พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,589 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความผิดอาญาต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน คำรับสารภาพที่ไม่สอดคล้องกับพยานแวดล้อมใช้ลงโทษไม่ได้
คดีความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งมีอัตราโทษสูงแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพต่อศาลโจทก์ก็ยังต้องนำพยานมาสืบให้เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจริงศาลจึงจะลงโทษจำเลยได้ลำพังคำรับสารภาพนอกศาลแต่ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยได้การที่โจทก์ส่งคำให้การพยานชั้นสอบสวนแต่นำตัวพยานมาเบิกความต่อศาลไม่ได้จำเลยไม่มีโอกาสซักค้านพยานดังกล่าวคำให้การพยานในชั้นสอบสวนจึงไม่มีน้ำหนัก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความผิดทางอาญาต้องอาศัยพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ การรับสารภาพที่ไม่ปรากฏหลักฐานสนับสนุนและโอกาสซักค้านพยานจึงฟังไม่ได้
คดีความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งมีอัตราโทษสูงแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพต่อศาลโจทก์ก็ยังต้องนำพยานมาสืบให้เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจริง.ศาลจึงจะลงโทษจำเลยได้ลำพังคำรับสารภาพนอกศาลแต่ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยได้การที่โจทก์ส่งคำให้การพยานชั้นสอบสวนแต่นำตัวพยานมาเบิกความต่อศาลไม่ได้.จำเลยไม่มีโอกาสซักค้านพยานดังกล่าวคำให้การพยานในชั้นสอบสวนจึงไม่มีน้ำหนัก.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความน่าเชื่อถือพยานหลักฐาน: การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดจากพยานจำเลยและพยานบอกเล่าที่ไม่สามารถซักค้านได้
คำให้การชั้นสอบสวนและบันทึกการชี้ตัวจำเลยจากภาพถ่ายในชั้นสอบสวนของผู้เสียหายศาลรับฟังเป็นข้อประกอบการพิจารณาได้เพราะไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้ศาลรับฟังส่วนจะรับฟังได้เพียงใดหรือไม่สุดแล้วแต่เหตุผลของแต่ละเรื่องไป คดีพยายามฆ่าเหตุเกิดเวลากลางวันขณะที่ผู้เสียหายขึ้นรถยนต์โดยสารประจำทางทางประตูด้านหน้าคนร้ายซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังคนขับก็ยิงผู้เสียหาย2นัดได้รับอันตรายสาหัสในชั้นสอบสวนผู้เสียหายให้การว่าเห็นหน้าคนร้ายและจำได้ชัดเจนและชี้ตัวยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายแต่ก่อนเกิดเหตุมีการขว้างปากันระหว่างผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านหลังรถกับพวกที่ยืนคอยอยู่ที่ป้ายรถซึ่งน่าจะเกิดการชุลมุนวุ่นวายเพราะผู้โดยสารแย่งกันขึ้นลงและหลบหนีจากรถผู้เสียหายไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าจำเลยมาก่อนได้เห็นคนร้ายในขณะที่ตนถูกยิงเพียงไม่ถึง30วินาทีแล้วก็เซจากรถไปที่ชี้ตัวจำเลยก็ชี้จากภาพถ่ายหลังจากเกิดเหตุแล้วถึง2เดือนในชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความว่าจำคนร้ายไม่ได้ไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นชายหรือหญิงคำเบิกความปฏิเสธคำให้การในชั้นสอบสวนและการชี้ตัวเช่นนี้น่าจะตรงกับความจริงพยานโจทก์นอกจากนี้คงมีแต่คำให้การในชั้นสอบสวนของส. ท. และช. กับบันทึกการชี้ตัวจำเลยของส. แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้ตัวมาเบิกความจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าซึ่งจำเลยไม่มีโอกาสซักค้านแม้จำเลยจะรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนแต่ให้การต่อศาลปฏิเสธเสียแล้วพยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่พอฟังลงโทษจำเลย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานประกอบการรับฟังคำให้การผู้เสียหาย การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดในคดีปล้นทรัพย์
แม้โจทก์จะมีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียวแต่เมื่อพิจารณาประกอบพยานหลักฐานทั้งหมดในท้องสำนวนแล้วก็ใช้รับฟังลงโทษจำเลยได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับฟังพยานหลักฐานประกอบกัน แม้มีประจักษ์พยานเพียงคนเดียว เพื่อพิสูจน์ความผิดฐานปล้นทรัพย์
แม้โจทก์จะมีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียวแต่เมื่อพิจารณาประกอบพยานหลักฐานทั้งหมดในท้องสำนวนแล้วก็ใช้รับฟังลงโทษจำเลยได้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทเลินเล่อของเจ้าพนักงานที่ดินในการตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจ – พยานหลักฐานต้องชัดเจนและมีน้ำหนัก
คดีก่อนจำเลยที่5ได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยที่3ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทและศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดในคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่5ไม่มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นในการปลอมใบมอบอำนาจคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวจึงผูกพันโจทก์คดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา145โจทก์จะมาอ้างในคดีนี้อีกว่าจำเลยที่5ได้มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำปลอมหนังสือมอบอำนาจที่ใช้ในการขายที่ดินพิพาทให้กับโจทก์หาได้ไม่. กรมที่ดินได้วางระเบียบเพื่อป้องกันการทุจริตที่เกิดขึ้นเกี่ยวแก่การมอบอำนาจไว้ว่า'ฯโดยเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบลายมือชื่อมิใช่ผู้ชำนาญการพิเศษโดยเฉพาะการตรวจสอบจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างวิญญูชนจะพึงกระทำได้.....ฯลฯ.....การตรวจสอบลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจ....ให้ตรวจสอบว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับของเดิมพอที่จะเชื่อถือได้หรือไม่....ฯลฯ....'ดังนี้เมื่อลายมือชื่อปลอมของผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจปลอมกับลายมือชื่อที่แท้จริงของผู้มอบอำนาจมีลักษณะตัวอักษรช่องไฟและลีลาในการเขียนคล้ายคลึงกันมากในสายตาของวิญญูชนย่อมถือได้ว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันการที่เจ้าพนักงานที่ดินเชื่อว่าลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจปลอมเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงจึงถือไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานที่ดินกระทำโดยประมาทเลินเล่อ. กรมที่ดินวางระเบียบว่า'หนังสือมอบอำนาจควรมีพยานอย่างน้อย1คนถ้าผู้มอบอำนาจพิมพ์ลายมือต้องมีพยาน2คน...ฯลฯ...'เมื่อปรากฏว่าหนังสือมอบอำนาจนอกจากจะมีผู้รับมอบอำนาจลงชื่อเป็นพยานคนหนึ่งแล้วยังมีลายมือชื่อพยานอื่นอีกเช่นนี้แม้จะตัดลายมือชื่อพยานที่เป็นผู้รับมอบอำนาจออกไปใบมอบอำนาจนั้นก็ยังสมบูรณ์อยู่เมื่อไม่มีระเบียบให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจสอบใบมอบอำนาจถ่ายบัตรประจำตัวของผู้มอบอำนาจติดเรื่องไว้การที่เจ้าพนักงานไม่ได้กระทำเช่นนั้นจึงยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อถึงกับเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียหาย. โจทก์เบิกความเพียงว่าหากจำเลยที่3ตรวจดวงตราเขตบางรักที่ประทับก็จะรู้ว่าเป็นตราปลอมส่วนจำเลยที่4ก็เคยเห็นดวงตราเขตบางรักเสมอๆแต่มิได้นำสืบให้เห็นว่าดวงตราที่แท้จริงของเขตบางรักเป็นอย่างไรคำเบิกความของโจทก์จึงเป็นเพียงความเข้าใจหรือการคาดคะเนของโจทก์เองเป็นการเลื่อนลอยกรณียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่3ที่4กระทำละเมิดต่อโจทก์.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่โต้แย้งคำสั่งศาลระหว่างพิจารณาทำให้ต้องห้ามอุทธรณ์ และการพิสูจน์ความประมาทของผู้ขับขี่ในคดีรถชน
คำสั่งศาลไม่ขยายเวลาให้โจทก์คัดสำเนาเอกสารหรือไม่เลื่อนการพิพากษาคดีไปเป็นการตัดพยานโจทก์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเมื่อโจทก์มีเวลาพอที่จะโต้แย้งคำสั่งแต่มิได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว โจทก์เป็นผู้โดยสารในรถยนต์คันที่ชนกับรถบรรทุกที่จำเลยที่1ขับโจทก์ฟ้องว่าเหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของฝ่ายจำเลยแต่จำเลยให้การปฏิเสธในข้อนี้โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างหน้าที่นำสืบตกแก่โจทก์โจทก์จึงต้องนำสืบข้อเท็จจริงให้ศาลเห็นตามข้อกล่าวอ้างของตน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4663/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานพยายามฆ่าและการริบของกลาง เมื่อพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลไม่มีอำนาจริบ
ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาพยายามฆ่าและริบอาวุธปืน กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ยกฟ้องข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน โดยวินิจฉัยว่าไม่ปรากฏตามทางนำสืบว่า จำเลยไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าด้วยแต่คงให้ริบของกลางโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องอาวุธปืนของกลางว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนหรือไม่ คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อหาพยายามฆ่า ดังนี้เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายและจำเลยไม่ได้นำของกลางมาใช้ในการกระทำผิดตามฟ้องศาลย่อมไม่มีอำนาจ ริบของกลาง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4663/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคำพิพากษาคดีพยายามฆ่าและการริบของกลางเมื่อพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาพยายามฆ่าและ ริบ อาวุธปืน กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ยกฟ้องข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน โดยวินิจฉัยว่าไม่ปรากฏตามทางนำสืบว่าจำเลยไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าด้วยแต่คงให้ริบของกลางโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องอาวุธปืนของกลางว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนหรือไม่ คดีขึ้นมาสู่ ศาลฎีกาเฉพาะข้อหาพยายามฆ่า ดังนี้เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายและจำเลย ไม่ได้นำของกลางมาใช้ในการกระทำผิดตามฟ้องศาลย่อมไม่มีอำนาจ ริบของกลาง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4663/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาคดีพยายามฆ่าและการริบของกลางเมื่อพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาพยายามฆ่าและริบอาวุธปืนกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางยกฟ้องข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนโดยวินิจฉัยว่าไม่ปรากฏตามทางนำสืบว่าจำเลยไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าด้วยแต่คงให้ริบของกลางโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องอาวุธปืนของกลางว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนหรือไม่คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อหาพยายามฆ่าดังนี้เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายและจำเลยไม่ได้นำของกลางมาใช้ในการกระทำผิดตามฟ้องศาลย่อมไม่มีอำนาจริบของกลาง.