พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในต้นพลูที่ปลูกในที่ดินของผู้อื่น ถือเป็นส่วนควบของที่ดิน เจ้าของที่ดินมีสิทธิตัดฟันได้ ไม่ผิดฐานทำลายทรัพย์
พลูเป็นไม้ยืนต้นจึงเป็นส่วนควบของที่ดินผู้ใดเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์
เจ้าของที่ดินตัดฟันต้นพลูซึ่งผู้เช่าปลูกอยู่ในที่ดินของตนก็เท่ากับทำลายทรัพย์ของตนเองจึงไม่มีความผิดฐานทำลายทรัพย์
เจ้าของที่ดินตัดฟันต้นพลูซึ่งผู้เช่าปลูกอยู่ในที่ดินของตนก็เท่ากับทำลายทรัพย์ของตนเองจึงไม่มีความผิดฐานทำลายทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินและการครอบครองปรปักษ์เป็นเหตุให้ไม่ถือว่าเป็นการลักทรัพย์
ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ให้ใช้ราคาทรัพย์ 2,360 บาทศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์เป็นของจำเลย จำเลยฎีกาทางอาญาไม่ได้ และศาลต้องฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์เป็นของจำเลยจำเลยไม่ต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองมรดกแทนทายาทและการได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความ การทำพินัยกรรมยกทรัพย์สิน
เมื่อตามรูปคดีไม่มีพฤติการณ์อย่างใดส่อแสดงว่าผู้ทำพินัยกรรมครอบครองมรดกของภรรยาไว้เพื่อทายาทอื่น แต่กลับทำพินัยกรรมระบุยกที่พิพาทให้โจทก์ ที่แปลงอื่นให้จำเลยที่ 1 และมีคำสั่งให้โจทก์แบ่งเงินให้จำเลยที่ 2 กับหลานทุกคนด้วย แล้วจำเลยที่ 1 ยังขอที่แปลงอื่นอีก ผู้ทำพินัยกรรมไม่ยอมให้ เช่นนี้ย่อมแสดงว่าผู้ทำพินัยกรรมได้ปกครองยึดถือสิทธิเป็นเจ้าของทรัพย์สินมรดกของภรรยาตลอดมาเพื่อตนแต่ผู้เดียว
การที่ทายาทผู้มีสิทธิในมรดกมิได้ปกครองและมิได้ฟ้องร้องเสียภายใน 1 ปี ก็ย่อมขาดอายุความฟ้องคดีมรดก
การที่ทายาทผู้มีสิทธิในมรดกมิได้ปกครองและมิได้ฟ้องร้องเสียภายใน 1 ปี ก็ย่อมขาดอายุความฟ้องคดีมรดก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในมรดกโดยการครอบครองเกิน 1 ปี และผลของการทำพินัยกรรม
เมื่อตามรูปคดีไม่มีพฤติการณ์อย่างใดส่อแสดงว่าผู้ทำพินัยกรรมครอบครองมรดกของภรรยาไว้เพื่อทายาทอื่น แต่กลับทำพินัยกรรมระบุยกที่พิพาทให้โจทก์ ที่แปลงอื่นให้จำเลยที่ 1 และมีคำสั่งให้โจทก์แบ่งเงินให้จำเลยที่ 2 กับหลานทุกคนด้วย แล้วจำเลยที่ 1 ยังขอที่แปลงอื่นอีก ผู้ทำพินัยกรรมไม่ยอมให้ เช่นนี้ย่อมแสดงว่าผู้ทำพินัยกรรมได้ปกครองยึดถือสิทธิเป็นเจ้าของทรัพย์สินมรดกของภรรยาตลอดมาเพื่อตนแต่ผู้เดียว
การที่ทายาทผู้มีสิทธิในมรดกมิได้ปกครองและมิได้ฟ้องร้องเสียภายใน 1 ปี ก็ย่อมขาดอายุความฟ้องคดีมรดก
การที่ทายาทผู้มีสิทธิในมรดกมิได้ปกครองและมิได้ฟ้องร้องเสียภายใน 1 ปี ก็ย่อมขาดอายุความฟ้องคดีมรดก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1660/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามคำพิพากษาตามยอมย่อมมีผลเหนือกว่าสิทธิเจ้าหนี้ แม้มีการยึดทรัพย์ก่อน
ตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาแสดงว่าการยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมนั้นไม่ถูกต้อง สิทธิตามคำพิพากษานั้นก็ยังคงอยู่
เดิมผู้ร้องพิพาทกับจำเลย ที่สุดได้ประนีประนอมยอมความกันโดยผู้ร้องยอมชำระเงินแก่จำเลย 6,000 บาท จำเลยยอมให้โอนใส่ชื่อผู้ร้องในโฉนดรายพิพาทและศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ดังนี้แม้จำเลยเป็นหนี้โจทก์และนำโฉนดให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันแต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนไว้ และแม้ศาลจะได้พิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์แล้วก็ตามโจทก์หามีสิทธิในที่พิพาทดีไปกว่าผู้ร้องอย่างไรไม่เพราะสิทธิในการจดทะเบียนกรรมสิทธิที่รายพิพาทตามคำพิพากษาตามยอมยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่
