คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
เจตนา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,077 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่า: การกระทำโดยไม่มีเจตนาและเหตุผลแห่งการทำร้ายจนถึงแก่ความตาย
จำเลยกับผู้ตายรักใคร่กันดี ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนวันเกิดเหตุผู้ตายมาช่วยจำเลยเกี่ยวข้าว ผู้ตายหยอกล้อจำเลยเรื่องหาสุรามาไม่พอดื่ม จำเลยใช้เคียวเกี่ยวข้าวฟันผู้ตายถูกบริเวณเอวข้างซ้ายในขณะที่ผู้ตายกำลังก้มลงเกี่ยวข้าว จำเลยมีโอกาสที่จะเลือกฟันถูกตายให้ถูกอวัยวะที่สำคัญได้แต่กลับฟันบริเวณลำตัว และฟันเพียงครั้งเดียวมิได้ฟันซ้ำอีกทั้ง ๆ ที่มีโอกาสทำได้ผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องมีโลหิตตกในช่องปอดและมีลมในช่องปอดมากกดให้หัวใจหยุดเต้น ซึ่งน่าจะเป็นเหตุบังเอิญมากกว่าที่จำเลยจะเล็กเห็นหรือประสงค์ให้เกิดผลเช่นนั้น พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย จำเลยคงมีความผิดฐานทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2757/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หลักฐานการกู้ยืมเงินต้องชัดเจนว่ามีเจตนาจะกู้ยืมและชำระคืน เอกสารเพียงแค่การจ่ายเช็คไม่ถือเป็นหลักฐาน
เช็คที่จำเลยลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายมอบให้แก่โจทก์ก็ดี หรือเช็คที่โจทก์ออกให้แก่จำเลยและจำเลยนำไปรับเงินแล้วก็ดี ไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
ความในเอกสารมีว่า คุณอาจิน (โจทก์) ที่นับถือ ผม(จำเลย) ให้สุวพรมาหา ผมกำลังวิ่งหาซื้อของจะขึ้นไปหน่วยงาน ที่ผมเรียนไว้เมื่อเช้าว่าจะเอาคืนก่อน 400,000 ผมคิดรายการที่จำเป็นจะต้องใช้ดูไม่ค่อยพอดี จึงเขียนเช็คมาให้ 450,000 ขอให้คุณอาจิณจ่ายธนาคารเอเซียทรัสต์ ผมจะให้สุวพรไปทำแคชเชียร์เช็คจากธนาคารเช่นนี้ ไม่มีข้อความตอนใดพอที่จะแสดงว่ามีการกู้ยืมเงินกัน หรือจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์จะใช้เงินคืนให้โจทก์ เอกสารดังกล่าวจึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนการโอนทรัพย์สินก่อนล้มละลายเมื่อเจตนาให้เจ้าหนี้รายหนึ่งได้เปรียบ
จำเลยที่ 2 มีหนี้สินจำนวนมาก เฉพาะที่มายื่น คำร้องขอรับชำระหนี้ มี 119 ราย เป็นจำนวนหนี้ถึง 262 ล้านบาท ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 รู้อยู่แล้วว่าตนเอง มีหนี้สินเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่กลับโอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งเพื่อเป็นการชำระหนี้ภายในเวลา 3 เดือนก่อนมีการขอให้ ล้มละลาย ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้โอนทรัพย์สิน โดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยของ มาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 แล้ว
การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการ ขอให้ล้มละลายตาม มาตรา 115 ถ้าลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้โอน ทรัพย์สิน เพียงฝ่ายเดียวรู้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบ เจ้าหนี้อื่นก็เป็นการเพียงพอที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะร้องขอให้เพิกถอนการโอนได้แล้ว
บุคคลภายนอกแม้จะรับโอนมาโดยสุจริต และมีค่าตอบแทนแต่หากรับโอนไว้ภายหลังที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้วย่อมไม่ได้รับ ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 116

