พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,884 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2507/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าธรรมเนียมศาลสำหรับผู้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมในคดีแพ่ง: การชำระค่าธรรมเนียมในนามจำเลย
จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา โดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน เมื่อจำเลยชนะคดีในชั้นฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมนั้นในนามของจำเลยผู้ฎีกาอย่างคนอนาถาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิจำเลยในการมีทนาย – การพิจารณาคดีอาญาที่ถูกต้อง – การพิจารณาพิพากษาใหม่
โจทก์ฟ้องจำเลยตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ,78 ฯลฯ อัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามเรื่องทนาย พิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยฝ่าฝืน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 ศาลต้องพิจารณาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2221/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องจำกัดตามหนังสือมอบอำนาจ: โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ไม่ได้รับการมอบหมาย
กรมประชาสัมพันธ์โจทก์มอบอำนาจให้ ส. เป็นตัวแทนฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนกรณีรถยนต์โจทก์ถูกชนได้รับความเสียหายจาก อ. ซึ่งเป็นเจ้าของรถและเป็นนายจ้างผู้ขับรถ มิได้มอบอำนาจให้เป็นตัวแทนฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด บ. โดย ส. หุ้นส่วนผู้จัดการ และ ส. ในฐานะส่วนตัว แม้จะปรากฏว่า อ. เป็นหุ้นส่วนจำกัด ความรับผิดของ บ. โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิบังคับคดีซื้อที่พิพาท: โจทก์ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาเช่นกัน จำเลยมีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีได้
ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนนาพิพาทในราคา 124,545 บาทแก่โจทก์ใน 1 เดือน ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแก่จำเลยให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 15 วัน ไม่ได้ออกคำบังคับแก่โจทก์ จำเลยมีสิทธิร้องขอให้ออกคำบังคับแก่โจทก์ และบังคับคดีได้ภายใน 10 ปี ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 คำพิพากษาไม่ได้กำหนดให้ถือว่า โจทก์ผิดนัดหรือสละสิทธิถ้าไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1773/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดพิจารณาคดีแรงงาน และการกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่ไม่ถูกต้อง
การที่จำเลยไม่มาศาลแรงงานในวันสืบพยาน ไม่มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯจึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น จำเลยจึงขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 197วรรคสองซึ่งมาตรา 202 บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว
ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากมาทำงานสายหรือไม่ การที่โจทก์นำสืบว่านาฬิกาของจำเลยเร็วไปก็ดี จำเลยยอมให้มาสายได้ก็ดี หานอกประเด็นไม่ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์นำสืบต่างไปจากเอกสารที่ลงไว้ว่าโจทก์มาทำงานสาย จึงไม่ชอบที่ศาลจะรับฟัง เป็นปัญหาว่าควรเชื่อฟังพยานหลักฐานโจทก์หรือไม่ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา54
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างที่มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวเพราะโจทก์มาทำงานสายและจำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้ว ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทมีเพียงว่า โจทก์มาทำงานสายซึ่งจำเลยมีหนังสือเตือนแล้วหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างที่ไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าชดเชย เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท หาใช่ประเด็นข้อพิพาทไม่แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ โดยนำเอาผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทมากำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทด้วย แต่ไม่ครบถ้วน ก็ไม่ทำให้ประเด็นข้อพิพาทเปลี่ยนแปลงไป
ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากมาทำงานสายหรือไม่ การที่โจทก์นำสืบว่านาฬิกาของจำเลยเร็วไปก็ดี จำเลยยอมให้มาสายได้ก็ดี หานอกประเด็นไม่ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์นำสืบต่างไปจากเอกสารที่ลงไว้ว่าโจทก์มาทำงานสาย จึงไม่ชอบที่ศาลจะรับฟัง เป็นปัญหาว่าควรเชื่อฟังพยานหลักฐานโจทก์หรือไม่ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา54
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างที่มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวเพราะโจทก์มาทำงานสายและจำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้ว ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทมีเพียงว่า โจทก์มาทำงานสายซึ่งจำเลยมีหนังสือเตือนแล้วหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างที่ไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าชดเชย เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท หาใช่ประเด็นข้อพิพาทไม่แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ โดยนำเอาผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทมากำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทด้วย แต่ไม่ครบถ้วน ก็ไม่ทำให้ประเด็นข้อพิพาทเปลี่ยนแปลงไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 163/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฎีกาแทนจำเลย: ทนายความต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยโดยตรง
ฎีกาของจำเลยมี พ.ลงชื่อเป็นผู้ฎีกา.แต่พ.เป็นทนายความของนายไสวไพรวงษ์ มิใช่ทนายความของจำเลยและนายไสวไพรวงษ์ก็โต้เถียงตลอดมาว่าตนมิใช่จำเลยพ.จึงไม่มีอำนาจฎีกาแทนจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องจำเลยที่เป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศ, ส่วนได้เสียในประกันภัย, และข้อจำกัดความรับผิดในการขนส่ง
โจทก์ใส่ชื่อจำเลยในตอนต้นของคำฟ้องว่า"สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ" ตามชื่อที่จดทะเบียนพาณิชย์ไว้ แต่ในคำบรรยายฟ้องได้กล่าวให้ทราบชัดแล้วว่าโจทก์ฟ้องบริษัท ด. กับบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคล อยู่ในประเทศเดนมาร์ก. และมีสำนักงานสาขาสำหรับดำเนินธุรกิจซึ่งบริษัททั้งสองทำร่วมกันในประเทศไทยโดยใช้ชื่อว่า "สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ " เป็นจำเลยดังนี้ แม้ "สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ " จะมิได้เป็นนิติบุคคล ก็ไม่เป็นเหตุให้ไม่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลย ได้
บริษัท ย. เป็นผู้สั่งสินค้าเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์และได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ แม้ตามใบตราส่งจะระบุให้ธนาคารเป็นผู้รับสินค้า แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าหากวินาศภัยมีขึ้นแก่สินค้าที่เอาประกันภัยนั้น บริษัท ย. จะไม่ต้องรับผิดชอบต่อธนาคารประการใดเลยแล้ว ก็ต้องถือว่าบริษัท ย. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้
ข้อความจำกัดความรับผิดในใบตราส่งที่พิมพ์เพิ่มเติมขึ้นจากแบบพิมพ์เดิมโดยไม่ปรากฏการรับรู้จากผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง จะฟังว่าผู้ส่งหรือผู้ตราส่งตกลงด้วยในข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยซึ่งเป็นผู้ขนส่งหาได้ไม่ และเมื่อไม่อาจใช้ยันผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง ก็ย่อมใช้ยันผู้รับตราส่ง ซึ่งได้รับสิทธิของผู้ส่งมาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627 ตลอดจนผู้รับช่วงสิทธิของผู้รับตราส่งไม่ได้
บริษัท ย. เป็นผู้สั่งสินค้าเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์และได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ แม้ตามใบตราส่งจะระบุให้ธนาคารเป็นผู้รับสินค้า แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าหากวินาศภัยมีขึ้นแก่สินค้าที่เอาประกันภัยนั้น บริษัท ย. จะไม่ต้องรับผิดชอบต่อธนาคารประการใดเลยแล้ว ก็ต้องถือว่าบริษัท ย. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้
ข้อความจำกัดความรับผิดในใบตราส่งที่พิมพ์เพิ่มเติมขึ้นจากแบบพิมพ์เดิมโดยไม่ปรากฏการรับรู้จากผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง จะฟังว่าผู้ส่งหรือผู้ตราส่งตกลงด้วยในข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยซึ่งเป็นผู้ขนส่งหาได้ไม่ และเมื่อไม่อาจใช้ยันผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง ก็ย่อมใช้ยันผู้รับตราส่ง ซึ่งได้รับสิทธิของผู้ส่งมาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627 ตลอดจนผู้รับช่วงสิทธิของผู้รับตราส่งไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง: จำเลยต้องร้องต่อศาลอุทธรณ์เอง
การที่จะให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221 นั้น เป็นหน้าที่ของผู้ฎีกาจะไปร้องขอยังศาลอุทธรณ์เอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดพิจารณาคดีและการไต่สวนคำร้องขอพิจารณาใหม่ ศาลต้องให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดี
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ความว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัด จำเลยไม่เคยรับหมายเรียก สำเนาคำฟ้องหรือคำสั่งใดๆของศาล จึงไม่ทราบมาก่อนว่าถูกฟ้อง จำเลยไม่เคยติดต่อซื้อสินค้าในฐานะลูกหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไม่ชอบ เมื่อปรากฏว่าเหตุแห่งข้ออ้างตามคำขอให้ศาลทำการไต่สวนเพื่อมีคำสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ และโอกาสแห่งการยื่นคำร้องขอของจำเลยดังกล่าวอยู่ในวิสัยและภายใต้เงื่อนไขของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 และมาตรา 208ซึ่งจำเลยจะกระทำได้โดยชอบ ซึ่งหากฟังเป็นจริงตามคำร้องของจำเลยก็น่าจะได้มีการพิจารณาใหม่ เช่นนี้ศาลชอบที่จะรับคำร้องของจำเลยไว้ทำการไต่สวนต่อไป การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยโดยที่ยังไม่ได้ทำการไต่สวนจึงเป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกที่ดิน: จำเลยที่ 1 จ้างวานทำนาในที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับความยินยอม การรับผิดของจำเลยอื่น
การที่จำเลยที่ 1 จ้างวานให้จำเลยอื่นเข้าทำนาในที่พิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ถือว่าเป็นการบุกรุก จึงเป็น การละเมิดต่อโจทก์แต่จำเลยอื่นที่ไม่มีส่วนรู้เห็นในการบุกรุกด้วย หาจำต้องรับผิดด้วยไม่