เดิมผู้ร้องพิพาทกับจำเลย ที่สุดได้ประนีประนอมยอมความกันโดยผู้ร้องยอมชำระเงินแก่จำเลย 6,000 บาท จำเลยยอมให้โอนใส่ชื่อผู้ร้องในโฉนดรายพิพาทและศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ดังนี้แม้จำเลยเป็นหนี้โจทก์และนำโฉนดให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันแต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนไว้ และแม้ศาลจะได้พิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์แล้วก็ตามโจทก์หามีสิทธิในที่พิพาทดีไปกว่าผู้ร้องอย่างไรไม่เพราะสิทธิในการจดทะเบียนกรรมสิทธิที่รายพิพาทตามคำพิพากษาตามยอมยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651-1652/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดิน: การครอบครองเพื่อรักษาไว้เป็นของกลาง ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์, การยกให้และการครอบครอง
โจทก์จำเลยพิพาทเป็นคดีสองเรื่อง เรื่องหนึ่งเป็นคดีมีทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท อีกคดีหนึ่งเป็นคดีพิพาทกันโดยไม่มีทุนทรัพย์ ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์คงพิพากษาแก้เฉพาะสำนวนมีทุนทรัพย์ให้แบ่งทรัพย์ที่ฟ้องคนละครึ่ง จำเลยเป็นฝ่ายฎีกาขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้โต้เถียงอะไร ในคดีพิพาทไม่มีทุนทรัพย์ทั้งไม่มีเหตุสำหรับฎีกา ประกอบทั้งคดีที่พิพาทกันโดยไม่มีทุนทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และถือว่าจำเลยฎีกาขึ้นมาเพียงคดีมีทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาทคดีเดียว
ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยผู้มีชื่อยกให้โจทก์เข้าปกครองมา 25 ปีแล้ว เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าผู้มีชื่อหาได้ยกที่ให้โจทก์ไม่ เป็นแต่มอบให้โจทก์และผู้อื่นปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ และจะขอศาลสั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ไม่ได้
การปกครองรักษาที่พิพาทไว้ในฐานะของกลางตามคำสั่งของผู้ตายโดยไม่ปรากฏว่าผู้ครอบครองจะไม่ปกครองที่พิพาทไว้ตามคำสั่งของผู้ตาย ภายหลังจากผู้ตายได้ตายแล้ว กับทั้งผู้ครอบครองไม่เคยแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นเจ้าของที่พิพาทรายนี้ การเสียภาษีบำรุงท้องที่ผู้อื่นก็เป็นผู้เสีย ดังนี้ ถือว่าเป็นการปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น มิใช่เป็นการปกครองเพื่อเอากรรมสิทธิ์
ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยผู้มีชื่อยกให้โจทก์เข้าปกครองมา 25 ปีแล้ว เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าผู้มีชื่อหาได้ยกที่ให้โจทก์ไม่ เป็นแต่มอบให้โจทก์และผู้อื่นปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ และจะขอศาลสั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ไม่ได้
การปกครองรักษาที่พิพาทไว้ในฐานะของกลางตามคำสั่งของผู้ตายโดยไม่ปรากฏว่าผู้ครอบครองจะไม่ปกครองที่พิพาทไว้ตามคำสั่งของผู้ตาย ภายหลังจากผู้ตายได้ตายแล้ว กับทั้งผู้ครอบครองไม่เคยแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นเจ้าของที่พิพาทรายนี้ การเสียภาษีบำรุงท้องที่ผู้อื่นก็เป็นผู้เสีย ดังนี้ ถือว่าเป็นการปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น มิใช่เป็นการปกครองเพื่อเอากรรมสิทธิ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651-1652/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดินจากการครอบครอง: การครอบครองเพื่อรักษาเป็นของกลาง ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์
โจทก์จำเลยพิพาทเป็นคดีสองเรื่อง เรื่องหนึ่งเป็นคดีมีทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท อีกคดีหนึ่งเป็นคดีพิพาทกันโดยไม่มีทุนทรัพย์ ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์คงพิพากษาแก้เฉพาะสำนวนมีทุนทรัพย์ให้แบ่งทรัพย์ที่ฟ้องคนละครึ่ง จำเลยเป็นฝ่ายฎีกาขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้โต้เถียงอะไร ในคดีพิพาทไม่มีทุนทรัพย์ทั้งไม่มีเหตุสำหรับฎีกา ประกอบทั้งคดีที่พิพาทกันโดยไม่มีทุนทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และถือว่าจำเลยฎีกาขึ้นมาเพียงคดีมีทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาทคดีเดียว
ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยผู้มีชื่อยกให้โจทก์เข้าปกครองมา 25 ปีแล้ว เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าผู้มีชื่อหาได้ยกที่ให้โจทก์ไม่ เป็นแต่มอบให้โจทก์และผู้อื่นปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ และจะขอศาลสั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ไม่ได้
การปกครองรักษาที่พิพาทไว้ในฐานะของกลางตามคำสั่งของผู้ตายโดยไม่ปรากฏว่าผู้ครอบครองจะไม่ปกครองที่พิพาทไว้ตามคำสั่งของผู้ตาย ภายหลังจากผู้ตายได้ตายแล้ว กับทั้งผู้ครอบครองไม่เคยแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นเจ้าของที่พิพาทรายนี้ การเสียภาษีบำรุงท้องที่ผู้อื่นก็เป็นผู้เสีย ดังนี้ ถือว่าเป็นการปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น มิใช่เป็นการปกครองเพื่อเอากรรมสิทธิ์
ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยผู้มีชื่อยกให้โจทก์เข้าปกครองมา 25 ปีแล้ว เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าผู้มีชื่อหาได้ยกที่ให้โจทก์ไม่ เป็นแต่มอบให้โจทก์และผู้อื่นปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ และจะขอศาลสั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ไม่ได้
การปกครองรักษาที่พิพาทไว้ในฐานะของกลางตามคำสั่งของผู้ตายโดยไม่ปรากฏว่าผู้ครอบครองจะไม่ปกครองที่พิพาทไว้ตามคำสั่งของผู้ตาย ภายหลังจากผู้ตายได้ตายแล้ว กับทั้งผู้ครอบครองไม่เคยแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นเจ้าของที่พิพาทรายนี้ การเสียภาษีบำรุงท้องที่ผู้อื่นก็เป็นผู้เสีย ดังนี้ ถือว่าเป็นการปกครองรักษาไว้เป็นของกลางเท่านั้น มิใช่เป็นการปกครองเพื่อเอากรรมสิทธิ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1610/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์กรรมสิทธิ์กระบือ: พยานบุคคล (ผู้ใหญ่บ้าน) และลักษณะตำหนิที่เชื่อถือได้
พยานเป็นผู้ใหญ่บ้านทั้งมีอาชีพทางทำนาและมีกระบือหลายตัว แม้จะไม่ใช่ผู้ชำนาญการพิเศษก็จริง แต่รู้ลักษณะตำหนิกระบืออยู่บ้างถ้อยคำที่พยานเบิกความในเรื่องตำหนิกระบือถือว่ารับฟังและเชื่อถือได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1610/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์กรรมสิทธิ์ในกระบือ: พยานบุคคลและลักษณะตำหนิสำคัญกว่าชื่อ
พยานเป็นผู้ใหญ่บ้านทั้งมีอาชีพทางทำนาและมีกระบือหลายตัว แม้จะไม่ใช่ผู้ชำนาญการพิเศษก็จริง แต่รู้ลักษณะตำหนิกระบืออยู่บ้างถ้อยคำที่พยานเบิกความในเรื่องตำหนิกระบือถือว่ารับฟังและเชื่อถือได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลักษณะหนังสือสำคัญต่างด้าวปลอมและการใช้เพื่อการต่ออายุใบสำคัญ ไม่เข้าข่ายการตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สิน
ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว เป็นเพียงรายการต่ออายุใบสำคัญเป็นปี ๆ เท่านั้น ไม่มีลักษณะเป็นหนังสือสำคัญแก่การตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สินมิใช่เป็นหลักฐานแห่งการเปลี่ยนแก้หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิหรือหนี้สิน
เมื่อจำเลยใช้ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งมีผู้ทำปลอมขึ้นโดยแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนต่างด้าวทั้งที่จำเลยรู้ว่าปลอม จำเลยจึงมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. 227 ประกอบด้วย ม. 224 มิใช่ตาม ม. 227 ประกอบด้วย ม. 225
เมื่อจำเลยใช้ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งมีผู้ทำปลอมขึ้นโดยแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนต่างด้าวทั้งที่จำเลยรู้ว่าปลอม จำเลยจึงมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. 227 ประกอบด้วย ม. 224 มิใช่ตาม ม. 227 ประกอบด้วย ม. 225