คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
จำเลย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,884 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาคดีใหม่เมื่อจำเลยไม่ทราบการฟ้องและไม่สามารถคัดสำนวนได้ทันเวลา ศาลรับคำร้องได้หากเหตุล่าช้ามิใช่ความผิดจำเลย
จำเลยได้ยื่นคำแถลงขอคัดสำนวนในวันที่ 14 ธันวาคม 2514โดยอ้างว่าเพิ่งทราบคำบังคับซึ่งปิดไว้ในที่พิพาท ต่อมาวันที่ 17 ธันวาคม 2514 มีรายงานเจ้าหน้าที่เสนอศาลว่ายังหาสำนวนไม่พบ วันที่ 30 ธันวาคม 2514 จำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้คัดสำนวนไปตั้งแต่เมื่อใด แม้จะถือว่าจำเลยได้คัดสำนวนไปในวันที่ 17 ธันวาคม 2514. ก็ต้องถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 17ธันวาคม 2514 จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในวันที่ 30ธันวาคม 2514 จึงยังไม่เกินกำหนด 15 วัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรวมฟ้องจำเลยหลายคนในคดีเดียวกัน และข้อจำกัดในการฎีกาเมื่อทุนทรัพย์แต่ละจำเลยไม่ถึงเกณฑ์
โจทก์กล่าวในฟ้องชัดเจนว่า จำเลยแต่ละคนเข้ามาอาศัยที่ดินโจทก์ทำกินเป็นส่วนสัดตามแผนที่ท้ายฟ้องโจทก์ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย และโจทก์ก็ยังตีราคาที่ดินแต่ละส่วนที่จำเลยอาศัยมาด้วย จำเลยทั้งหมดจึงมิได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์ชอบที่จะยื่นฟ้องจำเลยมาคนละสำนวน การที่โจทก์รวมฟ้องมาในสำนวนเดียวกัน และศาลชั้นต้นยอมรับฟ้องโจทก์ไว้ ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์มีมากกว่าที่ยื่นฟ้องแยกกันมาเป็นแต่ละสำนวน
โจทก์ฟ้องจำเลยร่วมกันมา แต่คดีโจทก์สำหรับจำเลยแต่ละคนมีทุนทรัพย์เพียงสำหรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,000 บาท จำเลยที่ 2 จำนวน 2,500 บาท จำเลยที่ 3 จำนวน1,000 บาท และจำเลยที่ 4 จำนวน 1,500 บาทเท่านั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทโดยไม่ได้อาศัยโจทก์ คดีของโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377-378/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิจำเลยในการติดตามการสืบพยานประเด็น การไม่อนุญาตถือเป็นการตัดสิทธิในการต่อสู้คดี
ประจักษ์พยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุมีเพียง 2 คน คือคนหนึ่งเป็นพยานโจทก์ อีกคนหนึ่งจำเลยระบุอ้างเป็นพยานจำเลยและแถลงขอให้ส่งประเด็นไปสืบยังศาลอื่น โดยจำเลยแถลงขอตามประเด็นไปฟังการพิจารณาที่ศาลนั้นด้วย การที่ศาลใช้ดุลพินิจสั่งไม่อนุญาตให้ตัวจำเลยตามประเด็นไปฟังการพิจารณาเท่ากับเป็นการตัดพยานสำคัญของจำเลย อันเป็นการไม่ให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดีได้เต็มภาคภูมิ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3378/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความประมาทจากการแย่งปืน: การกระทำของจำเลยมิใช่ความประมาทเมื่อผู้ตายเริ่มแย่งปืนก่อน
บรรยายฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนด้วยความประมาท โดยพกปืนบรรจุกระสุนไว้พร้อมที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังเดินทางไปกับผู้ตายระหว่างทางผู้ตายคว้าปืนไปจำเลยแย่งปืนกับผู้ตาย นิ้วมือจำเลยถูกไกปืน ปืนลั่นถูกผู้ตาย ข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องไม่แสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำให้ปืนลั่นถูกผู้ตายโดยประมาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3127/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อจำเลยถูกส่งตัวไปคุมขังต่างสถานที่ ศาลอ่านให้โจทก์ฟังก่อนได้
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามในระหว่างอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี การที่จำเลยที่ 1 ที่ 3ถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวางเช่นนี้ ไม่ใช่กรณีที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ไม่อยู่ ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 183 วรรค 3ซึ่งศาลต้องรอการอ่านคำพิพากษาไว้จนกว่าจำเลยจะมาศาลแต่ถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีตัวอยู่ เพียงแต่ถูกส่งตัวไปคุมขังที่อื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น
