พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,140 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ไม้สักที่ตัดก่อน พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 ไม่เป็นไม้หวงห้าม ผู้ครอบครองไม่ต้องขออนุญาต
ไม้สักที่ขึ้นอยู่ในที่ดินของเอกชน ได้ถูกตัดและขายกันต่อมาตลอดจนการแปรรูปไม้ได้กระทำก่อนแต่วันใช้พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) 2494 ดังนี้ไม้สักดังกล่าวนั้น ย่อมไม่ใช่ไม้หวงห้าม ผู้ใดจะมีไว้ในครอบครองจึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องขออนุญาต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้สิทธิในที่ดินจากการครอบครองโดยการรับให้ แม้การให้ไม่สมบูรณ์ และผลของการทำพินัยกรรมหลังการครอบครอง
ที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญเจ้าของยกให้โดยไม่ได้ทำให้ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย ผู้รับการให้ได้เข้าครอบครองมากว่าหนึ่งปีแล้วย่อมได้สิทธิตาม ม.1367 ฉะนั้นเจ้าของเดิมทำพินัยกรรม์ยกที่ดินนั้นให้ผู้อื่นในภายหลังจึงไม่มีผล
โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แล้วนำสืบว่าโจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยผู้อื่นยกให้เช่นนี้ เป็นการสืบถึงเหตุที่ได้ที่พิพาทมา ไม่เป็นการสืบนอกฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แล้วนำสืบว่าโจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยผู้อื่นยกให้เช่นนี้ เป็นการสืบถึงเหตุที่ได้ที่พิพาทมา ไม่เป็นการสืบนอกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์เจตนาจำหน่ายธนบัตรปลอม: พฤติการณ์ประกอบสำคัญกว่าการมีเพียงการครอบครอง
ในคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่ที่จะนำสืบพิศูจน์ความผิดของจำเลย แต่ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 203(3) นั้น แยกเป็นสองฐาน คือฐานจำหน่ายธนบัตรปลอมโดยรู้และฐานมีไว้เพื่อจำหน่าย ความผิดฐานแรกโจทก์ต้องนำสืบถึงการจำหน่ายด้วย ความผิดฐานหลังนำสืบแต่เพียงว่ามีไว้เพื่อจะจำหน่ายก็เป็นความผิดได้แล้ว
การจะวินิจฉัยว่ามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจะจำหน่ายหรือเพื่ออย่างใดนั้นต้องประมวลพฤติการณ์ทั้งหลายที่ปรากฎในสำนวนประกอบแล้ววินิจฉัยเป็นเรื่อง ๆ ไป พฤติการณ์ที่จำเลยแสดงตนเป็นพระภิกษุแต่ใบสุทธิเป็นที่สงสัย ทำตนเป็นคนหากินทางขายเครื่องรางในวัด เจ้าอาวาสในวัดห้ามไม่ฟัง มีธนบัตรปลอมชนิดฉบับละ 100 บาท 7 ฉบับในตัว ห่อไว้ต่างหากแยกจากห่อธนบัตรดี ดังนี้เป็นการเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่าย
การจะวินิจฉัยว่ามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจะจำหน่ายหรือเพื่ออย่างใดนั้นต้องประมวลพฤติการณ์ทั้งหลายที่ปรากฎในสำนวนประกอบแล้ววินิจฉัยเป็นเรื่อง ๆ ไป พฤติการณ์ที่จำเลยแสดงตนเป็นพระภิกษุแต่ใบสุทธิเป็นที่สงสัย ทำตนเป็นคนหากินทางขายเครื่องรางในวัด เจ้าอาวาสในวัดห้ามไม่ฟัง มีธนบัตรปลอมชนิดฉบับละ 100 บาท 7 ฉบับในตัว ห่อไว้ต่างหากแยกจากห่อธนบัตรดี ดังนี้เป็นการเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองไม้สักแปรรูปเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ แม้ไม้สักจะเป็นไม้หวงห้ามโดยปริยาย
