คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ปล้นทรัพย์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 633 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2533

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์โดยมีเจตนาใช้กำลังทำร้ายร่างกายเพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 กับพวกอีก 2 คนเข้าไปในบ้านและพยายามลักทรัพย์ของผู้เสียหาย แล้วพวกของจำเลยดังกล่าวได้ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กายเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์ หรือพาทรัพย์ไปแต่ไม่สามารถพาทรัพย์นั้นไปได้ เพราะมีผู้มาพบเห็นเสียก่อน ดังนี้การที่พวกของจำเลยที่ 1 ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายดังกล่าว จึงมิได้นอกเหนือความมุ่งหมายหรือเจตนาของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 1 กับพวกจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคแรก 80.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3268/2533 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ รับของโจร: ร่วมกันตัดรถบรรทุกที่ได้จากการปล้นเพื่อจำหน่าย
พฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกใช้รถยนต์ปิคอัพ ของจำเลยบรรทุกเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับตัดรถยนต์บรรทุกสิบล้อออกเป็นชิ้นส่วนย่อย ๆ ได้ เข้าไปในไร่อ้อยอันเป็นสถานที่ซึ่งคนร้ายนำรถยนต์บรรทุกสิบล้อของผู้เสียหายไปซ่อนไว้ และหลบหนีไปจากบริเวณสถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจพบรถยนต์บรรทุกสิบล้อดังกล่าวเมื่อพบเห็นเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยร่วมกับพวกร่วมกันรับรถยนต์บรรทุกสิบล้อดังกล่าวไว้สำหรับตัดออกเป็นชิ้นส่วนย่อย ๆ เพื่อความสะดวกในการจำหน่ายต่อไป โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิดเมื่อการกระทำผิดนั้นเข้าลักษณะปล้นทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3268/2533

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ รับของโจร: เจตนาประกอบการตัดรถยนต์ที่ได้จากการปล้นเพื่อจำหน่าย
พฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกใช้รถยนต์ปิคอัพ ของจำเลยบรรทุกเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับตัดรถยนต์บรรทุกสิบล้อออกเป็นชิ้นส่วนย่อย ๆ ได้ เข้าไปในไร่อ้อยอันเป็นสถานที่ซึ่งคนร้ายนำรถยนต์บรรทุกสิบล้อของผู้เสียหายไปซ่อนไว้ และหลบหนีไปจากบริเวณสถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจพบรถยนต์บรรทุกสิบล้อดังกล่าวเมื่อพบเห็นเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยร่วมกับพวกร่วมกันรับรถยนต์บรรทุกสิบล้อดังกล่าวไว้สำหรับตัดออกเป็นชิ้นส่วนย่อย ๆ เพื่อความสะดวกในการจำหน่ายต่อไป โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิดเมื่อการกระทำผิดนั้นเข้าลักษณะปล้นทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1944/2533

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานปล้นทรัพย์และการไม่ผิดฐานทำร้ายร่างกายเมื่อความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นบทเฉพาะ
จำเลยกับพวกร่วมกันเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ผู้เสียหายมีความผิดฐาน ปล้นทรัพย์ซึ่ง เป็นบทเฉพาะแล้ว จำเลยไม่มีความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายอีก.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2533 เวอร์ชัน 4 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานปล้นทรัพย์มีผลถึงความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืน หากข้อเท็จจริงไม่พอรับฟังความผิดฐานปล้นทรัพย์ ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องความผิดฐานอื่นได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืน พาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนดังกล่าวกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องไปถึงความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตของจำเลยได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน แม้ว่าความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจะยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2533 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานไม่เพียงพอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ศาลฎีกายกฟ้อง และยกฟ้องความผิดฐานมีอาวุธปืนไปด้วย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐาน มีอาวุธปืนฐาน พกอาวุธปืนและฐาน ปล้นทรัพย์ ความผิดฐาน พาอาวุธปืนของจำเลยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218คงมีปัญหามาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะ ความผิดฐาน ปล้นทรัพย์เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้จำเลยกระทำความผิดฐาน ปล้นทรัพย์ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องในข้อหาความผิดมีอาวุธปืนของจำเลยได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียว เกี่ยวพันกัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2533 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานไม่เพียงพอฟังว่าจำเลยร่วมกันปล้นทรัพย์ ศาลฎีกายกฟ้องความผิดฐานปล้นทรัพย์ และความผิดฐานมีอาวุธปืน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืน พกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนดังกล่าวกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องไปถึงความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตของจำเลยได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน แม้ว่าความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจะยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2533

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลฎีกาในการยกฟ้องความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนเมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืน พาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนดังกล่าวกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องไปถึงความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตของจำเลยได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน แม้ว่าความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจะยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 96/2532 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องความผิดฐานปล้นทรัพย์ด้วยอาวุธปืน จำเลยผิดตามบทลงโทษที่บรรยายฟ้องเท่านั้น
โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยกับพวกร่วมกันใช้ กำลังประทุษร้ายโดย ใช้ มือรัดคอผู้เสียหายแล้วใช้ อาวุธปืนขู่เข็ญจ่อจี้ บังคับผู้เสียหายว่าในทันใดนั้นจะใช้ อาวุธปืนยิงประทุษร้ายผู้เสียหาย โดย มิได้บรรยายว่าในการปล้นทรัพย์ได้กระทำโดย ใช้ ปืนยิง ดังนั้นแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าในการปล้นทรัพย์นั้นพวกจำเลยได้ ใช้ อาวุธปืนยิงผู้เสียหายด้วย จำเลยก็คงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง เท่านั้น.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 96/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษฐานปล้นทรัพย์: การพิจารณาจากคำฟ้องและพฤติการณ์ที่กระทำความผิด
โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยกับพวกร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย โดยใช้มือรัดคอผู้เสียหายแล้วใช้อาวุธปืนขู่เข็ญจ่อจี้ บังคับผู้เสียหายว่าในทันใดนั้นจะใช้อาวุธปืนยิงประทุษร้ายผู้เสียหาย โดยมิได้บรรยายว่าในการปล้นทรัพย์ได้กระทำโดยใช้ปืนยิง ดังนั้นแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าในการปล้นทรัพย์นั้นพวกจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายด้วย จำเลยก็คงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง เท่านั้น
of 64