พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,082 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจลงโทษนักศึกษาและการพิสูจน์ความผิดวินัย จำเป็นต้องมีการสืบพยานเพื่อหาข้อเท็จจริง
ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2521 มาตรา 21(8)จำเลยที่ 2 ในฐานะอธิการบดีมีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่าด้วยวินัยและการปกครองนักศึกษา พ.ศ.2521 ข้อ 22 กำหนดให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับ ดังนั้น ในกรณีที่นักศึกษากระทำผิดวินัยอธิการบดีย่อมมีอำนาจที่จะสั่งลงโทษได้ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่า ร่วมกันทำละเมิดมีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์โจทก์ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นฐานกระทำผิดวินัย โดยโจทก์มิได้กระทำผิดวินัยไม่ได้ทุจริตหรือปกปิดเกี่ยวกับเงินส่วนลดของค่าเช่ารถไปแข่งขันกีฬาจำเลยทั้งสองบิดเบือนความจริง กลั่นแกล้งโจทก์ เพราะสาเหตุเนื่องจากโจทก์เป็นนายกสโมสรนักศึกษาและเป็นผู้นำนักศึกษาคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติงานอันไม่ถูกต้องของจำเลยที่ 2 ในฐานะอธิการบดี จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธดังนี้ ปัญหาที่ว่าโจทก์กระทำผิดวินัยหรือไม่ยังไม่ยุติชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องสืบพยานทั้งสองฝ่ายจนสิ้นกระแสความ
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่า ร่วมกันทำละเมิดมีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์โจทก์ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นฐานกระทำผิดวินัย โดยโจทก์มิได้กระทำผิดวินัยไม่ได้ทุจริตหรือปกปิดเกี่ยวกับเงินส่วนลดของค่าเช่ารถไปแข่งขันกีฬาจำเลยทั้งสองบิดเบือนความจริง กลั่นแกล้งโจทก์ เพราะสาเหตุเนื่องจากโจทก์เป็นนายกสโมสรนักศึกษาและเป็นผู้นำนักศึกษาคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติงานอันไม่ถูกต้องของจำเลยที่ 2 ในฐานะอธิการบดี จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธดังนี้ ปัญหาที่ว่าโจทก์กระทำผิดวินัยหรือไม่ยังไม่ยุติชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องสืบพยานทั้งสองฝ่ายจนสิ้นกระแสความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำรับสารภาพและดุลพินิจรอการลงโทษ ศาลฎีกาไม่อนุญาตฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนและรอการลงโทษไว้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ข้อที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งความผิด โดยนำเงินตามเช็คพิพาทไปชำระแก่โจทก์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ โจทก์ฎีกาว่าเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย แต่มิได้ฎีกาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ข้อที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งความผิด โดยนำเงินตามเช็คพิพาทไปชำระแก่โจทก์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ โจทก์ฎีกาว่าเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย แต่มิได้ฎีกาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขโทษโดยศาลอุทธรณ์ที่ไม่เป็นการแก้บทความผิด ทำให้ฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม
การที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้เพิ่มโทษจำเลยเป็นไม่เพิ่มโทษนั้น ไม่เป็นการแก้บทความผิด จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา ต้องกันให้ลงโทษจำเลยกระทงละ 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2934/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องวันเดือนปีในเช็คสำคัญต่อการฟ้องร้องคดีเช็ค การเบิกความลอยๆ ไม่เพียงพอ
จำเลยลงชื่อประทับตราห้างเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบแก่โจทก์ขณะส่งมอบยังไม่มีวันเดือนปีกรอกลงไว้ ดังนี้จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907-2908/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้าม & การไม่โต้แย้งกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลทำให้ไม่สามารถยกขึ้นเป็นเหตุในชั้นอุทธรณ์ได้
อุทธรณ์โจทก์ที่ว่ามิได้จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายนั้น เป็นอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริง