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน .02 ม.ลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ม.48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบและในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) 2494 ม.4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองไม้สักเกิน 0.20 ลบ.ม. โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และไม้ต้องถูกริบ
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบ และในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)2494 มาตรา 4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโต้แย้งสิทธิครอบครองโดยการขอรับมรดก ถือเป็นการฟ้องร้องได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขายที่ดินมีโฉนดแต่มีชื่อบุตรจำเลยเป็นเจ้าของให้แก่โจทก์ด้วยปากเปล่า โจทก์ได้ครอบครองเป็นเจ้าของมา 16 ปี บุตรจำเลยคนหนึ่งถึงแก่ความตาย จำเลยจึงไปประกาศขอรับมรดก แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของบุตรจำเลยก็ตาม ก็ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1528-1529/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่มีนิติสัมพันธ์และสิทธิในการครอบครองห้องเช่า ทำให้การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายไม่สำเร็จ
ฟ้องกล่าวว่าเมื่อโจทก์ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทจากเจ้าของ จำเลยได้ครอบครองชั้นล่างของห้องพิพาทอยู่แล้ว โดยเช่าช่วงจากผู้เช่าเดิม ดังนี้จำเลยหาได้เข้าครอบครองโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ไม่ โจทก์จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน โจทก์จะฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้
โจทก์ตั้งประเด็นในฟ้องว่าจำเลยได้เช่าช่วงห้องพิพาทจากผู้เช่าเดิมมิได้เช่าจากโจทก์ แม้จำเลยจะให้การว่าได้เช่าจากโจทก์ก็ดี ศาลจะถือตามคำให้การจำเลยไม่ได้ เพราะขัดต่อคำให้การจำเลยไม่ได้ เพราะขัดต่อ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 142
โจทก์ตั้งประเด็นในฟ้องว่าจำเลยได้เช่าช่วงห้องพิพาทจากผู้เช่าเดิมมิได้เช่าจากโจทก์ แม้จำเลยจะให้การว่าได้เช่าจากโจทก์ก็ดี ศาลจะถือตามคำให้การจำเลยไม่ได้ เพราะขัดต่อคำให้การจำเลยไม่ได้ เพราะขัดต่อ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 142
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของเจ้าของรถเมื่อลูกจ้างขับรถโดยมิได้รับอนุญาต และหลักการครอบครองรถเพื่อรับผิดตามกฎหมาย
การที่พลตำรวจเอารถของกรมตำรวจขับไปโดยพละการมิได้ขออนุญาตจากผู้ครอบครองรักษารถไปชนรถโจทก์เสียหาย เมื่อโจทก์ไม่มีพะยานแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยที่ 2 ขับรถไปชนรถโจทก์นั้นได้กระทำไปในทางที่จ้างตาม ป.พ.พ.มาตรา 425 กรมตำรวจก็ไม่ต้องรับผิด , และตามพฤติการณ์เช่นว่านี้ พลตำรวจเป็นผู้ครอบครองรถในขณะเกิดเหตุ กรมตำรวจมิได้ครอบครองอันจำต้องรับผิดตาม ป.พ.พ.มาตรา 437
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ในที่ดินร่วม: สิทธิกรรมสิทธิ์ตามส่วนที่ครอบครอง
เจ้าของร่วมในโฉนดที่ดินซึ่งต่างได้แยกกันครอบครองเพื่อตนโดยสุจริตด้วยความสงบและเปิดเผยเป็นเวลาเกิน 10 ปี ต่างย่อมได้กรรมสิทธิตามส่วนที่ได้ปกครองมา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1336/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทายาทละทิ้งสิทธิรับมรดกและครอบครองล่าช้า หมดสิทธิในทรัพย์มรดก
ทายาทซึ่งไม่ได้ครอบครองมรดก และมิได้เรียกร้องเอาส่วนมรดกภายใน 1 ปี เพิ่งจะเข้ามาอาศัยอยู่ในที่ดินมรดกต่อภายหลังย่อมหมดสิทธิที่จะรับส่วนมรดกและอาจถูกทายาทผู้ครอบครองมรดกฟ้องขับไล่ได้