การที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังพร้อมกับจำเลยที่ 2 ก่อน แล้วจึงส่งคำพิพากษานั้นไปให้ศาลจังหวัดนนทบุรีอ่านให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฟัง เป็นการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งฉบับให้โจทก์ฟังโดยชอบ โจทก์จะแยกว่าที่โจทก์ฟังมาแล้วเป็นการฟังเฉพาะคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 เท่านั้น จะขอให้ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ฟังเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3014/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแต่งตั้งทนายและผลกระทบต่อการพิจารณาคดี: แม้จำเลยไม่มาศาล แต่หากมีทนายมาศาลถือว่าไม่ใช่การขาดนัด
ในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลย จำเลยไม่มาศาล คงแต่ง ป.เป็นทนายความมาศาล ศาลรับใบแต่งทนายของจำเลยและได้ทำการไกล่เกลี่ยโจทก์จำเลย เช่นนี้ ถือว่าป.เป็นทนายความของจำเลยโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61แล้ว การที่ศาลกลับไปสั่งไม่รับ ป.เป็นทนายความของจำเลย โดยเห็นว่า ป.แถลงว่าลายเซ็นของจำเลยในใบแต่งทนายเป็นลายเซ็นที่แท้จริงมีสามีของจำเลยรับรอง เป็นการขัดกับชื่อของจำเลยซึ่งเป็นนางสาวนั้น จึงเป็นการมิชอบกรณีนี้ต้องถือว่าทนายของจำเลยมาศาลแล้ว เมื่อศาลทำการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาคดีไปเลย โดยมิได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จึงไม่ใช่เป็นการพิจารณาโดยขาดนัด จำเลยจะขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้ หากจำเลยไม่พอใจก็ชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับโทษจำเลยในคดีอาญาหลายกระทง ศาลพิจารณาแล้วไม่สามารถนับโทษซ้อนซ้ำได้อีก
โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากคดีอื่นหลายคดีด้วยกัน ศาลพิพากษาให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีหนึ่งตามคำร้องแล้ว จึงนับโทษคดีนี้ต่อจากคดีอาญาอีกสำนวนหนึ่งที่โจทก์ขอให้ซ้อนกันอีกไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823-2824/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิจำเลยในการนำสืบพยานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และสถานที่เกิดเหตุความผิดฐานยักยอก
ในคดีอาญาจำเลยย่อมมีสิทธิที่จะให้การอย่างใดหรือแม้จะไม่ให้การเลยก็ได้ เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำสืบพยานก่อนให้เห็นว่าจำเลยเป็นกระทำความผิด จำเลยไม่จำต้องยกประเด็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การก็มีสิทธิที่จะนำสืบในประเด็นนั้น ๆ ได้และจำเลยมีอำนาจนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของจำเลยได้โดยไม่จำต้องซักค้านพยานโจทก์ ในเรื่องที่จำเลยจะนำพยานเข้าสืบต่อไปไว้เลย
ในความผิดฐานยักยอกนั้น สถานที่ที่จำเลยยืมทรัพย์ที่ยักยอกย่อมถือเป็นสถานที่เกิดเหตุในการกระทำผิดด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เลิกสัญญาซื้อขายแล้ว โจทก์ขอบังคับเรียกค่าปรับ/โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ค่าเสียหายพิเศษ/ดอกเบี้ยจำเลยไม่ต้องรับผิด
เมื่อทั้งโจทก์และจำเลยต่างสมัครใจตกลงเลิกสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกันแล้ว โจทก์จะมาขอให้ศาลบังคับเรียกค่าปรับจากจำเลยและขอให้จำเลยจัดการโอนที่ดินพิพาทขายให้แก่โจทก์ในภายหลังอีกหาได้ไม่
จำเลยจะฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายเพราะต้องถูกริบเงินมัดจำตามสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกแก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นค่าเสียหายพิเศษที่โจทก์ไม่อาจจะคาดคิด หาได้ไม่
ดอกเบี้ยที่จำเลยต้องเสียให้แก่ธนาคาร ไม่ว่าจะมีการเลิกสัญญาซื้อขายที่พิพาทหรือไม่นั้น มิใช่ค่าเสียหายโดยตรงอันเนื่องมาจากการผิดสัญญาอันจำเลยจะเรียกร้องจากโจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2150/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมหลังสืบพยานโจทก์บางส่วนยังทำได้ หากคดียังไม่เสร็จการสืบพยานทั้งหมด
ก่อนส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์หนึ่งปากที่ศาลอื่น ทนายโจทก์แถลงต่อศาลที่พิจารณาคดีว่าหมดพยานที่ศาลนี้แล้ว ครั้นศาลอื่นสืบพยานประเด็นเสร็จแล้ว ส่งประเด็นคืนศาลที่พิจารณาคดีนัดฟังประเด็นกลับ แต่ก่อนวันนัดฟังประเด็นกลับหนึ่งวัน จำเลยยื่นคำแถลงขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ดังนี้ ถือได้ว่าคดียังไม่เสร็จการสืบพยานหลักฐานของโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จำเลยจึงยื่นเป็นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรค 2 หาต้องทำเป็นคำร้องไม่
of 289