พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิการเช่าและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินร่วม แม้มิได้ลงชื่อในสัญญา ก็ผูกพันได้ตามกฎหมาย
จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาขายสิ่งของในห้องพิพาท และตกลงโอนสิทธิการเช่าห้องพิพาทให้โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาโดยมิชอบด้วยกฎหมายรู้เห็นยินยอมด้วย แต่มิได้ลงชื่อในสัญญานั้น สัญญานั้นย่อมผูกพันสิ่งของส่วนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรค 2 โจทก์จึงบังคับให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบสิ่งของนั้นให้แก่โจทก์ได้
เมื่อคำขอท้ายฟ้องมีว่า "ถ้าการโอนการเช่าห้องพิพาทไม่สามารถกระทำได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์" มิได้เรียกร้องให้คืนเงินในกรณีที่จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของในห้องพิพาทให้โจทก์ด้วยแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เท่านั้นมีสิทธิในการเช่า จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ได้ โจทก์จะขอให้บังคับจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าเงินที่จำเลยที่ 1 ได้รับมาย่อมตกเป็นทรัพย์ของจำเลยทั้งสองร่วมกัน จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 คืนเงินให้โจทก์ด้วยมิได้ เพราะเท่ากับเป็นการขอให้บังคับแก่บุคคลภายนอก
เมื่อคำขอท้ายฟ้องมีว่า "ถ้าการโอนการเช่าห้องพิพาทไม่สามารถกระทำได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์" มิได้เรียกร้องให้คืนเงินในกรณีที่จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของในห้องพิพาทให้โจทก์ด้วยแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เท่านั้นมีสิทธิในการเช่า จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ได้ โจทก์จะขอให้บังคับจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าเงินที่จำเลยที่ 1 ได้รับมาย่อมตกเป็นทรัพย์ของจำเลยทั้งสองร่วมกัน จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 คืนเงินให้โจทก์ด้วยมิได้ เพราะเท่ากับเป็นการขอให้บังคับแก่บุคคลภายนอก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ต้นไม้บนที่ดินของผู้อื่น: ต้นไม้เป็นส่วนควบของที่ดิน เจ้าของที่ดินมีสิทธิในต้นไม้ แม้ผู้อื่นจะเป็นผู้ปลูก
ต้นพลูเป็นต้นไม้ยืนต้น จึงเป็นส่วนควบของที่ดิน
โจทก์เป็นผู้ปลูกต้นพลู แต่ต้นพลูได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่โจทก์ปลูกต้นพลูเสียแล้ว แม้จำเลยจะร่วมกันตัดต้นพลู ก็ย่อมไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์เป็นผู้ปลูกต้นพลู แต่ต้นพลูได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่โจทก์ปลูกต้นพลูเสียแล้ว แม้จำเลยจะร่วมกันตัดต้นพลู ก็ย่อมไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2508
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในต้นไม้ที่ปลูกในที่ดินของผู้อื่น ต้นไม้เป็นส่วนควบของที่ดิน เจ้าของที่ดินมีสิทธิ
ต้นพลูเป็นต้นไม้ยืนต้น จึงเป็นส่วนควบของที่ดิน
โจทก์เป็นผู้ปลูกต้นพลู แต่ต้นพลูได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่โจทก์ปลูกต้นพลูเสียแล้ว แม้จำเลยจะร่วมกันตัดต้นพลู ก็ย่อมไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์เป็นผู้ปลูกต้นพลู แต่ต้นพลูได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่โจทก์ปลูกต้นพลูเสียแล้ว แม้จำเลยจะร่วมกันตัดต้นพลู ก็ย่อมไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายทอดตลาดที่ดินโฉนดและที่งอกริมตลิ่งแยกเป็นสองแปลง ผู้ประมูลซื้อเฉพาะโฉนด ย่อมได้กรรมสิทธิ์เฉพาะโฉนดเท่านั้น
ที่ดินของลูกหนี้แปลงหนึ่ง เป็นที่ดินมีโฉนด ลูกหนี้ได้แยกที่งอกริมตลิ่งของที่ดินแปลงนี้ไปแจ้งการครอบครองตามแบบ ส.ค.1ไว้ ในการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจแยกขายที่ดินตามโฉนดกับที่งอกริมตลิ่งของที่ดินตามโฉนดนั้นเป็นคนละแปลงได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 123
ผู้ร้องทราบว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แยกขายที่ดินดังกล่าวออกเป็น 2 แปลงและได้ซื้อเฉพาะที่มีโฉนดไว้เพียงแปลงเดียวผู้ร้องจะอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ที่งอกริมตลิ่งซึ่งแยกขายเป็นอีกแปลงหนึ่งนั้นไม่ได้
ผู้ร้องทราบว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แยกขายที่ดินดังกล่าวออกเป็น 2 แปลงและได้ซื้อเฉพาะที่มีโฉนดไว้เพียงแปลงเดียวผู้ร้องจะอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ที่งอกริมตลิ่งซึ่งแยกขายเป็นอีกแปลงหนึ่งนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
