พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,140 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินมือเปล่าจากการยกให้และครอบครองต่อเนื่อง แม้ไม่เป็นไปตามแบบ
ที่สวนมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญนั้น เมื่อทางพิจรณาไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่าที่สวนรายนี้เจ้าของได้มิสิทธิในที่ดินตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จที่ 42 มาแล้ว ก็ต้องถือว่าเจ้าของมีสิทธิครอบครองมือเปล่าตามธรรมดาเช่นเดียวกับที่นาเท่านั้น (อ้างฎีกาที่ 482/2494)
ยกสวนที่สวนมือเปล่าให้แก่กัน แม้จะทำไม่ถูกแบบตามกฎหมายก็ตาม ก็ยังถือได้ว่าผู้ให้ได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เป็นของผู้รีบ เมื่อผู้รับได้เข้าครอบครองที่สวนนั้นตามที่ผู้ให้มีเจตนาสละให้ผู้รับจึงได้สิทธิครอบครองที่สวนนั้น
ยกสวนที่สวนมือเปล่าให้แก่กัน แม้จะทำไม่ถูกแบบตามกฎหมายก็ตาม ก็ยังถือได้ว่าผู้ให้ได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เป็นของผู้รีบ เมื่อผู้รับได้เข้าครอบครองที่สวนนั้นตามที่ผู้ให้มีเจตนาสละให้ผู้รับจึงได้สิทธิครอบครองที่สวนนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำนองและการครอบครองที่ดิน ผู้จำนองต้องพิสูจน์การมอบที่ดินเพื่อหักล้างการครอบครองของผู้รับจำนอง
ทำกรมธรรม์จำนองที่ดินมือเปล่า มีข้อสัญญาว่าจะไถ่ภายใน 3 ปี ผู้รับจำนองยึดถอทีดินที่จำนองมานาน 6 ปี ผู้จำนองจึงมาฟ้องขอไถ่ โดยอ้างว่าที่ดินอยู่ในความครอบครองของผู้รับจำนองเพราะภายหลังการจำนอง ตนไม่สามารถส่งดอกเบี้ยได้ จึงมอบที่ดินที่จำนองให้ทำต่างดอกเบี้ย ฝ่ายผู้รับจำนองต่อสู้ว่า ผูจำนองได้ตกลงในภายหลังมอบที่ที่จำนองเป็นสิทธิแก่ตนแทนต้นเงินจำนองและดอกเบี้ย กับขอเพิ่มเงินอีกจำนวนหนึ่งและตนได้ครอบครองที่นั้น ตั้งแต่นั้นตลอดมา ดังนี้ เป็นหน้าที่ผู้จำนอง โจทก์ต้องสืบให้ได้ความจริงก่อนว่าผู้รับจำนองยึดถือครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองซึ่งกฎหมายรับสันนิษฐานไว้เสีย
ถ้าโจทก์ไม่นำสืบต้องหักล้างก็ไม่มีทางชนะคดีได้ (อ้างฎีกาที่ 420/2442)
ถ้าโจทก์ไม่นำสืบต้องหักล้างก็ไม่มีทางชนะคดีได้ (อ้างฎีกาที่ 420/2442)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าและการโอนสิทธิโดยปราศจากแบบตามกฎหมาย
ที่สวนมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญนั้น เมื่อทางพิจารณาไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่าที่สวนรายนี้เจ้าของได้มีพิทธิในที่ดินตาม กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 มาแล้ว ก็ต้องถือว่าเจ้าของมีสิทธิครอบครองมือเปล่าตามธรรมดาเช่นเดียวกับที่นาเท่านั้น (อ้างฎีกาที่ 882/2494)
ยกที่สวนมือเปล่าให้แก่กัน แม้จะทำไม่ถูกแบบตามกฎหมายก็ตามก็ยังถือได้ว่าผู้ให้ได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เป็นของผู้รับ เมื่อผู้รับได้เข้าครอบครองที่สวนนั้นตามที่ผู้ให้มีเจตนาสละให้ ผู้รับจึงได้สิทธิครอบครองที่สวนนั้น
ยกที่สวนมือเปล่าให้แก่กัน แม้จะทำไม่ถูกแบบตามกฎหมายก็ตามก็ยังถือได้ว่าผู้ให้ได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เป็นของผู้รับ เมื่อผู้รับได้เข้าครอบครองที่สวนนั้นตามที่ผู้ให้มีเจตนาสละให้ ผู้รับจึงได้สิทธิครอบครองที่สวนนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355-362/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดิน vs. สิทธิบุคคลภายนอกที่ได้มาโดยสุจริตและจดทะเบียน
ผู้ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมาโดยการครอบครอง ยังมิได้จดทะเบียนจะยกสิทธินี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับบุคคลภายนอกซึ่งได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต ทั้งได้จดทะเบียนสิทธิ์แล้ว หาได้ไม่
ขอประกาศรับมรดกที่ดินของผู้อื่น เมื่อได้มาแล้วก็ยกให้อีกคนหนึ่งคนที่ได้รับการยกให้ ได้เอาที่ดินนั้นไปจำนองไว้แก่บุคคลภายนอกถ้าการจำนองนี้กระทำกันโดยสุจริต เจ้าของที่ดินก็ขอให้เพิกถอนการจำนองไม่ได้คงเพิกถอนได้เฉพาะการรับมรดกและการโอนให้ เท่านั้น
ขอประกาศรับมรดกที่ดินของผู้อื่น เมื่อได้มาแล้วก็ยกให้อีกคนหนึ่งคนที่ได้รับการยกให้ ได้เอาที่ดินนั้นไปจำนองไว้แก่บุคคลภายนอกถ้าการจำนองนี้กระทำกันโดยสุจริต เจ้าของที่ดินก็ขอให้เพิกถอนการจำนองไม่ได้คงเพิกถอนได้เฉพาะการรับมรดกและการโอนให้ เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูป จำเลยต้องพิสูจน์ที่มาโดยชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยมีไม้เต็งรัง ไม้เหียง ไม้พลวง ไม้มะค่าแต้ และไม้แดง อันเป็นไม้แระเภทหวงห้าม ไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับ รวม 97896 ท่อน เป็นไม้ติดเปลือกยาว 120 เซ็นติเมตรถึง 300 เซ็นติเมตร โต-วัดโดยรอบประมาณ 20 - 30 เซ็นติเมตร ดังนี้ เป็นแต่ไม้ที่ตัดออกเป็นท่อนยังไม่ถึงขนาดเป็นไม้แปรรูป จึงเป็นหน้าที่จำเลยที่แสดงให้เห็นว่า ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายตามความหมายใน พ.ร.บ.ป่าไม้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อที่ดินโดยรู้อยู่ว่ามีผู้ครอบครองยึดถืออยู่ ไม่ถือเป็นการซื้อโดยสุจริต
ซื้อที่ดินมีโฉนดมา 1 แปลงแต่ปรากฎว่า เมื่อผู้ซื้อไปดูที่ดินที่จะซื้อ ก็เห็นว่าจำเลยอยู่ในที่รายนี้โดยมีบ้านเรือนปลูกอยู่ มีกอไผ่ล้อมรั้วอยู่ในที่ดินส่วนหนึ่งก่อนแล้ว ผู้ซื้อก็มิได้ซักถามจำเลยหรือแม้แต่ตัวผู้ขายว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทได้ด้วยเหตุใด การที่ผู้ซื้อ ซึ้อไว้ทั้ง ๆที่รู้อยู่ว่าจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองที่รายพิพาทแยู่เช่นนี้ เท่ากับเป็นการซื้อโดยสุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อที่ดินโดยรู้อยู่ว่ามีผู้อื่นครอบครอง ย่อมไม่เป็นการซื้อโดยสุจริต
ซื้อที่ดินมีโฉนดมา 1 แปลงแต่ปรากฏว่า เมื่อผู้ซื้อไปดูที่ดินที่จะซื้อก็เห็นจำเลยอยู่ในที่รายนี้โดยมีบ้านเรือนปลูกอยู่ มีกอไผ่ล้อมรั้วอยู่ในที่ดินส่วนหนึ่งก่อนแล้วผู้ซื้อก็มิได้ซักถามจำเลยหรือแม้แต่ตัวผู้ขายว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทได้ด้วยเหตุใด การที่ผู้ซื้อซื้อไว้ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองที่รายพิพาทอยู่เช่นนี้ เท่ากับเป็นการซื้อคดีมาฟ้องร้อง เรียกไม่ได้ว่า ซื้อโดยสุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำนำทรัพย์สิน: การครอบครองทรัพย์สินเป็นสำคัญในการบังคับสิทธิ
ผู้รับจำนำยื่นคำร้องต่อศาลว่าทรัพย์ทีโจทก์ขอให้ศาลยึด - นั้นเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้จำนำต่อผุ้ร้องไว้ ผู้ร้องมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์นั้น ขอให้เอาที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์นั้น ชำระหนี้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหน้าที่อื่น รวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ดังนี้ คดีปรับเข้า ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 150 คือคำขอคำนวณเป็นราคาเงินได้ ผู้ร้องต้องเสียค่าขึ้นศาลตามอัตราของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง
จำเลยทำตั๋วสัญญาใช้เงินให้ธนาคารผู้ร้อง 500,000บาท ได้ทำสัญญามอบไม้สักและไม้ซุงซึ่งอยู่ ณ โรงเลื่อยจำเลยให้ผู้ร้องเป็นประกัน ผู้ร้องได้เอาตราธนาคารดีประทับบนไม้ และทำหนังสือให้คนดูแลโรงเลื่อยจำเลยเป็นผู้ดูแลรักษา แต่จำเลยมีสิทธิ์ที่จะนำไม้เหล่านี้ไปเลื่อยและขายได้ โดยขออนุญาตผู้ร้อง แต่ต้องหามาทดแทน ดังนี้ ยังไม่พอที่จะให้ถือว่าทรัพย์อยู่ในความครอบครองของผู้รับจำนำหรือบุคคลภายนอกผู้ใดตาม ก.ม. เพราะผู้จำนำจะนำไม้ที่จำนำไปเลื่อยหรือขายก็ได้ฉะนั้นธนาคารผู้รองจะอ้างบุริมสิทธิว่าเป็นการจำนำถูกต้องตาม ก.ม. มิได้
จำเลยทำตั๋วสัญญาใช้เงินให้ธนาคารผู้ร้อง 500,000บาท ได้ทำสัญญามอบไม้สักและไม้ซุงซึ่งอยู่ ณ โรงเลื่อยจำเลยให้ผู้ร้องเป็นประกัน ผู้ร้องได้เอาตราธนาคารดีประทับบนไม้ และทำหนังสือให้คนดูแลโรงเลื่อยจำเลยเป็นผู้ดูแลรักษา แต่จำเลยมีสิทธิ์ที่จะนำไม้เหล่านี้ไปเลื่อยและขายได้ โดยขออนุญาตผู้ร้อง แต่ต้องหามาทดแทน ดังนี้ ยังไม่พอที่จะให้ถือว่าทรัพย์อยู่ในความครอบครองของผู้รับจำนำหรือบุคคลภายนอกผู้ใดตาม ก.ม. เพราะผู้จำนำจะนำไม้ที่จำนำไปเลื่อยหรือขายก็ได้ฉะนั้นธนาคารผู้รองจะอ้างบุริมสิทธิว่าเป็นการจำนำถูกต้องตาม ก.ม. มิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองอาวุธปืนชั่วคราวเพื่อส่งมอบคืนเจ้าของ ไม่ถือเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ใช้ให้คนไปหยิบอาวุธปืนและกระสุนปืนมาจากบ้านให้นำมาส่งให้แก่ตน ณ ที่แห่งหนึ่งอันอยู่ห่างกันประมาณ 10 เส้น เพื่อมอบคืนให้แก่เจ้าของผู้มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าคนที่หยิบอาวุธปืนและกระสุนได้มีอาวุธปืนและกระสุนปืนนั้นไว้ในครอบครอง จึงยังไม่เป็นผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯลฯ และผู้ใช้ให้ไปหยิบ ก็ไม่มีความผิดด้วย
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียว ส่วนจำเลยที่ 1 พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ด้วย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 อีกแม้จำเลยที่ 2 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปคดี จำเลยที่ 2 ยังไม่มีความผิด ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่ 2 ได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียว ส่วนจำเลยที่ 1 พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ด้วย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 อีกแม้จำเลยที่ 2 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปคดี จำเลยที่ 2 ยังไม่มีความผิด ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่ 2 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต: การส่งมอบคืนไม่ใช่การครอบครอง
ใช้ให้คนไปหยิบอาวุธปืนและกระสุนปืนมาจากบ้านให้นำมาส่งให้แก่ตน ณ ที่แห่งหนึ่งอันอยู่ห่างกันประมาณ 10 เส้น เพื่อมอบคืนให้แก่เจ้าของผู้มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าคนที่ไปหยิบอาวุธปืนและกระสุนได้มีอาวุธปืนและกระสุนปืนนั้นไว้ในความครอบครอง จึงยังไม่เป็นผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯลฯ และผู้ใช้ให้ไปหยิบก็ไม่มีความผิดด้วย
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียว ส่วนจำเลยที่1 พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ด้วยแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 อีก แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาด้วยเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปคดี จำเลยที่ 2ยังไม่มีความผิด ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่ 2 ได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียว ส่วนจำเลยที่1 พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ด้วยแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 อีก แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาด้วยเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปคดี จำเลยที่ 2ยังไม่มีความผิด ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่ 2 ได้