พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2834/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การออกเช็คเพื่อกู้ยืมเงิน ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค หากไม่มีหนี้เดิม
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยขอกู้ยืมเงินผู้เสียหาย โดยจำเลยออกเช็คตามฟ้องทั้ง 2 ฉบับให้ผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายจึงเอาเงินเท่ากับจำนวนเงินตามเช็คทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวมอบให้จำเลย แสดงให้เห็นว่า ก่อนจำเลยออกเช็คพิพาททั้ง 2 ฉบับให้ผู้เสียหายนั้นจำเลยกับผู้เสียหายมิได้มีหนี้ต่อกัน การออกเช็คของจำเลยจึงมิใช่เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงให้ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง จำเลยจึงพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2787/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานขายและมีไว้เพื่อขายวัตถุออกฤทธิ์: ถือเป็นกรรมเดียวตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์
จำเลยถูกฟ้องว่าขายแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อปรากฏว่าจำนวนแอมเฟตามีนที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขายให้แก่ผู้มีชื่อเป็นส่วนหนึ่งของแอมเฟตามีนที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีไว้ในครอบครอง ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าแอมเฟตามีนทั้งหมดนั้นจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อขาย ซึ่งตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4 วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ขาย"ว่า หมายรวมถึงมีไว้เพื่อขาย ฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายตามพ.ร.บ. นี้ จึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว คือการขาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2768/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับของโจร: การกระทำโดยสุจริตเพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้ ไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร
จำเลยถูกฟ้องว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรรถเข็นและไม้แปรรูป โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดงได้ว่า รถเข็นและไม้ของผู้เสียหายถูกลักไปอย่างไร ผู้เสียหายเบิกความว่าพบคนแต่งเครื่องแบบคล้ายทหาร กลัวจะจับผู้เสียหายในข้อหามีไม้ผิดกฎหมาย จึงทิ้งรถเข็นและไม้ไว้ จำเลยนำสืบว่าทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ได้สั่งให้อาสาสมัครผู้ใต้บังคับบัญชานำไม้ผิดกฎหมายที่ตรวจพบไปเก็บรักษาไว้ ดังนี้การกระทำของจำเลยและอาสาสมัครเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์รถเข็นและไม้ไม่ใช่ทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยรับทรัพย์สินดังกล่าวไว้ จึงไม่ผิดฐานรับของโจร.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2690/2535 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิเพื่อหลีกเลี่ยงชำระหนี้ตามคำพิพากษา: ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 350
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งซึ่งได้ใช้สิทธิทางศาลโดยชอบแล้วได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ได้โอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ของจำเลยให้แก่ผู้มีชื่อ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษา เป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์มีความหมายชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยได้รู้อยู่แล้วว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิทางศาลแล้ว ซึ่งครบองค์ประกอบแห่งความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 350 เป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาไปตามรูปคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 240(3) ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2690/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงหนี้ เจ้าหนี้ฟ้องอาญาได้ หากฟ้องชัดเจนครบองค์ความผิด
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งได้ใช้สิทธิทางศาลโดยชอบแล้วได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ได้โอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ของจำเลยให้แก่ผู้มีชื่อทำให้โจทก์เสียหาย ไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่า โจทก์ได้ใช้สิทธิทางศาลแล้วซึ่งครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 และเป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)โจทก์ไม่จำต้องบรรยายข้อความที่มีความหมายอย่างเดียวกันซ้ำในฟ้องอีก โจทก์อุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นแล้วพิพากษาไปตามรูปคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(3)ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2644/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การออกเช็คเพื่อแลกเงินสด ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค หากไม่มีหนี้สินจริง
คำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่ว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อแลกเงินสดเป็นพยานเอกสารที่ใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาได้ เมื่อจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อแลกเงินสดไปจากโจทก์ จึงมิใช่เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงไม่เป็นความผิด ตามพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติภายหลังจากจำเลยออกเช็คพิพาท จำเลยจึงพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2626/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและการไม่มีความผิดทางอาญา
จำเลยที่ 2 เพียงผู้เดียวมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทโดยจำเลยทื่ 1มิได้มีกรรมสิทธิ์ร่วมด้วยแต่อย่างใด ดังนั้นแม้จำเลยที่ 2 โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทให้จำเลยที่ 3 จำเลยทั้งสามย่อมไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงฐานความผิดจากร่วมกันฆ่าเป็นสนับสนุนการฆ่าตามข้อเท็จจริงที่แตกต่างในคำฟ้อง
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้ร่วมกระทำผิด ด้วย กันแต่ทางพิจารณาได้ความว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็น การใช้ให้ผู้อื่นฆ่าผู้ตาย ดังนี้ จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกัน ฆ่าผู้ตายไม่ได้เพราะข้อเท็จจริงแตกต่างกันในส่วนสาระสำคัญตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192วรรคสอง แต่การที่จำเลยที่ 1 ร้องสั่งให้จำเลย ที่ 2 ทำร้ายผู้ตายนั้นเป็นการยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิด เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 86 ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น และความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิด
ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 2 ฆ่าผู้ตาย แต่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยที่ 1ที่ 2 เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน เป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสอง ลงโทษทั้งสองฐานนี้ไม่ได้ แต่การที่จำเลยที่ 1 ร้องสั่งให้จำเลยที่ 2 ทำร้ายผู้ตายเป็นการยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิด เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ด้วย ศาลจึงมีอำนาจลงโทษฐานผู้สนับสนุนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2535 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามลักทรัพย์จากใบเบิกสินค้าเท็จ แม้ยังไม่ได้ครอบครองทรัพย์สิน
จำเลยเป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย มีหน้าที่ทำใบเบิกสินค้าจำเลยได้เขียนใบเบิกสินค้าตามใบสั่งซื้อจำนวน 5 รายการ และเบิกสินค้าโดยไม่มีใบสั่งซื้อจำนวน 2 รายการ คือ จานเปล 48 ใบและโถ สำหรับใส่อาหาร 12 ใบ แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เข้ายึดถือครอบครองเอาจานเปลและโถดังกล่าวไป เนื่องจากมีผู้มาพบสินค้าดังกล่าวเสียก่อน แสดงว่าสินค้ายังคงอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแต่การที่จำเลยเขียนใบเบิกสินค้าอันเป็นเท็จจำนวน2 รายการ ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิดฐานลักทรัพย์แล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด จึงเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ของผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้าง.