พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,266 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดของผู้เช่าเรือตามสัญญาเช่า และผลกระทบของเหตุสุดวิสัยต่อความรับผิด
สัญญาเช่าเรือมีความว่า " ข้อรับผิดชอบในความเสียหายอันจะเกิดจากวัตถุแห่งการเช่าคือตัวเรือ และเครื่องยนต์ตลอดจนอุปกรณ์ ผู้เช่าจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า ( เว้นแต่จะสึกหรอโดยปกติของการใช้ ) " มิได้มีความประสงค์จะให้ผู้เช่ารับผิดนอกเหนือไปจาก ป.ม.แพ่งฯมาตรา 562 แต่อย่างไรไม่
จำเลยเช่าเรือของโจทก์ไปบรรทุกสิ่งของและลากจูงเรือลำเลียง เรือของโจทก์จมเนื่องจากคลื่นลมจัด ผิดปกติ อันเป็นเหตุสุดวิสัย ดังนี้ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
จำเลยเช่าเรือของโจทก์ไปบรรทุกสิ่งของและลากจูงเรือลำเลียง เรือของโจทก์จมเนื่องจากคลื่นลมจัด ผิดปกติ อันเป็นเหตุสุดวิสัย ดังนี้ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดของผู้เช่าเรือตามสัญญาเช่าและการยกเว้นความรับผิดจากเหตุสุดวิสัย
สัญญาเช่าเรือมีความว่า'ข้อรับผิดชอบในความเสียหายอันจะเกิดจากวัตถุแห่งการเช่าคือตัวเรือ และเครื่องยนต์ตลอดจนอุปกรณ์ ผู้เช่าจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า (เว้นแต่จะสึกหรอโดยปกติของการใช้)'มิได้มีความประสงค์จะให้ผู้เช่ารับผิดนอกเหนือไปจาก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 แต่อย่างไรไม่
จำเลยเช่าเรือของโจทก์ไปบรรทุกสิ่งของและลากจูงเรือลำเลียงเรือของโจทก์จมเนื่องจากคลื่นลมจัด ผิดปกติ อันเป็นเหตุสุดวิสัยดังนี้ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
จำเลยเช่าเรือของโจทก์ไปบรรทุกสิ่งของและลากจูงเรือลำเลียงเรือของโจทก์จมเนื่องจากคลื่นลมจัด ผิดปกติ อันเป็นเหตุสุดวิสัยดังนี้ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้ให้เช่าต่อการรื้อถอนอาคาร แม้จะอ้างคำสั่งทางราชการ ก็ไม่สามารถยกเว้นความรับผิดได้
ผู้เช่าฟ้องจำเลยผู้ให้เช่าว่าจ้างวานให้บุคคลอื่นรื้อหลังคาเคหะที่ให้เช่าเป็นเหตุให้ผู้เช่าโจทก์เสียหาย จึงขอให้จำเลยจัดการซ่อมหลังคา หรือถ้าจำเลยไม่จัดการ ก็ขอให้โจทก์ซ่อมแซมโดยจำเลยเสียค่าซ่อม ดังนี้ แม้การเช่าจะไม่มีหนังสือ ก็ยังฟ้องคดีเช่นนี้ได้ และเมื่อจำเลยให้การว่า 'จำเลยมิได้บังอาจสมคบจ้างวานบุคคลอื่นทำการรื้อหลังคาห้องที่โจทก์เช่าแต่จำเลยให้คนรื้อห้องพิพาทอันเป็นห้องของจำเลยตามคำสั่งของนายกเทศมนตรีซึ่งจำเลยเชื่อว่า เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย และเชื่อว่า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม.จำเลยอาจมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งก่อนรื้อจำเลยก็ได้แจ้งให้โจทก์และเจ้าหน้าที่อำเภอทราบล่วงหน้าแล้ว' ดังนี้ แม้จะได้เป็นความจริง ข้ออ้างดังกล่าวก็ไม่ใช่ข้อต่อสู้ที่จะให้จำเลยพ้นความรับผิดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าและการจ่ายเงินชดเชย แม้ผิดกำหนดออกจากที่เช่าก็ไม่กระทบสิทธิรับเงินตามสัญญา
สัญญามีว่า โจทก์ยอมออกจากที่เช่าภายใน 31 สิงหาคมจำเลยยอมจ่ายเงินให้โจทก์ 50,000 บาท โจทก์ออกจากที่เช่าช้ากว่า 31 สิงหาคม ดังนี้ ไม่เป็นเหตุให้จำเลยงดไม่จ่ายเงินตามสัญญาการออกจากที่เช่าผิดกำหนดอาจเป็นผิดสัญญาที่จะต้องยกขึ้นเป็นข้ออ้างอีกส่วนหนึ่งถ้าไม่มีประเด็นไปถึงข้อนี้ จำเลยต้องจ่ายเงินให้โจทก์ตามสัญญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 331/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจัดหาผู้เช่าที่ดินหลวงที่เป็นโมฆะ: การใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือขัดต่อความสงบเรียบร้อย
รับเป็นนายหน้าจัดให้เขาได้เช่าที่ดินของทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยวิ่งเต้นให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือผู้ขอเช่า ดังนี้ ย่อมเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ฉะนั้นความตกลงทั้งหลายในกรณีเช่นนี้ จึงเป็นโมฆะกรรม ใช้บังคับไม่ได้ จึงฟ้องเรียกค่านายหน้าจากผู้เช่า ไม่ได้ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบพื้นที่เช่าให้ผู้เช่าได้จริง หากไม่สามารถทำได้ ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่า
