พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,615 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2508
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนี้สินสมยอม: การกู้เงินโดยผู้อนุบาลเพื่อเรียกทรัพย์สินของบุคคลไร้ความสามารถ ศาลพิพากษายืนตามชั้นต้น
จำเลยที่ 1 เป็นคนไร้ความสามารถ จำเลยที่ 2 เป็นผู้อนุบาลตามคำสั่งศาล จำเลยที่ 2 ได้สมยอมทำหนังสือสัญญากู้เงินกับโจทก์เพื่อเรียกร้องเอาทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เมื่อเป็นเช่นนี้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทรัพย์สินที่ได้มาจากการอยู่กินฉันสามีภรรยาถือเป็นทรัพย์สินร่วมกัน
โจทก์จำเลยอยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้ 2 ปี จึงซื้อที่ดิน 1 แปลง ลงชื่อจำเลยในโฉนดแต่ผู้เดียวเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยส่วนตัวแต่เป็นทรัพย์ที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันก็ต้องถือว่าเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 328/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่ผู้เช่าในการดูแลทรัพย์สิน และความรับผิดจากเหตุเพลิงไหม้
ผู้เช่ามีหน้าที่จำต้องสงวนทรัพย์สินที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง ในกรณีที่ผู้เช่ากระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัยมีการสะสมนุ่นไว้ในห้องเช่าเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดเก็บนุ่นไว้ห่างเตาไฟไม่ถึง 4 เมตร และห้องนั้นมิได้มีผนังและพื้นที่ทำด้วยซีเมนต์ทั้งมิได้จัดหาเครื่องดับเพลิงเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยด้วย เมื่อเกิดเพลิงไหม้กระสอบนุ่นที่เก็บไว้ในห้องเช่าแล้วลามไหม้ห้องเช่าหมดแม้ผู้ให้เช่าจะนำสืบไม่ได้ว่าไฟเกิดขึ้นเพราะเหตุใดเช่นนี้ ต้องถือว่าผู้เช่าประมาทเลินเล่อขาดความระมัดระวังผู้เช่าจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ให้เช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดิน: สัญญาซื้อขายไม่สมบูรณ์หากผู้ขายไม่มีสิทธิในทรัพย์สิน
แม้ผู้ซื้อจะได้ทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทตามใบเหยียบย่ำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนก็ดี แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่พิพาทเป็นของผู้อื่น มิใช่ของผู้ขายแล้วผู้ซื้อก็ไม่ได้สิทธิในที่พิพาทนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาลักทรัพย์แม้ยังมิได้ยึดถือ: พยายามลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา
จำเลยมีเจตนาลักสร้อยคอซึ่งบุตรของผู้เสียหายสวมอยู่ พอใช้ตะไกรตัดสร้อยนั้นขาดตกลงยังพื้นดิน ยังมิได้เข้ายึดถือเอาสร้อยนั้นไป ก็มีคนบอกให้ผู้เสียหายรู้ตัวและเก็บเอาสร้อยไว้เสียก่อน จะถือว่าจำเลยเอาสร้อยนั้นไป(ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334)ยังไม่ได้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาลักทรัพย์และการยึดครองทรัพย์: พยายามลักทรัพย์เมื่อยังไม่ได้ยึดครอง
จำเลยมีเจตนาลักสร้อยคอซึ่งบุตรของผู้เสียหายสวมอยู่พอใช้ตะไกรตัดสร้อยนั้นขาดตกลงยังพื้นดิน ยังมิได้ยึดถือเอาสร้อยนั้นไปก็มีคนบอกให้ผู้เสียหายรู้ตัวและเก็บเอาสร้อยไว้เสียก่อนจะถือว่าจำเลยเอาสร้อยนั้นไป (ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334) ยังไม่ได้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคืนเงินให้ผู้สั่งจ่ายเช็คในคดีล้มละลาย: เช็คของผู้ถือไม่เป็นทรัพย์สินของลูกหนี้
ผู้ร้องในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คร้องขอรับเงินซึ่งได้ชำระไว้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คืนเพื่อนำไปชำระแก่ผู้ทรงเช็คที่กำลังดำเนินคดีกับผู้ร้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งว่าตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้ให้งดการคืนเงินให้ผู้ร้องจนกว่าศาลจะได้พิพากษาคดีถึงที่สุดคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวนี้ไม่มีลักษณะเป็นคำสั่งเด็ดขาดเป็นแต่เพียงงดจ่ายไว้ก่อนเช่นนี้ผู้ร้องยังไม่จำต้องร้องคัดค้าน
ต่อมาเมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ร้องแพ้คดีแล้วรายหนึ่งซึ่งทำให้ผู้ร้องเสียหายผู้ร้องจึงได้ยืนยันขอรับเงินจำนวนนี้คืนอีก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คงสั่งทำนองเดียวกันกับครั้งแรก ผู้ร้องย่อมยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อศาลภายในกำหนด 14 วันนับแต่ทราบคำสั่งครั้งหลัง ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายได้
ผู้ร้องออกเช็คชนิดผู้ถือเพื่อชำระหนี้แทนผู้ซื้อตึกแถวและที่ดินของจำเลย แต่ปรากฏว่าในขณะที่จำเลยล้มละลายนั้นเช็คนั้นได้ตกไปอยู่ในมือของผู้ทรง ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เช่นนี้ไม่ถือว่าเช็คเหล่านั้นเป็นทรัพย์สินของจำเลยผู้ล้มละลายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเข้าเรียกเก็บเงินได้
ต่อมาเมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ร้องแพ้คดีแล้วรายหนึ่งซึ่งทำให้ผู้ร้องเสียหายผู้ร้องจึงได้ยืนยันขอรับเงินจำนวนนี้คืนอีก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คงสั่งทำนองเดียวกันกับครั้งแรก ผู้ร้องย่อมยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อศาลภายในกำหนด 14 วันนับแต่ทราบคำสั่งครั้งหลัง ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายได้
ผู้ร้องออกเช็คชนิดผู้ถือเพื่อชำระหนี้แทนผู้ซื้อตึกแถวและที่ดินของจำเลย แต่ปรากฏว่าในขณะที่จำเลยล้มละลายนั้นเช็คนั้นได้ตกไปอยู่ในมือของผู้ทรง ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เช่นนี้ไม่ถือว่าเช็คเหล่านั้นเป็นทรัพย์สินของจำเลยผู้ล้มละลายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเข้าเรียกเก็บเงินได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เงิน ช.พ.ค. เพื่อช่วยเหลือศพ/ครอบครัว ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว จึงทำพินัยกรรมยกไม่ได้
เงินช่วยเพื่อนครู(ช.พ.ค.) ซึงสมาชิกช่วยกันบริจาค เพื่ออนุเคราะห์ช่วยเหลืองานศพและครอบครัวของสมาชิกคนใดคนหนึ่งซึ่งถึงแก่กรรมลงนั้น ไม่ใช่กองมรดกของผู้ตาย ผู้ตายจึงทำพินัยกรรมยกให้ใครไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทุจริตในการจำนำทรัพย์ที่ยังผ่อนชำระค้างอยู่ ถือเป็นความผิดฐานยักยอกได้
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเช่าซื้อจักรเย็บผ้า 1 หลัง จากบริษัทซิงเกอร์โซอิงแมชีน จำเลยต้องส่งเงินค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน ได้ผ่อนชำระมาบ้างแล้ว ที่เหลือจำเลยไม่ยอมชำระ และจำเลยได้นำเอาจักรดังกล่าวไปจำนำเสียที่สถานธนานุบาล โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดยักยอกเบียดบังเอาจักรเป็นอาณาประโยชน์ส่วนตัว ดังนี้ พอแปลความหมายได้ว่าจำเลยเบียดบังเอาจักรเป็นของตนโดยทุจริต อันเป็นองค์สำคัญในความผิดทางอาญาฐานยักยอกแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำผิดทางอาญาฐานยักยอกโดยสมบูรณ์ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหาแล้ว ศาลก็ลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์สินเช่าซื้อเป็นความผิดฐานยักยอก แม้ผิดสัญญาเช่าซื้อ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเช่าซื้อจักรเย็บผ้า 1 หลังจากบริษัทซิงเกอร์โชอิงแมชีน. จำเลยต้องส่งเงินค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน ได้ผ่อนชำระมาบ้างแล้ว ที่เหลือจำเลยไม่ยอมชำระ และจำเลยได้นำเอาจักรดังกล่าวไปจำนำเสียที่สถานธนานุบาล โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดยักยอกเบียดบังเอาจักร เป็นอาณาประโยชน์ส่วนตัว ดังนี้ พอแปลความหมายได้ว่าจำเลยเบียดบังเอาจักรเป็นของตนโดยทุจริต อันเป็นองค์สำคัญในความผิดทางอาญาฐานยักยอกแล้วฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำผิดทางอาญาฐานยักยอกโดยสมบูรณ์ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหาแล้ว ศาลก็ลงโทษจำเลยได้