คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ดอกเบี้ย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,659 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้เงินกู้ยืมและการนำสืบพยานบุคคลเรื่องดอกเบี้ย: หลักฐานหนังสือไม่ครอบคลุมดอกเบี้ย
การนำสืบการใช้เงินว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง นั้นหมายความเฉพาะถึงการใช้ต้นเงินที่กู้ยืมไปเกินกว่า 50 บาท เท่านั้น ไม่กินความถึงการใช้ดอกเบี้ยด้วยการชำระดอกเบี้ยย่อมนำสืบด้วยพยานบุคคลได้ไม่ขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2503)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทดอกเบี้ยกู้ สัญญาไม่ชัดเจน ศาลต้องให้คู่ความสืบพยานเพิ่มเติม
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยและเรียกดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยให้การต่อสู้ว่า ในสัญญากู้คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายแต่โจทก์กลับคิดร้อยละ 15 ต่อไป สำเนาสัญญากู้ไม่ถูกต้อง ย่อมเห็นได้ชัดว่า จำเลยให้การปฏิเสธว่าสัญญากู้ไม่มีข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ดังที่โจทก์ฟ้องอ้างสำเนาสัญญากู้มีข้อความว่า คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายร้อยละ 15 ต่อปี ติดมาท้ายคำฟ้อง ทั้งต้นฉบับสัญญากู้ก็ยังไม่มีปรากฏในสำนวน ดังนี้ถือว่า ข้อเท็จจริงเรื่องดอกเบี้ยยังไม่ยุติ คู่ความต้องนำสืบความข้อนี้กันต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทอัตราดอกเบี้ยสัญญาเงินกู้: จำเป็นต้องมีการนำสืบหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อตกลงที่แท้จริง
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยและเรียกดอกเบี้ยร้อยละ15 ต่อปีจำเลยให้การต่อสู้ว่า ในสัญญากู้คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายแต่โจทก์กลับคิดร้อยละ 15 ต่อปีสำเนาสัญญากู้ไม่ถูกต้องย่อมเห็นได้ชัดว่า จำเลยให้การปฏิเสธว่าสัญญากู้ไม่มีข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีดังที่โจทก์ฟ้องอ้างสำเนาสัญญากู้มีข้อความว่าคิดดอกเบี้ยตามกฎหมายร้อยละ 15 ต่อปี ติดมาท้ายคำฟ้องทั้งต้นฉบับสัญญากู้ก็ยังไม่มีปรากฏในสำนวนดังนี้ถือว่า ข้อเท็จจริงเรื่องดอกเบี้ยยังไม่ยุติ คู่ความต้องนำสืบความข้อนี้กันต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดในดอกเบี้ยจากการกู้เงินไถ่จำนองแทนผู้อื่น: พฤติการณ์พิเศษและขอบเขตการรับช่วงสิทธิ
ศาลพิพากษาตามยอมให้โจทก์จำเลยร่วมกันไถ่จำนองจากเจ้าหนี้ภายในกำหนด 1 เดือน ครบกำหนดโจทก์ไม่ไถ่จำเลยจึงไปกู้เงินผู้อื่นมาไถ่โดยเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้โจทก์ชำระเงินส่วนที่โจทก์จะต้องไถ่แต่ไม่ยอมชำระดอกเบี้ยที่จำเลยได้เสียให้แก่ผู้ให้กู้ จำเลยจึงฟ้องเรียกจากโจทก์ เงินดอกเบี้ยนั้นถือเป็นค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ เมื่อโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วยในการกู้เงินนี้ และไม่มีพฤติการณ์แสดงให้เห็นได้ว่าโจทก์ควรจะได้คาดเห็นเช่นนั้นล่วงหน้ามาก่อนแล้วโจทก์ก็ไม่ต้องรับผิดชดใช้ให้แก่จำเลย
จำเลยฟ้องแย้งเรียกดอกเบี้ยที่จำเลยต้องกู้เงินคนอื่นมาไถ่จำนองแทนโจทก์ มิได้อ้างสิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากโจทก์ในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากเจ้าหนี้จำนองศาลจะบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากเจ้าหนี้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ค่าเสียหายที่จำเลยฟ้องแย้งเรียกจากโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาที่แท้จริงของสัญญาเช่า: สิทธิในการนำสืบพยานเพื่อพิสูจน์ว่าสัญญาเช่าเป็นเพียงอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านดอกเบี้ย
โจทก์จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดิน แล้วจำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินนั้นในวันเดียวกัน ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดไถ่คืนแล้ว
