พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,822 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องในสัญญาฝากทรัพย์: ผู้เช่าซื้อรถไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับฝากโดยตรง
โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทมาและได้ให้ พ. เช่าไปวันเกิดเหตุ พ. นำรถคันดังกล่าวไปฝากไว้ในสถานที่จอดรถของภัตตาคารซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ลูกจ้างจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่บริการและเป็นผู้รับฝาก ต่อจากนั้น พ. กับพวกได้เข้าไปรับประทานอาหารในภัตตาคารดังกล่าว เมื่อกลับออกมาจะขอรับรถคืน ปรากฏว่ารถถูกคนร้ายลักไป ดังนี้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ฐานผิดสัญญาฝากทรัพย์ ซึ่งเป็นเรื่องระหว่าง พ. กับจำเลย และโจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถพิพาท ขณะเกิดเหตุรถอยู่ในความครอบครองของ พ. กรณีมิใช่จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2363/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเครื่องหมายการค้า: การใช้ก่อนจดทะเบียนและการเรียกร้องค่าเสียหาย
โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้า UMATCO มาก่อน จำเลยไม่มีสิทธิคัดค้านการที่โจทก์ขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าประเภทเดียวกัน แต่โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเพราะละเมิดสิทธิเครื่องหมายการค้า หรือบังคับให้ถอนสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ก่อนที่โจทก์ได้จดทะเบียน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2313/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้รับประกันภัยไม่มีสิทธิรับช่วงเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิด หากกฎหมายแรงงานไม่ได้ให้สิทธินายจ้างเรียกคืน
ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงเท่าที่สิทธิของผู้เอาประกันภัยมีอยู่ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยในฐานะนายจ้างต้องจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานให้แก่ลูกจ้างที่ประสบอันตรายนั้น กฎหมายแรงงานเป็นกฎหมายพิเศษใช้บังคับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างโดยเฉพาะ ไม่ได้ให้สิทธินายจ้างที่จะเรียกเงินทดแทนที่จ่ายไปคืนจากผู้ทำละเมิดต่อลูกจ้างได้ ดังนั้นผู้รับประกันภัยซึ่งได้จ่ายเงินทดแทนไปแทนนายจ้างผู้เอาประกันภัยก็ย่อมไม่มีสิทธิเช่นเดียวกัน จึงไม่อาจมีการรับช่วงสิทธิกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2153/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แม้มีเรียกค่าเสียหาย ก็ไม่อยู่ในข้อจำกัดการอุทธรณ์ตามมาตรา 224 วรรคสอง
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยทำการซ่อมรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการเคาะและพ่นสีซึ่งก่อให้เกิดเสียงดัง หรือส่งกลิ่นเหม็นทำความเดือดร้อนรำคาญและเป็นอันตรายต่อร่างกายกับอนามัยของโจทก์นั้น ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224วรรคสอง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 มาตรา 3 มิได้ห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงถึงแม้โจทก์จะมีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 10,000 บาท และค่าเสียหายในอนาคตเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะไม่ละเมิดสิทธิของโจทก์อีกต่อไป ก็ไม่ทำให้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224วรรคแรก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1973/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายการใช้รถเช่าซื้อก่อนคืน: ศาลกำหนดตามสมควร ไม่ใช่ค่าเช่าค้างชำระ
ผู้เช่าซื้อรถยนต์ไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อเลิกสัญญาเอารถคืน ค่าเสียหายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียกได้สำหรับการใช้รถก่อนได้รับคืนมิใช่จำนวนเท่ากับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระซึ่งผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกได้ ศาลกำหนดให้ตามสมควร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1921/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดจากอุบัติเหตุรถโดยสารและการเรียกร้องค่าเสียหายของคู่สมรส
ลูกจ้างของจำเลยขับรถประจำทางโดยประมาทเลินเล่อเลี้ยวรถด้วยความเร็วเกินสมควร โจทก์เตรียมจะลงยืนที่หน้าประตูรถถูกรถเหวี่ยงตกจากรถ ต้องผ่าตัดสมอง โจทก์ทุพพลภาพตลอดชีวิต ถูกทรมานทั้งกายและจิตใจ ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายเหล่านี้
กรณีละเมิดต่อร่างกายของภริยา สามีทำสัญญาประนีประนอมยอมความรับค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดโดยภริยาไม่รู้เห็นด้วย สัญญานั้นไม่ผูกพันภริยา สิทธิเรียกร้องของภริยาไม่ระงับ
กรณีละเมิดต่อร่างกายของภริยา สามีทำสัญญาประนีประนอมยอมความรับค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดโดยภริยาไม่รู้เห็นด้วย สัญญานั้นไม่ผูกพันภริยา สิทธิเรียกร้องของภริยาไม่ระงับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย: ผู้ค้ำประกันฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ในฐานะตนเอง
ผู้เอาประกันภัยค้ำจุนซึ่งศาลพิพากษาให้ใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลภายนอกแล้ว ฟ้องผู้รับประกันภัยเรียกค่าเสียหายนั้นตามสิทธิของตนในสัญญาประกันภัยได้ ไม่ใช่ฟ้องแทนบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขจำนวนค่าเสียหายโดยศาลอุทธรณ์ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 248
โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าซ่อมอาคารโรงเรียนเป็นเงิน 20,125 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงินให้แก่โจทก์ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดมาสูงเกินกว่าปกติ และความชำรุดบกพร่องเกิดจากแบบแปลนของโจทก์ไม่ดีด้วยพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 10,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เสร็จแก่โจทก์ เป็นการแก้ไขเฉพาะจำนวนเงินค่าซ่อมให้น้อยลงจากค่าซ่อมอาคารโรงเรียนที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับเพราะศาลอุทธรณ์แก้ไขค่าเสียหายเพียงเล็กน้อย ไม่เข้าเหตุฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามมาตรา 248
โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าซ่อมอาคารโรงเรียนเป็นเงิน20,125 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงินให้แก่โจทก์ตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดมาสูงเกินกว่าปกติ และความชำรุดบกพร่องเกิดจากแบบแปลนของโจทก์ไม่ดีด้วยพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 10,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เสร็จแก่โจทก์ เป็นการแก้ไขเฉพาะจำนวนเงินค่าซ่อมให้น้อยลงจากค่าซ่อมอาคารโรงเรียนที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายจากรถชนในสัญญาเช่าซื้อ: สิทธิเรียกร้องของผู้เช่าซื้อ
โจทก์เช่าซื้อรถยนต์ รถยนต์ถูกชนเสียหาย โจทก์ฟ้องผู้ทำละเมิดเรียกค่าเสียหาย เพราะไม่ได้ใช้รถยนต์ และค่าที่รถยนต์ในความรับผิดของโจทก์เสียหาย กับจะไม่ได้รถยนต์ในสภาพดีเมื่อส่งเงินครบตามสัญญาด้วยได้