คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ครอบครอง

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,140 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความครอบครอง: การสอบเขตที่ดินตามข้อตกลง ไม่ถือเป็นการแย่งการครอบครอง ทำให้โจทก์ไม่ต้องฟ้องภายใน 1 ปี
ที่ดินของโจทก์และจำเลยอยู่ติดกันและเป็นที่ดินมีแต่ใบไต่สวน โจทก์หาว่าจำเลยบุกรุกที่ดินตรงที่พิพาทอำเภอเปรียบเทียบแล้วตกลงกันไม่ได้ อำเภอสั่งให้ทั้งสองฝ่ายไปขอสอบเขต เมื่อปรากฏแน่แล้วว่าเป็นของใครก็จะคืนให้กัน และให้ฝ่ายรุกล้ำเสียค่าเสียหายเป็นข้าวคิดเป็นรายปี ได้ทำบันทึกข้อตกลงกันนี้ไว้ และจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทนับแต่นั้นตลอดมา การที่จำเลยยึดถือที่พิพาทนับแต่นั้นย่อมมิใช่เป็นการยึดถือเพื่อการแย่งครอบครอง โจทก์จึงไม่จำต้องฟ้องภายใน 1 ปี และในปีต่อ ๆ มาเมื่อโจทก์นำรังวัดและจำเลยคัดค้าน แม้จะเป็นการไม่ยอมรับนับถือสิทธิของโจทก์ แต่ก็มิใช่ถือเอาเป็นแน่ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยทีเดียว แม้จะล่วงเลยมาหลายปี แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายยินยอมให้สอบเขตตามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงยกเอาเวลาที่ล่วงเลยมานั้นมาตัดฟ้องว่าโจทก์ขาดอายุความไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองอาวุธปืนสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้เคยมีอนุญาตก่อนหน้าก็ไม่ลบล้างกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนสำหรับใช้เฉพาะในการสงครามตามกฎกระทรวงไว้โดยมิได้รับอนุญาต จำเลยรับสารภาพ ศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าทางราชการเคยอนุญาตให้ผู้ที่ครอบครองปืนชนิดนี้จดทะเบียนให้มีและใช้ได้ ยังมีราษฎรที่ได้รับอนุญาตมีและใช้ปืนนี้ได้อยู่
เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ย่อมหมายความว่า รับว่ามีปืนสำหรับใช้เฉพาะในการสงคราม จะอ้างคำแถลงของโจทก์มาลบล้างกฎกระทรวงฯ ไม่ได้ คงมีผลเพียงเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการลงโทษเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพ.ร.บ.ป่าไม้: การครอบครองไม้หวงห้าม, ตราปลอม, และการริบของกลาง
(1) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดเป็นส่วนตัว ไม่ได้ฟ้องบริษัท แม้ไม้จะเป็นของบริษัทแต่เมื่อฟังได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นกรรมการจัดการของบริษัทเป็นผู้ครอบครอง ทางพิจารณาก็ไม่ต่างกับฟ้อง
(2) ในกรณีที่จำเลยลวงให้เจ้าพนักงานประทับตราค่าภาคหลวงลงบนไม้นั้น จำเลยจะยกข้อที่ว่าไม้มีตราค่าภาคหลวงประทับอยู่แล้วเพื่อให้พ้นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 16 หาได้ไม่
(3) แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่า ไม้ของกลางเป็นของบริษัทมิใช่ของจำเลยแต่เมื่อจำเลยมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ศาลจึงต้องริบไม้ของกลางตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินของคนต่างด้าว: การไม่อนุญาตตามกฎหมายทำให้การจดทะเบียนเป็นโมฆะ แม้ครอบครองนาน
ตามพระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ. 2486 นั้น คนต่างด้าวจะมีที่ดินได้ต้องได้รับอนุญาตก่อน ฉะนั้นเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวนำสืบไม่ได้ว่าได้รับอนุญาตให้มีที่ดินได้ตามกฎหมายแล้ว แม้ตนจะได้จดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรม และได้ครอบครองที่ดินมากว่า 10 ปีแล้ว ก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนมรดกตามพินัยกรรม และอำนาจฟ้องคดีครอบครองที่ดิน
(1) เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตาย ที่ดินซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรมย่อมตกได้แก่ผู้รับพินัยกรรมทันทีตาม
ป.พ.พ. มาตรา 1673 โดยมิพักต้องทำพิธีรับมรดก และหรือเข้าครอบครองที่ดินนั้น โดยเหตุนี้ เจ้าของที่ดินเช่นว่านี้ย่อมมีอำนาจฟ้องให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์และขับไล่ผู้อาศัย
(2) ใบนำเพื่อจะไปเสียเงินบำรุงท้องที่นั้น ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน
(3) เนื่องจากคำให้การต่อสู้ของจำเลยจึงเป็นเหตุให้โจทก์ขอให้ศาลเรียกจำเลยเข้ามาในคดี อันเป็นอำนาจที่โจทก์และศาลจะกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 ดังนั้น ฎีกาจำเลยที่ว่าก่อนฟ้องโจทก์มิได้บอกกล่าวจำเลยร่วมและโจทก์มิได้โต้แย้งสิทธิของจำเลย จึงฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์รถยนต์โอนเมื่อทำสัญญาซื้อขาย ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน โอนให้ผู้ซื้อที่ครอบครองก่อนมีสิทธิเหนือกว่า
การทำสัญญาซื้อขายรถยนต์กันเองนั้น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันทีแล้ว หาจำต้องจดทะเบียนโอนกันเสียก่อนไม่ เพราะกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนรถยนต์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมยานพาหนะและภาษีรถยนต์ ไม่ใช่เป็นแบบของนิติกรรมแต่อย่างใด
เมื่อจำเลยทำสัญญาซื้อขายรถยนต์กับเจ้าของ พร้อมชำระราคาและรับมอบการครอบครองไว้โดยสุจริตแล้วก่อนโจทก์ จำเลยก็ย่อมมีสิทธิในรถยนต์ยิ่งกว่าโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1615/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต: การพิจารณาความผิดเมื่อใบอนุญาตออกภายหลังการกระทำความผิด และผลกระทบต่อการริบของกลาง
ป.ผู้ใหญ่บ้านซื้ออาวุธปืนโดยอำเภอจัดการซื้อให้และมอบปืนให้ไว้ แต่ยังมิทันได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนนั้น จำเลยหยิบยืมเอาปืนนั้นไปไว้ใช้จึงถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับในอนุญาต แล้วอำเภอจึงได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่ ป.ก่อนศาลสั่งริบ ดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาคดีที่จำเลยถูกฟ้องนี้ ปืนนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ศาลย่อมไม่สั่งริบปืน ของกลาง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1615/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อใบอนุญาตออกภายหลังการกระทำผิด ศาลไม่ริบ
ป.ผู้ใหญ่บ้านซื้ออาวุธปืนโดยอำเภอจัดการซื้อให้และมอบปืนให้ไว้ แต่ยังมิทันได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนนั้นจำเลยหยิบยืมเอาปืนนั้นไปไว้ใช้จึงถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แล้วอำเภอจึงได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่ ป. ก่อนศาลสั่งริบ ดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาคดีที่จำเลยถูกฟ้องนี้ ปืนนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ศาลย่อมไม่สั่งริบปืนของกลาง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินมือเปล่า การแย่งการครอบครอง และการหมดสิทธิเรียกร้องคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ผู้ที่อ้างสิทธิตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 จำต้องแสดงให้เห็นว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านที่สวนตามความหมายในบทนั้น ถ้าไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นได้ว่าเป็นที่บ้านที่สวน มาก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วก็จำต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันว่าด้วยที่ดินมือเปล่า
การที่จำเลยร้องเรียนต่อคณะกรรมการพิจารณากรณีพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินว่าโจทก์บุกรุกแย่งการครอบครองที่ดินมือเปล่านั้น ไม่ทำให้การครอบครองของโจทก์สะดุดหยุดลง ฉะนั้น หากจำเลยมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเสียภายใน 1 ปีจำเลยก็ย่อมหมดสิทธิเรียกร้องคืนแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษฐานครอบครองไม้หวงห้ามแปรรูป ต้องพิจารณาประเภทไม้ที่ครอบครองตามฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยมีใช้ในความครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามแปรรูปเป็นเสาถาก 75 ท่อน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 12 ซึ่งเป็นบทลงโทษผู้มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป และโจทก์นำสืบฟังได้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้แปรรูป คือ ถากเป็นเสาแล้ว ดังนี้จะลงโทษจำเลยฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษไม่ได้
of 214