วัดได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยครอบครองปรปักษ์ แม้เจ้าของเดิมยกให้แล้ว
วัดครอบครองปรปักษ์ในที่ดินมีโฉนดซึ่งเจ้าของยกให้ได้แม้ต่อมาผู้ให้ตาย วัดยังคงครอบครองต่อมาอีกจนครบกำหนด 10 ปีแล้ว วัดย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้น พฤติการณ์ดังกล่าว ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของวัดและหลักทางพระพุทธศาสนา
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิครอบครอง ไม่ได้ฟ้องเรียกมรดก จำเลยไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นมาอ้างได้
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิครอบครอง ไม่ได้ฟ้องเรียกมรดก จำเลยไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นมาอ้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ให้เช่าที่ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์: สัญญาเช่าที่ทำกับผู้จัดการดูแลทรัพย์สินของวัด
การเช่านั้น ผู้ให้เช่าหาจำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นไม่ เมื่อจำเลยยินยอมทำสัญญาเช่าที่พิพาทจากโจทก์ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่านั้น เมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยทำผิดสัญญาเช่าโจทก์ ผู้ให้เช่าก็ย่อมมีอำนาจที่จะฟ้องจำเลยผู้เช่าได้ในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลย จำเลยจะโด้แย้งอำนาจของผู้ให้เช่าที่ตนยินยอมทำสัญญาด้วยนั้นหาได้ไม่
ที่ธรณีสงฆ์วัดจันทรสโมสรได้มอบให้กรมการศาสนาโจทก์เป็นผู้จัดการดูแลหาผลประโยชน์ให้แก่วัดมานานแล้ว และกรมการศาสนาโจทก์ได้ให้จำเลยเช่าที่นั้นตลอดมา ดังนี้จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาเช่ากับกรมการศาสนาโจทก์โดยตรง จะเถียงสิทธิของกรมการศาสนาโจทก์ในเรื่องอำนาจฟ้องหาได้ไม่
ที่ธรณีสงฆ์วัดจันทรสโมสรได้มอบให้กรมการศาสนาโจทก์เป็นผู้จัดการดูแลหาผลประโยชน์ให้แก่วัดมานานแล้ว และกรมการศาสนาโจทก์ได้ให้จำเลยเช่าที่นั้นตลอดมา ดังนี้จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาเช่ากับกรมการศาสนาโจทก์โดยตรง จะเถียงสิทธิของกรมการศาสนาโจทก์ในเรื่องอำนาจฟ้องหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409-412/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ แม้ผู้โอนเสียชีวิตและผู้รับมรดกจดทะเบียนภายหลัง
เจ้าของที่ดินยกที่ดินมีโฉนดให้ผู้อื่นโดยมิได้จดทะเบียนผู้รับให้ได้ครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของกว่า 10 ปีแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ ต่อมาเจ้าของที่ดินตาย ผู้รับมรดกของเจ้าของที่ดินแม้จะได้จดทะเบียนโอนรับมรดกที่ดินแปลงนี้ถึงวันที่ผู้ครอบครองฟ้องยังไม่เกิน 10 ปี ก็ไม่มีสิทธิดีกว่าผู้ที่ได้ที่ดินโดยการครอบครอง เพราะผู้รับมรดกมิใช่เป็นผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาคดีลักทรัพย์/รับของโจร เมื่อพยานหลักฐานไม่ชัดเจน ศาลไม่สามารถชี้ขาดกรรมสิทธิ์ได้
อัยการโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษจำเลยและคืนของกลางให้ผู้เสียหาย ศาลล่างวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ถนัดว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย จึงพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง และไม่สั่งคืนของกลางให้ผู้เสียหาย แต่ให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ดังนี้ย่อมเป็นประโยชน์ดีแก่ผู้เสียหายอยู่แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษายกฟ้องคดีลักทรัพย์/รับของโจร เมื่อพยานหลักฐานไม่เพียงพอ และกรรมสิทธิ์ในของกลางยังพิพาทกัน
อัยการโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจรขอให้ลงโทษจำเลยและคืนของกลางให้ผู้เสียหาย ศาลล่างวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ถนัดว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย จึงพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง และไม่สั่งคืนของกลางให้ผู้เสียหาย แต่ให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ดังนี้ ย่อมเป็นประโยชน์ดีแก่ผู้เสียหายอยู่แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จากการเช่าซื้อ: สิทธิของผู้เช่าซื้อเมื่อซื้อจากพ่อค้าสุจริตและชำระเงินครบถ้วน
ผู้เช่าซื้อทรัพย์สินจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้นโดยสุจริต และได้ชำระเงินครบถ้วนตามสัญญาเช่าซื้อแล้ว ทรัพย์สินนั้นย่อมตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าในทำนองเดียวกันกับผู้ให้เช่าได้ขายทรัพย์นั้นให้แก่ผู้เช่า จึงถือได้ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น และไม่จำต้องคืนให้แก่เจ้าของแท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา