดค่าปรับฐานผิดสัญญาร้อยละ 5 ของเงิน 310,409 บาทต่อเดือนจากวันสิ้นสุดสัญญาการส่งมอบถึงวันที่ทดลองทำการเทสทเพรสเซอร์ได้ตามกำหนด เป็นการกำหนดให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจากการใช้จุ๊ปที่มีคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปที่ระบุไว้ในสัญญา และจำเลยที่ 1 มีสิทธที่จะทำได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 8 โดยไม่จำต้องให้โจทก์ยินยอม ทั้งไม่เป็นการปรับข้อซ้อนค่าปรับฐานส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลล่าช้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2797/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทสัญญาซื้อขายเครื่องจักร: การลดราคาชดใช้ความเสียหายจากสินค้าไม่ตรงตามสัญญา และการคิดค่าปรับ
จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อหม้อเคี่ยวน้ำตาลจากโจทก์ ในสัญญาระบุว่าการติดตั้งหม้อเคี่ยวน้ำตาลนั้น โจทก์จะต้องทำคอนเดนเซอร์ด้วย และถ้าหากไม่ทำฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์แล้ว หม้อเคี่ยวน้ำตาลและคอนเดนเซอร์ก็ไม่สามารถจะใช้การได้ จึงเห็นได้ว่าฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์เป็นอุปกรณ์ในการติดตั้งหม้อเคี่ยวน้ำตาล ต้องถือว่าการทำฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์เป็นส่วนหนึ่งของการติดตั้งหม้อเคี่ยวน้ำตาล โจทก์จะเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการทำฐานบ่อน้ำคอนเดนเซอร์จากจำเลยที่1 ไม่ได้
สัญญาซื้อขายข้อ 7 ว่า ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลให้ผู้ซื้อถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นเงินร้อยละห้าของราคาที่ยังมิได้ส่งมอบฯ และข้อ 8ว่า นอกจากที่กล่าวแล้วในข้อ 6 และข้อ 7 ถ้าผู้ขายไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาด้วยเหตุใด ๆ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่ผู้ซื้อโดยสิ้นเชิงด้วย เช่นนี้เมื่อตามสัญญาโจทก์จะต้องใช้จุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บ แต่โจทก์นำจุ๊ปชนิดมีตะเข็บซึ่งมีราคาและคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บมาใช้ย่อมเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยสิ้นเชิงตามสัญญาข้อ 8 ที่จำเลยลดราคาหม้อเคี่ยวน้ำตาลลง 310,409 บาท เป็นเพียงการให้จำเลยคืนราคาจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บที่จะต้องใช้ตามสัญญา ส่วนที่เกินจากราคาจุ๊ปชนิดมีตะเข็บที่โจทก์นำมาใช้เท่านั้น ส่วนการคิดค่าปรับฐานผิดสัญญาร้อยละ 5 ของเงิน 310,409 บาทต่อเดือนจากวันสิ้นสุดสัญญา การส่งมอบถึงวันที่ทดลองทำการเทสท์เพรสเซอร์ได้ตามกำหนด เป็นการกำหนดให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจากการใช้จุ๊ปที่มีคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปที่ระบุไว้ในสัญญา และจำเลยที่ 1 มีสิทธิที่จะทำได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 8 โดยไม่จำต้องให้โจทก์ยินยอม ทั้งไม่เป็นการปรับซ้อนค่าปรับฐานส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลล่าช้า
สัญญาซื้อขายข้อ 7 ว่า ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลให้ผู้ซื้อถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นเงินร้อยละห้าของราคาที่ยังมิได้ส่งมอบฯ และข้อ 8ว่า นอกจากที่กล่าวแล้วในข้อ 6 และข้อ 7 ถ้าผู้ขายไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาด้วยเหตุใด ๆ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่ผู้ซื้อโดยสิ้นเชิงด้วย เช่นนี้เมื่อตามสัญญาโจทก์จะต้องใช้จุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บ แต่โจทก์นำจุ๊ปชนิดมีตะเข็บซึ่งมีราคาและคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บมาใช้ย่อมเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยสิ้นเชิงตามสัญญาข้อ 8 ที่จำเลยลดราคาหม้อเคี่ยวน้ำตาลลง 310,409 บาท เป็นเพียงการให้จำเลยคืนราคาจุ๊ปชนิดไม่มีตะเข็บที่จะต้องใช้ตามสัญญา ส่วนที่เกินจากราคาจุ๊ปชนิดมีตะเข็บที่โจทก์นำมาใช้เท่านั้น ส่วนการคิดค่าปรับฐานผิดสัญญาร้อยละ 5 ของเงิน 310,409 บาทต่อเดือนจากวันสิ้นสุดสัญญา การส่งมอบถึงวันที่ทดลองทำการเทสท์เพรสเซอร์ได้ตามกำหนด เป็นการกำหนดให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจากการใช้จุ๊ปที่มีคุณภาพต่ำกว่าจุ๊ปที่ระบุไว้ในสัญญา และจำเลยที่ 1 มีสิทธิที่จะทำได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 8 โดยไม่จำต้องให้โจทก์ยินยอม ทั้งไม่เป็นการปรับซ้อนค่าปรับฐานส่งมอบหม้อเคี่ยวน้ำตาลล่าช้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2752/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายน้ำมัน: การตีความราคาที่รวมภาษีแล้ว และไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติม
กรณีที่ข้อความในสัญญาซื้อขายชัดแจ้งแล้ว ก็ไม่จำต้องสืบพยานประกอบเพื่อตีความถึงความประสงค์ของคู่สัญญา และปกติประเพณีอีก
การตีความสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
การตีความสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม