พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2869/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทิ้งฟ้องเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการส่งสำเนาฎีกาให้คู่ความ
เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาฎีกาให้ผู้ร้องภายใน7วันปรากฏว่าส่งสำเนาฎีกาให้ทนายผู้ร้องไม่ได้ต่อมาโจทก์แถลงขอให้ส่งสำเนาฎีกาแก่ผู้ร้องอีกครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นจึงสั่งให้ส่งสำเนาฎีกาให้ตัวผู้ร้องหากไม่พบตัวผู้ร้องและไม่มีผู้ใดรับแทนโดยชอบให้ปิดคำสั่งศาลชั้นต้นครั้งหลังเป็นคำสั่งที่ต่อเนื่องมาจากคำสั่งเดิมนั่นเองโจทก์จึงต้องนำส่งสำเนาฎีกาให้ตัวผู้ร้องภายในระยะเวลาอันสมควรการที่โจทก์เพิกเฉยไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้ผู้ร้องแก้ตามคำสั่งศาลชั้นต้นครั้งหลังจนล่วงเลยเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถึง2เดือนเศษและหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ติดต่อให้ส่งสำเนาฎีกาแก่ผู้ร้องแต่อย่างใดพฤติการณ์ของโจทก์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามป.วิ.พ.มาตรา1774(2),247แล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง: ศาลอนุญาตเพียงให้สิทธิเลิกจ้าง ไม่ใช่คำสั่งให้เลิกจ้างทันที
การที่ผู้ร้องร้องขอต่อศาลแรงงานกลางเพื่อขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างนั้น ศาลแรงงานกลางต้องพิจารณาว่ากรณีมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างได้หรือไม่ ถ้าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างได้ ก็เป็นเพียงให้สิทธิแก่ผู้ร้องที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านเท่านั้น มิใช่เป็นคำสั่งแทนนายจ้างให้เลิกจ้างกันทันที โดยผู้ร้องจะต้องมีคำสั่งเลิกจ้างอีกชั้นหนึ่ง การที่ผู้คัดค้านฟ้องแย้งและเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่า หากจะมีการเลิกจ้างเกิดขึ้นไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ย่อมเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมเป็นเรื่องที่ผู้ร้องยังมิได้โต้แย้งสิทธิของผู้คัดค้านโดยการเลิกจ้าง จึงไม่ชอบที่จะรับฟ้องแย้งของผู้คัดค้านไว้พิจารณา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2835/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องเกี่ยวกับประเด็นที่เคยมีคำพิพากษาแล้วเท่านั้น
การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา144จะต้องเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว โจทก์ขอให้หมายบังคับคดีครั้งแรกมีประเด็นว่าจำเลยผิดนัดเพราะมิได้ชำระเงินงวดเดือนธันวาคม2525หรือไม่โจทก์ขอให้หมายบังคับคดีในครั้งหลังมีประเด็นว่าจำเลยผิดนัดเพราะชำระเงินไม่ตรงกับวันที่ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่จึงเป็นคนละประเด็นกันกรณีจึงไม่ใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา144.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2742/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าฤชาธรรมเนียมศาล: ศาลมีอำนาจดุลพินิจพิจารณาความสุจริตคู่ความในการกำหนดความรับผิดชอบ
ความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมกฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจสั่งตามที่เห็นสมควรโดยคำนึงถึงเหตุผลและความสุจริตในการดำเนินกระบวนพิจารณาและต่อสู้คดีของคู่ความไม่จำต้องให้จำเลยชำระแทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีหรือจำเลยแต่ละคนต้องชำระตามส่วนในคำพิพากษาที่ศาลล่างเห็นสมควรกำหนดให้จำเลยที่2ซึ่งรับผิดต่อโจทก์อันเนื่องมาจากมูลละเมิดและจำเลยที่3ซึ่งรับผิดต่อโจทก์ตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยแต่ไม่เต็มตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้องต้องร่วมกับจำเลยที่1รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดแทนโจทก์ชอบแล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2701/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อจำกัดการฎีกาในข้อเท็จจริงเมื่อศาลชั้นต้นและอุทธรณ์มีคำพิพากษาต้องกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,289, 339, 340 ตรี, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 288, 339, 340 ตรี, 80 ลงโทษตามมาตรา 288, 80 นอกนั้นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องข้อหาตามมาตรา 288, 80 และมาตรา340 ตรีด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนี้ เมื่อข้อหาตามมาตรา 289 ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับข้อหาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2701/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อจำกัดการฎีกาในประเด็นข้อเท็จจริงเมื่อศาลชั้นต้นและอุทธรณ์มีคำพิพากษาต้องกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา288,289,339,340ตรี,83ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา288,339,340ตรี,80ลงโทษตามมาตรา288,80นอกนั้นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องข้อหาตามมาตรา288,80และมาตรา340ตรีด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังนี้เมื่อข้อหาตามมาตรา289ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับข้อหาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา220.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2679/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งในคำให้การ: ศาลต้องพิจารณา แม้ใช้แบบพิมพ์ไม่ถูกต้อง
จำเลยฟ้องแย้งและมีคำขอบังคับโจทก์รวมมาในคำให้การแม้ไม่ได้พิมพ์คำว่า 'และฟ้องแย้ง' ต่อจากคำว่า 'คำให้การ' ในแบบพิมพ์ก็ตาม ก็เป็นฟ้องแย้งตรงกับบทบัญญัติของมาตรา 177 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว ศาลแรงงานกลางมีหน้าที่ต้องตรวจฟ้องแย้งของจำเลยและมีคำสั่งตามที่พิจารณาเห็นสมควรว่าจะรับไว้พิจารณาต่อไปหรือไม่ การที่ศาลแรงงานกลางมิได้มีคำสั่งเสียในชั้นแรกที่จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งดังกล่าว และมาวินิจฉัยในคำพิพากษาว่าจะรับพิจารณาฟ้องแย้งไม่ได้ เพราะมิได้ใช้แบบพิมพ์ให้ถูกต้องจึงไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2679/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับฟ้องแย้งในคำให้การ: ศาลต้องตรวจและสั่งรับก่อนวินิจฉัยคดี หากใช้แบบพิมพ์ไม่ถูกต้อง คำพิพากษาไม่ชอบ
จำเลยฟ้องแย้งและมีคำขอบังคับโจทก์รวมมาในคำให้การแม้ไม่ได้พิมพ์คำว่า'และฟ้องแย้ง'ต่อจากคำว่า'คำให้การ'ในแบบพิมพ์ก็ตามก็เป็นฟ้องแย้งตรงกับบทบัญญัติของมาตรา177วรรคสามแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้วศาลแรงงานกลางมีหน้าที่ต้องตรวจฟ้องแย้งของจำเลยและมีคำสั่งตามที่พิจารณาเห็นสมควรว่าจะรับไว้พิจารณาต่อไปหรือไม่การที่ศาลแรงงานกลางมิได้มีคำสั่งเสียในชั้นแรกที่จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งดังกล่าวและมาวินิจฉัยในคำพิพากษาว่าจะรับพิจารณาฟ้องแย้งไม่ได้เพราะมิได้ใช้แบบพิมพ์ให้ถูกต้องจึงไม่ชอบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2678/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ละเมิดอำนาจศาล: การแจ้งข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความตายเพื่อหลีกเลี่ยงคดี
เมื่อศาลชั้นต้นทำการไต่สวนได้ความจากคำเบิกความของนาง ต. นาย ศ. เองว่า นาง ต. นาย ศ. กระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแล้ว ศาลก็ลงโทษได้โดยไม่จำเป็นต้องฟังพยานหลักฐานอื่นใดต่อไปอีก
นาย ก. ผู้รับมอบอำนาจจากนายประกันยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายตามมรรณบัตรโดยได้รับแจ้งจากนาง ต. เมื่อศาลเรียกนาง ต. ไปสอบถาม นาง ต. ก็แถลงยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย และนาย ศ.ออกมรณบัตรให้นาง ต.พิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้แจ้งไว้ เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย การที่นาง ต. มอบมรณบัตรที่แสดงว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายให้นาย ก. นำไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้น และการที่นาง ต. แถลงยืนยันต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
นาย ศ. ออกมรณบัตรแสดงว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายให้นาง ต.ไปโดยรู้ว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง และรู้เห็นด้วยในการที่นาง ต. นำมรณบัตรนั้นให้นาย ก. ไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้น แม้นาย ศ.มิได้นำมรณบัตรนั้นไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้นเอง พฤติการณ์ของนาย ศ. ดังกล่าวก็เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเช่นเดียวกัน.
นาย ก. ผู้รับมอบอำนาจจากนายประกันยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายตามมรรณบัตรโดยได้รับแจ้งจากนาง ต. เมื่อศาลเรียกนาง ต. ไปสอบถาม นาง ต. ก็แถลงยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย และนาย ศ.ออกมรณบัตรให้นาง ต.พิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้แจ้งไว้ เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย การที่นาง ต. มอบมรณบัตรที่แสดงว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายให้นาย ก. นำไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้น และการที่นาง ต. แถลงยืนยันต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
นาย ศ. ออกมรณบัตรแสดงว่าจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายให้นาง ต.ไปโดยรู้ว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง และรู้เห็นด้วยในการที่นาง ต. นำมรณบัตรนั้นให้นาย ก. ไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้น แม้นาย ศ.มิได้นำมรณบัตรนั้นไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้นเอง พฤติการณ์ของนาย ศ. ดังกล่าวก็เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเช่นเดียวกัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2678/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาลและการออกมรณบัตรเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม
เมื่อศาลชั้นต้นทำการไต่สวนได้ความจากคำเบิกความของนางต.นายศ.เองว่านางต.นายศ.กระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแล้วศาลก็ลงโทษได้โดยไม่จำเป็นต้องฟังพยานหลักฐานอื่นใดต่อไปอีก นายก.ผู้รับมอบอำนาจจากนายประกันยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่2ถึงแก่ความตายตามมรรณบัตรโดยได้รับแจ้งจากนางต.เมื่อศาลเรียกนางต.ไปสอบถามนางต.ก็แถลงยืนยันว่าจำเลยที่2ถึงแก่ความตายและนายศ.ออกมรณบัตรให้นางต.พิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้แจ้งไว้เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่2ถึงแก่ความตายการที่นางต.มอบมรณบัตรที่แสดงว่าจำเลยที่2ถึงแก่ความตายให้นายก.นำไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้นและการที่นางต.แถลงยืนยันต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่2ถึงแก่ความตายจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล นายศ.ออกมรณบัตรแสดงว่าจำเลยที่2ถึงแก่ความตายให้นางต.ไปโดยรู้ว่าไม่ตรงกับความเป็นจริงและรู้เห็นด้วยในการที่นางต.นำมรณบัตรนั้นให้นายก.ไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้นแม้นายศ.มิได้นำมรณบัตรนั้นไปยื่นแสดงต่อศาลชั้นต้นเองพฤติการณ์ของนายศ.ดังกล่าวก็เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเช่นเดียวกัน.