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ดิน. จำเลยต่อสู้ว่า ความจริงเป็นเรื่องกู้เงินโดยเอาที่ดินเป็นประกันส่วนการเช่าที่ดินนั้นเป็นการเลี่ยงกฎหมาย เผื่อถ้าจำเลยไถ่ที่ดินคืนจะได้คิดแทนดอกเบี้ยซึ่งเกินกว่าอัตราในกฎหมายคดีนี้จำเลยไม่ได้ไถ่ที่ดินคืน และจำเลยไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่เช่าที่ดินที่เช่าเป็นที่ว่างเปล่าไม่ควรมีค่าเช่าถึงอัตราที่กำหนดเป็นค่าเช่ากันไว้เช่นนี้ เท่ากับจำเลยต่อสู้ว่าสัญญาเช่าไม่สมบูรณ์ เพราะมิได้มีเจตนาที่จะให้ผูกพันด้วยการเช่ากันจริงๆ จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานมาสืบได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดอกเบี้ยเกินอัตราในสัญญากู้: ศาลแยกจำนวนดอกเบี้ยออกจากต้นเงินได้ และคิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง
ผู้กู้ย่อมนำสืบได้ว่า ผู้ให้กู้เอาจำนวนดอกเบี้ยเกินอัตรามารวมเป็นต้นเงินในสัญญากู้ล่วงหน้าเป็นการผิดกฎหมายได้
ดอกเบี้ยตามสัญญากู้เป็นโมฆะเพราะเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันทำสัญญากู้ และไม่ปรากฏว่าก่อนฟ้องได้มีการผิดนัด ลูกหนี้จึงต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 327-328/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบแก้ไขจำนวนเงินกู้และดอกเบี้ยที่ผิดจากเอกสาร ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารตาม ป.วิ.แพ่ง ม.94
การสืบว่าสามีโจทก์ผู้ให้กู้ใส่จำนวนเงินในสัญญากู้ผิดจากที่ขอกู้ เป็นการสืบให้เห็นว่าจำนวนที่เขียนลงในสัญญากู้ผิดจากที่กู้จริง ถือว่าเท่ากับสืบว่าสามีโจทก์ปลอมจำนวนเงินกู้อันเป็นเรื่องสืบว่าเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ย่อมนำสืบได้ตามข้อยกเว้นของ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 94
การนำสืบว่าผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 4 มิใช่ร้อยละ 1.25 ดังที่ปรากฎในเอกสาร เป็นการสืบให้เห็นว่าเรียกดอกเบี้ยผิดกฎหมายย่อมนำสืบได้
การนำสืบว่าได้มีการใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ ต้องมีหลักฐานการรับเงินเป็นหนังสือมาแสดง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 327-328/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบแก้ไขสัญญากู้ การปลอมแปลงเอกสาร และการคิดดอกเบี้ยผิดกฎหมาย
การสืบว่าสามีโจทก์ผู้ให้กู้ใส่จำนวนเงินในสัญญากู้ผิดจากที่ขอกู้เป็นการสืบให้เห็นว่าจำนวนเงินที่เขียนลงในสัญญากู้ผิดจากที่กู้จริงถือว่าเท่ากับสืบว่าสามีโจทก์ปลอมจำนวนเงินกู้อันเป็นเรื่องสืบว่าเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วนย่อมนำสืบได้ตามข้อยกเว้นของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
การนำสืบว่าผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 4 มิใช่ร้อยละ1.25 ดังที่ปรากฏในเอกสารเป็นการสืบให้เห็นว่าเรียกดอกเบี้ยผิดกฎหมายย่อมนำสืบได้
การนำสืบว่าได้มีการใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ต้องมีหลักฐานการรับเงินเป็นหนังสือมาแสดง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยผิดสัญญาจ้างเหมาแรงงาน ต้องชำระค่าจ้างตามงานที่ทำจริง พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัด
เมื่อนายจ้างเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดจ่ายค่าแรงงานให้ลูกจ้างตามผลงานที่ลูกจ้างทำไปและต้องชำระดอกเบี้ยให้นับแต่วันผิดนัด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนี้ร่วมสามีภรรยาและการคิดดอกเบี้ยเมื่อผิดนัด
ภรรยากู้เงินเขามาซื้อเครื่องอุปกรณ์การก่อสร้าง ซึ่งสามีทำการก่อสร้างอยู่ ถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภรรยา
เงินกู้ที่มิได้กำหนดดอกเบี้ยไว้ ให้คิดร้อยละ 7 1/2 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด ถ้าไม่ปรากฎว่าทวงถามเมื่อใด ศาลก็ให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องได้
of 166