เช่าสวนเช่านากันแล้วผู้ให้เช่าไปชี้เขตที่เช่าให้แก่ผู้เช่าแต่ปรากฏว่าผู้เช่าเข้าไปครอบครองไม่ได้เพราะบุตรของผู้เช่าคนเดิมยังปลูกเรือนอยู่ในที่เช่าและยังแย่งทำนาเสียด้วยดังนี้ ถือว่าผู้ให้เช่าไม่อาจมอบที่เช่าให้ผู้เช่าได้ จึงต้องคืนค่าเช่าและใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2087/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่านาสิ้นสุดก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่านา สิทธิการฟ้องคดีละเมิดยังคงมี
ผู้เช่านาได้ยอมให้เจ้าของนาเอานาให้ผู้อื่นเช่าแล้วทางราชการจึงได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านาในท้องที่นั้น ผู้เช่าเดิมจะอ้างสิทธิขอต่ออายุสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านาไม่ได้ เพราะขณะประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านานั้น การเช่าระหว่างผู้เช่าเดิมกับเจ้าของนาไม่มีเสียแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2087/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นสุดก่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่านา สิทธิการฟ้องละเมิดยังคงมี
ผู้เช่านาได้ยอมให้เจ้าของนาเอานาให้ผู้อื่นเช่าแล้วทางราชการจึงได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาในท้องที่นั้น ผู้เช่าเดิมจะอ้างสิทธิขอต่ออายุสัญญาเช่าตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาไม่ได้ เพราะขณะประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านานั้น การเช่าระหว่างผู้เช่าเดิมกับเจ้าของนาไม่มีเสียแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1841/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระค่าเช่าที่ไม่สมบูรณ์ และการละเมิดสัญญาเช่าหลังมีมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า
ผู้เช่าเพียงชำระค่าเช่าแก่ผู้ให้เช่า ๆ ไม่รับดังนี้ยังเรียกไม่ได้ว่าผู้เช่าผิดนัด จู่ ๆ ผู้ให้เช่าจะมาขอให้ศาลบังคับให้ไม่ได้
ในเรื่องค่าเช่าฟ้องบรรยายว่าได้เลิกสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่าไม่ยอมออกขอเรียกค่าเสียหาย 2,000 บาท และค่าเช่ารวม 180 บาทดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
กรณีย์ที่มีมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ ให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่า ผู้เช่าจะละเมิดก็ต่อเมื่อได้ทราบมตินั้น
ในเรื่องค่าเช่าฟ้องบรรยายว่าได้เลิกสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่าไม่ยอมออกขอเรียกค่าเสียหาย 2,000 บาท และค่าเช่ารวม 180 บาทดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
กรณีย์ที่มีมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ ให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่า ผู้เช่าจะละเมิดก็ต่อเมื่อได้ทราบมตินั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183-185/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประกอบธุรกิจในเคหะ และการแจ้งคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าที่ชอบด้วยกฎหมาย
การรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผม นั้นได้ชื่อว่าเป็นการประกอบธุระกิจการค้าแล้ว แม้จะมีการอยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ
โจทก์อ้างพยานเอกสารจากจำเลยๆ รับหมายแล้วไม่ส่งและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ดังนี้ ศาลต้องฟังว่า จำเลยยอมรับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 123,124, แล้ว
การบอกกล่าวเลิกการเช่า ที่ส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ส่ง หมายเหตุว่าส่งแล้ว ผู้รับไม่ยอมรับ คืนดังนี้ต้องถือว่าผู้เช่าได้ทราบคำบอกกล่าวนั้นแล้ว
โจทก์อ้างพยานเอกสารจากจำเลยๆ รับหมายแล้วไม่ส่งและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ดังนี้ ศาลต้องฟังว่า จำเลยยอมรับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 123,124, แล้ว
การบอกกล่าวเลิกการเช่า ที่ส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ส่ง หมายเหตุว่าส่งแล้ว ผู้รับไม่ยอมรับ คืนดังนี้ต้องถือว่าผู้เช่าได้ทราบคำบอกกล่าวนั้นแล้ว