พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,589 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการระบุพยานตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ส่งผลให้ศาลไม่รับฟังพยานหลักฐาน
โจทก์ขอเลื่อนคดีครั้งแรกโดยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ ต่อมาในวันนัดสืบพยานครั้งที่สอง ตัวโจทก์มาศาลแต่พยานโจทก์ไม่มาศาล โจทก์จะขอสืบตัวโจทก์ แต่ปรากฏว่าโจทก์ยังมิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน โดยไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมิได้ยื่นคำร้องต่อศาลแสดงเหตุอันสมควรที่ไม่ได้ขอระบุพยานภายในเวลา ที่กฎหมายกำหนด พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการจงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 มีผลห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ทั้งไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานตามมาตรา 87 (2) ได้ เหตุนี้จึงถือได้ว่าข้ออ้างของโจทก์ตามฟ้องรับฟังไม่ได้ ชอบที่ศาลจะมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องของโจทก์เสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเรื่องการระบุพยาน ส่งผลให้ศาลไม่รับฟังพยานหลักฐานและยกฟ้อง
โจทก์ขอเลื่อนคดีครั้งแรกโดยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ต่อมาในวันนัดสืบพยานครั้งที่สอง ตัวโจทก์มาศาลแต่พยานโจทก์ไม่มาศาล โจทก์จะขอสืบตัวโจทก์ แต่ปรากฏว่าโจทก์ยังมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานอีกโดยไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมิได้ยื่นคำร้องต่อศาลแสดงเหตุอันสมควรที่ไม่ได้ขอระบุพยานภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการจงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 มีผลห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ทั้งไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานตามมาตรา 87(2) ได้เหตุนี้จึงถือได้ว่าข้ออ้างของโจทก์ตามฟ้องรับฟังไม่ได้ ชอบที่ศาลจะมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องของโจทก์เสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการปิดอากรแสตมป์ไม่ครบ ใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ แต่จำเลยบรรยายฟ้องยอมรับแล้ว ศาลไม่ยกฟ้อง
ปัญหาว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการปิดอากรแสตมป์ไม่ครบ จึงใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ถึงแม้จำเลยมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นก็ยังยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาได้
โจทก์บรรยายฟ้องเป็นใจความว่า อนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งชี้ขาดแล้วดังสำเนาคำชี้ขาดพร้อมด้วยคำแปลท้ายฟ้อง จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าคำชี้ขาดนี้ขัดต่อกฎหมายไทย เป็นการยอมรับแล้ว่ามีคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังสำเนาที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องจริง ไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบแสดงว่ามีคำชี้ขาดดังกล่าวอีก ดังนั้น จึงจะฟังว่าต้นฉบับปิดอากรแสตมป์ไม่ครบก็ไม่เป็นเหตุที่จะยกฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องเป็นใจความว่า อนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งชี้ขาดแล้วดังสำเนาคำชี้ขาดพร้อมด้วยคำแปลท้ายฟ้อง จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าคำชี้ขาดนี้ขัดต่อกฎหมายไทย เป็นการยอมรับแล้ว่ามีคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังสำเนาที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องจริง ไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบแสดงว่ามีคำชี้ขาดดังกล่าวอีก ดังนั้น จึงจะฟังว่าต้นฉบับปิดอากรแสตมป์ไม่ครบก็ไม่เป็นเหตุที่จะยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการใช้เป็นพยานได้แม้ปิดอากรแสตมป์ไม่ครบ หากจำเลยยอมรับมีจริง
ปัญหาว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการปิดอากรแสตมป์ไม่ครบ จึงใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ถึงแม้จำเลยมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นก็ยังยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาได้
โจทก์บรรยายฟ้องเป็นใจความว่า อนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งชี้ขาดแล้วดังสำเนาคำชี้ขาดพร้อมด้วยคำแปลท้ายฟ้อง จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าคำชี้ขาดนี้ขัดต่อกฎหมายไทย เป็นการยอมรับแล้วว่ามีคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังสำเนาที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องจริง ไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบแสดงว่ามีคำชี้ขาดดังกล่าวอีก ดังนั้นถึงจะฟังว่าต้นฉบับปิดอากรแสตมป์ไม่ครบก็ไม่เป็นเหตุที่จะยกฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องเป็นใจความว่า อนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งชี้ขาดแล้วดังสำเนาคำชี้ขาดพร้อมด้วยคำแปลท้ายฟ้อง จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าคำชี้ขาดนี้ขัดต่อกฎหมายไทย เป็นการยอมรับแล้วว่ามีคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังสำเนาที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องจริง ไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบแสดงว่ามีคำชี้ขาดดังกล่าวอีก ดังนั้นถึงจะฟังว่าต้นฉบับปิดอากรแสตมป์ไม่ครบก็ไม่เป็นเหตุที่จะยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความประมาทในคดีรถชน: ข้อสันนิษฐานตามประกาศคปต. และพยานหลักฐาน
ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 มาตรา 30 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 เป็นแต่สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคนขับรถที่หลบหนีเป็นผู้กระทำผิด ไม่ใช่สันนิษฐานเด็ดขาด มีผลผูกมัดเฉพาะผู้กระทำผิดซึ่งเข้ามาเป็นคู่ความเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองเอกสารโดยบุคคลภายนอก และการรับฟังพยานหลักฐานการชำระหนี้
เอกสารอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกนั้นหมายถึงอยู่ในความครอบครองของบุคคลซึ่งมิใช่คู่ความในคดี แม้บุคคลนั้นจะเป็นหลานและอยู่ในครอบครัวเดียวกับจำเลย ก็จะถือว่าเอกสารนั้นอยู่ในความครอบครองของจำเลยไม่ได้ จำเลยจึงไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารนั้นให้แก่โจทก์ก่อนวันนัดสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 (2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงโทษฐานปล้นทรัพย์จากมีอาวุธเป็นไม่มีอาวุธ และการลดโทษตามพยานหลักฐาน
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะ และโดยจำเลยที่ 2 มีอาวุธติดตัวไปด้วย พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี จำคุกจำเลยคนละ 18 ปี คดีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุกคนละ 9 ปี โจทก์ฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งไม่ชอบ จำเลยทั้งสองไม่ฎีกา เมื่อศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าในการปล้นทรัพย์นี้จำเลยที่ 2 กับพวกมิได้มีอาวุธแต่อย่างใด แม้ปัญหาข้อนี้จำเลยจะมิได้ฎีกาขึ้นมาก็ตาม แต่ก็เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าวจำเลยที่ 2 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ทั้งเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีศาลฎีกาพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนังสือมอบอำนาจไม่ติดอากรแสตมป์เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
หนังสือมอบอำนาจที่โจทก์มอบอำนาจให้บุคคลอื่นฟ้องคดีแทนโจทก์ เมื่อไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามนัยประมวลรัษฎากร มาตรา 104 ที่บัญญัติให้ปิดอากรแสตมป์ในตราสารตามบัญชีอากรแสตมป์ ข้อ 7 (ก) ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หนังสือมอบอำนาจเป็นตราสารอย่างหนึ่ง เมื่อจำเลยต่อสู้เรื่องการมอบอำนาจ มาตรา 118 หนังสือมอบอำนาจเป็นตราสารอย่างหนึ่ง เมื่อจำเลยต่อสู้เรื่องการมอบอำนาจและเมื่อรับฟังเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานมิได้แล้ว ก็ต้องถือว่าบุคคลนั้นไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนังสือมอบอำนาจไม่ติดอากรแสตมป์ ถือเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ทำให้ขาดอำนาจฟ้อง
หนังสือมอบอำนาจที่โจทก์มอบอำนาจให้บุคคลอื่นฟ้องคดีแทนโจทก์ เมื่อไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามนัยประมวลรัษฎากร มาตรา 104 ที่บัญญัติให้ปิดอากรแสตมป์ในตราสารตามบัญชีอากรแสตมป์ ข้อ 7(ก) ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หนังสือมอบอำนาจเป็นตราสารอย่างหนึ่งเมื่อจำเลยต่อสู้เรื่องการมอบอำนาจและเมื่อรับฟังเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานมิได้แล้ว ก็ต้องถือว่าบุคคลนั้นไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานประกอบเหตุผลแห่งรูปคดีและการกระทำหลังเกิดเหตุเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าจำเลยมีความผิด
หลังเกิดเหตุจำเลยหายไปจากบ้านจนตำรวจต้องสืบสวนติดตามตัวอยู่หลายวันจึงจับตัวได้ เป็นการส่อพิรุธศาลฟังประกอบการวินิจฉัยลงโทษจำเลยได้