การที่โจทก์อ้างว่าผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยซึ่งมิใช่ทนายความซักถามพยานโดยขออนุญาตจากศาล เป็นการมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคแรกนั้น โจทก์ชอบที่จะยกขึ้นคัดค้านเสียก่อนที่ศาลมีคำพิพากษาตามมาตรา 27 วรรคสอง เมื่อโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้าน โจทก์จะยกปัญหานี้ขึ้นมาโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์หาได้ไม่
การที่โจทก์อ้างว่าผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยซึ่งมิใช่ทนายความซักถามพยานโดยขออนุญาตจากศาล เป็นการมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคแรกนั้น โจทก์ชอบที่จะยกขึ้นคัดค้านเสียก่อนที่ศาลมีคำพิพากษาตามมาตรา 27 วรรคสอง เมื่อโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้าน โจทก์จะยกปัญหานี้ขึ้นมาโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907-2908/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อจำกัดการอุทธรณ์ประเด็นข้อเท็จจริงและข้อผิดพลาดในกระบวนการพิจารณาที่ไม่ได้รับการคัดค้าน
อุทธรณ์โจทก์ที่ว่ามิได้จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายนั้น เป็นอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริง การที่โจทก์อ้างว่าผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยซึ่งมิใช่ทนายความซักถามพยานโดยขออนุญาตจากศาล เป็นการมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคแรกนั้นโจทก์ชอบที่จะยกขึ้นคัดค้านเสียก่อนที่ศาลมีคำพิพากษาตามมาตรา 27 วรรคสอง เมื่อโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้าน โจทก์จะยกปัญหานี้ขึ้นมาโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2874/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อจำกัดการอุทธรณ์ฎีกาในคดีขับไล่และค่าเช่า: ประเด็นข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ตึกแถวพิพาท 2 ห้อง ค่าเช่าเดือนละ 100 บาทต่อห้องแม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องเดือนละ 6,000 บาท แต่ก็เป็นค่าเสียหายในอนาคตอันเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ ถือได้ว่าการเช่ารายนี้มีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ก็ไม่ชอบ คดีได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการอุทธรณ์: การอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ดังโจทก์ฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่ราชการ ด้วยความประมาทเลินเล่อ เพราะมิได้ปฏิบัติตามระเบียบการเบิกจ่ายเงิน จากคลัง พ.ศ. 2520 เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ เป็นการอุทธรณ์ว่าจำเลยได้กระทำอย่างไรที่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ หาใช่อุทธรณ์ในเรื่องการ ตีความกฎหมายหรือปรับบทกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำของจำเลย แต่อย่างใดไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2732/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการริบของกลางคดีพนัน: การแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เรื่องการริบของกลางเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ฎีกาอีกไม่ได้
พระราชบัญญัติการพนันฯ มาตรา 10 วรรคสอง ให้ศาลมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจในการริบเครื่องมือเครื่องใช้ในการเล่นการพนันโดยจะริบหรือไม่ริบก็ได้ ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลย 600 บาท และริบโต๊ะบิลเลียด ไม้คิวและลูกบิลเลียดของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะไม่ริบของกลางเท่านั้น จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อยโจทก์จะฎีกาขอให้ริบของกลางอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงอีกไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2487/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุสถานที่เกิดเหตุในฟ้องคดีอาญา และการพิพากษาคดีเช็ค โดยการโต้แย้งข้อเท็จจริงเป็นฎีกาที่ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
การระบุถึงสถานที่ที่เกิดการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ไม่จำต้องระบุตำบลที่เกิดเหตุเสมอไป โดยเพียงแต่กล่าวไว้พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีก็เป็นการเพียงพอแล้ว ทั้งนี้ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป ฎีกาของจำเลยที่อ้างว่า ส. และจำเลยมิได้มีหนี้สินต่อกัน เช็ครายพิพาทไม่มีมูลหนี้ตามกฎหมาย และจำเลยมิได้มีส่วนร่วมในการยักยอกเงินของโจทก์ การกระทำของจำเลยขาดเจตนาในการออกเช็คอันจะเป็นเหตุให้ได้รับโทษทางอาญา เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง