คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ครอบครอง

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,140 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการครอบครองตึกหลังก่อสร้าง: สัญญาครอบคลุมจนกว่าจะหาผู้เช่าได้
บริษัทจำเลยเป็นผู้ก่อสร้างตึกรายพิพาทโดยทุนของบริษัท เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วตามสัญญา มีสิทธิที่จะกำหนดและเลือกตัวผู้เช่า เรียกเก็บเงินค่าช่วยก่อสร้าง แต่โจทก์ไม่ได้เสียเงินช่วยก่อสร้างให้จำเลย กลับไปเสียให้แก่ลูกจ้างคนเก่าของจำเลยที่ออกจากหน้าที่ไปแล้วซึ่งเป็นผู้ไม่มีสิทธิอะไรที่จะให้แก่โจทก์ จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะขัดขวางมิให้โจทก์เข้าอยู่ในตึกพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิด เพราะจำเลยมีสิทธิตามสัญญาก่อสร้างที่จะครอบครองห้องพิพาทจนกว่าจะส่งมอบแก่เจ้าของที่ดิน แม้จะถือว่าตึกซึ่งปลูกในที่ดินเป็นทรัพย์ส่วนควบของเจ้าของที่ดิน แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิตามสัญญาที่จะครอบครองตึกที่สร้างจนกว่าจะเลือกหาผู้เช่าได้ เจ้าของที่ดินจะเอาตึกไปครอบครองเสียโดยลำพังหาได้ไม่ เมื่อเจ้าของที่ดินยังไม่มีสิทธิที่จะเอาตึกรายนี้ไปให้ผู้ใดเช่าโดยจำเลยไม่รู้เห็นยินยอม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าครอบครองตึกรายนี้สิทธิแห่งการครอบครองตามกฎหมายยังตกอยู่แก่ฝ่ายจำเลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการครอบครองไม้ผิดกฎหมาย: ครอบครองเพื่อตนเองหรือแทนผู้อื่น
คำว่าครอบคอรงตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.69 มีความหมายกว้างขวางกล่าวคือไม่เฉพาะครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นแต่รวมทั้งครอบครองแทนผู้อื่นด้วยเพราะไม่มี ก.ม.บทใดจำกัดไว้ว่าการครอบครองของที่มีไว้โดยไม่ชอบด้วย ก.ม.นั้น จะเป็นความผิดต่อเมื่อครอบครองเพื่อตนเอง ตรงข้าม ก.ม.ว่าด้วยการสมคบกันกระทำผิดก็ยังมีอยู่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการครอบครองไม้หวงห้าม: ครอบครองเพื่อตนเองหรือแทนผู้อื่น? ฎีกาวินิจฉัยว่าการครอบครองแทนผู้อื่นก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
คำว่าครอบครองตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)พ.ศ.2494มาตรา 69 มีความหมายกว้างขวางกล่าวคือไม่เฉพาะครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นแต่รวมทั้งครอบครองแทนผู้อื่นด้วยเพราะไม่มีกฎหมายบทใดจำกัดไว้ว่าการครอบครองของที่มีไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น จะเป็นความผิดต่อเมื่อครอบครองเพื่อตนเองตรงข้ามกฎหมายว่าด้วยการสมคบกันกระทำผิดก็ยังมีอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดินที่มีข้อพิพาทเรื่องการครอบครองก่อนการจดทะเบียน การเสี่ยงรับซื้อทราบข้อพิพาท
โจทก์ฟ้องว่าได้ซื้อที่ดินมีโฉนดมาโดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนการโอนแล้ว และว่าจำเลยได้ครอบครองปรปักษ์มาเมื่อ 5-6 ปีจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองมากว่า 10 ปี แม้จำเลยจะมิได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริตจำเลยก็นำสืบว่าจำเลยได้ครอบครองปรปักษ์มาตั้งแต่เจ้าของเดิมกว่า 10 ปีแล้วได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 766/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องขับไล่: ผู้เช่าเดิมครอบครองก่อนทำสัญญาเช่าใหม่ มีผลต่ออำนาจฟ้องหรือไม่
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เช่าแผงลอยจากกรมประชาสงเคราะห์ จำเลยอาศัย ขอให้ขับไล่จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้อาศัยและต่อสู้ว่าจำเลยอยู่ในแผงลอยรายพิพาทมาก่อนเวลาที่โจทก์อ้างว่าเช่าจากกรมประชาสงเคราะห์เช่นนี้ถ้าเป็นจริงอย่างที่จำเลยต่อสู้โจทก์ชอบจะฟ้องกรมประชาสงเคราะห์ ที่ไม่สามารถส่งมอบแผงลอยรายพิพาทให้โจทก์ได้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย
ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์เป็นผู้เช่าจากกรมประชาสงเคราะห์และมิได้เช่าแทนจำเลยพิพากษาให้ขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์ว่าแม้จะฟังว่าโจทก์ทำสัญญาเช่าเพื่อตนเองโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะจำเลยครอบครองแผลลอยรายพิพาทมาก่อนโจทก์ทำสัญญาเช่าดังนี้อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ว่าถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยครอบครองแผงลอยรายพิพาทมาก่อนโจทก์ทำสัญญาเช่ากับกรมประชาสงเคราะห์โจทก์จะมีอำนาจฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยหรือไม่อุทธรณ์ข้อนี้จำเลยมิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่าโจทก์เป็นผู้เช่าแทนจำเลยอุทธรณ์ของจำเลยไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา224

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งทรัพย์สินโดยการครอบครองเกิน 10 ปี ไม่สามารถใช้ยันสิทธิโจทก์ผู้รับจำนองได้ ผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องแบ่งทรัพย์ในทางบังคับคดี
การที่ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าได้แบ่งที่ดินกับจำเลยเป็นส่วนสัดแน่นอนและต่างได้ครอบครองส่วนที่แบ่งกันมาเกิน 10 ปีแล้วนั้นถือว่าผู้ร้องอ้างว่าตนได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมซึ่งโดยมาตรา 1299 วรรคสอง สิทธิของผู้ได้มาคือผู้ร้องหากยังมิได้จดทะเบียนแล้วจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกคือโจทก์ผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต.และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วคือรับจำนองที่ดินตามโฉนดนี้ในส่วนของจำเลยไว้โดยมิได้เจาะจงว่าเป็นส่วนไหน ตอนใด หาได้ไม่
ดังนั้นเมื่อได้ความว่าโจทก์เจ้าหนี้จำนองนำยึดที่ดินมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเพื่อชำระหนี้ การที่ผู้ร้องร้องคัดค้านว่าที่ดินเป็นของผู้ร้องครึ่งหนึ่งและผู้ร้องกับจำเลยได้แบ่งที่ดินกันครอบครองเป็นส่วนสัดแน่นอนเกินกว่า10 ปี แล้วผู้ร้องจึงขอให้ขายที่ดินที่ยึดมาเฉพาะส่วนของจำเลยนั้นเมื่อข้ออ้างการแบ่งทรัพย์ของผู้ร้องจะยกขึ้นใช้ยันโจทก์ไม่ได้แล้วต้องถือว่ากรรมสิทธิ์ของจำเลยผู้ถูกยึดทรัพย์ย่อมครอบไปเหนือที่ดินทั้งหมดและที่การที่ผู้ร้องร้องขอให้ขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยก็ตามก็มีผลเท่ากับขอให้ปล่อยทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ผู้ร้องจะต้องอ้างว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าของทรัพย์ที่ยึด ผู้ร้องจึงดำเนินคดีทางร้องขัดทรัพย์ไม่ได้โจทก์นำยึดที่ดินแปลงนี้ทั้งหมดได้แต่ผู้ร้องย่อมมีทางที่จะเรียกขอให้แบ่งส่วนของตนตามสิทธิของเจ้าของรวมได้ในทางบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ดังนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 981/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 706/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับของโจร: การเก็บของที่ตกหล่นโดยไม่มีเจตนาครอบครองมิใช่ความผิดฐานรับของโจร
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าไก่ของกลางของผู้เสียหายได้หายไป ต่อมาจับได้จากจำเลย จำเลยได้ไก่นี้มาโดยขณะที่กลับจากไร่ส่องไฟเห็นผู้ร้ายอุ้มไก่คนร้ายตกใจทิ้งไก่จำเลยเก็บไก่นั้นมาเลี้ยงไว้โดยเพื่อประโยชน์ของเจ้าของเอง ดังนี้จำเลยขาดเถยยจิตเป็นโจร ทั้งไม่ต้องด้วยความหมายของคำว่า "รับไว้ด้วยประการใด ๆ " ตาม ม.321 (2) ยังไม่เป็นผิด.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองทำประโยชน์ก่อน พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) และผลต่อการถูกขับไล่
การอ้างว่าได้มีการครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 ซึ่งเป็นเวลาก่อนใช้ พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 นั้น เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่จะต้องมีการนำพยานบุคคลเข้าสืบกันต่อไปทั้งนี้เพราะการครอบครองจะเริ่มมาแต่เมื่อใด สืบเนื่องกันมาอย่างไรยังจะต้องมีการนำสืบ หากการครอบครองมีมาก่อนบทกฎหมายที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ครอบครองจะถูกขับไล่ไม่ได้และไม่ชอบที่ศาลจะตัดพยานบุคคลเกี่ยวกับ.ประเด็นข้อครอบครองเพราะเหตุที่ผู้นำสืบไม่มีเอกสารสำคัญแสดงกรรมสิทธิในที่ดินพิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2327/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิประทานบัตรเหมืองแร่ vs. การครอบครองก่อนประทานบัตร: ผู้รับประทานบัตรไม่มีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองก่อน
ผู้ได้รับสประทานบัตรทำเหมืองแร่ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่ครอบครองประทานบัตรมาก่อนโดยสุจริต.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2132/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบของกลางคดียาเสพติด: การครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแม้ไม่ได้ระบุชื่อผู้ครอบครอง
ข้อเท็จจริงได้ความว่าฝิ่นจำนวน 77,700 กรัม เจ้าพนักงานค้นได้ในบริเวณที่เกิดเหตุ แม้โจทก์จะฟ้องหาว่าจำเลยมีฝิ่นอีกจำนวนหนึ่งไม่ใช่จำนวนที่ค้นได้นี้ และจำเลยรับสารภาพว่าฝิ่นที่ฟ้องหาว่าจำเลย+++เป็นของจำเลย และไม่ได้ให้การถึงฝิ่น 77,700 กรัม ที่ค้นได้ว่าเป็นของใคร ก็ฟังได้ว่าฝิ่นที่ค้นได้และไม่ได้ฟ้องว่าเป็นของจำเลย เป็นของมีไว้โดยผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่ฝิ่นของรัฐบาลและถูกจับในที่เกิดเหตุเนื่องจากจำเลยทำผิดกฎหมายฐานมีฝิ่นไม่ใช่ของรัฐบาลไว้ในครอบครอง แต่เมื่อโจทก์ขอริบฝิ่นจำนวนนี้มาด้วย ศาลก็มีอำนาจริบได้.
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2500)
of 214