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนการโอนทรัพย์สินก่อนล้มละลายเมื่อเจตนาให้เจ้าหนี้รายหนึ่งได้เปรียบ
จำเลยที่ 2 มีหนี้สินจำนวนมาก เฉพาะที่มายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ มี119 ราย เป็นจำนวนหนี้ถึง 262 ล้าน บาท ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 รู้อยู่แล้วว่าตนเอง มีหนี้สินเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่กลับ โอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งเพื่อเป็นการชำระหนี้ภายในเวลา 3 เดือนก่อนมีการขอให้ ล้มละลายย่อมถือได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้โอนทรัพย์สิน โดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยของ มาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แล้ว
การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการ ขอให้ล้มละลายตาม มาตรา 115. ถ้าลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้โอน ทรัพย์สิน เพียงฝ่ายเดียวรู้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบ เจ้าหนี้อื่นก็เป็นการเพียงพอที่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะร้องขอให้ เพิกถอนการโอนได้แล้ว
บุคคลภายนอกแม้จะรับโอนมาโดยสุจริต และมีค่าตอบแทน แต่หากรับโอนไว้ภายหลังที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้วย่อมไม่ได้รับ ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 116

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำที่อาจทำให้ถึงแก่ชีวิต และเจตนาพยายามฆ่า
จำเลยผลักผู้เสียหายตกลงมาจากช่องเพดานโบสถ์ซึ่งอยู่สูงจากพื้นโบสถ์ประมาณ 10 เมตร พื้นโบสถ์เป็นซีเมนต์เรียบ หากตกลงมาโดยศีรษะกระทบพื้นแล้วอาจถึงตายได้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บกระดูกสันหลังหัก ถ้าไม่ได้รับการ รักษาทันท่วงทีก็อาจพิการถึงตลอดชีวิต ดังนี้จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้ว่าอาจจะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผลของคำพิพากษาเฉพาะคู่ความ ไม่ผูกพันบุคคลภายนอก แม้ศาลสั่งให้ถือคำพิพากษาแทนเจตนา
คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ว่า ใบอนุญาตจัดหางานเป็นของ โจทก์ให้จำเลยจัดการคืนใบอนุญาตและใส่ชื่อโจทก์หาก จำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการ แสดงเจตนาของจำเลยนั้นย่อมผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีนี้ เท่านั้น หามีผลไปบังคับกรมแรงงานซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ โจทก์จึงขอให้ศาลมีหนังสือแจ้งให้กรมแรงงานจัดการ แก้ไขชื่อเจ้าของใบอนุญาตจัดหางานเป็นของโจทก์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2385/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมกันมียาเสพติดเพื่อจำหน่าย แม้เพียงรับฝากขนส่ง หากรู้เจตนาผู้ฝาก
เฮโรอีนของกลางที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเป็นของ บุคคลอื่นที่จะนำไปจำหน่ายแม้จำเลยที่ 1 เพียงแต่ รับฝากเฮโรอีนของกลางให้นำพาไป แต่จำเลยที่ 1 รู้อยู่ ว่าผู้ฝากจะนำไปจำหน่ายการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการร่วมกับผู้อื่นมีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2385/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมกันมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย แม้เพียงรับฝาก หากรู้เจตนาของผู้ฝาก ถือมีความผิด
เฮโรอีนของกลางที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเป็นของ บุคคลอื่นที่จะนำไปจำหน่ายแม้จำเลยที่ 1 เพียงแต่ รับฝากเฮโรอีนของกลางให้นำพาไป แต่จำเลยที่ 1 รู้อยู่ ว่าผู้ฝากจะนำไปจำหน่ายการกระทำของจำเลยที่ 1 จึง เป็นการร่วมกับผู้อื่นมีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำให้เกิดระเบิดโดยประมาท หรือเจตนาฆ่าตัวตาย จนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 222
ปกติลูกระเบิดเป็นอาวุธร้ายแรง เมื่อถอดสลักลูกระเบิดหรือสลักนิรภัยออกแล้วย่อมจะต้องระเบิดขึ้นทำอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ จำเลยทำให้เกิดระเบิดโดยเจตนาฆ่าตัวตาย เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 222

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2321/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงเจตนาทางแพ่ง: การยอมให้ผู้อื่นแสดงเจตนาแทนและผลผูกพันตามสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงิน
จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญาขายลดตั๋วเงินกับ โจทก์ต่อมาจำเลยที่ 2 มอบเช็คให้ ส.นำไปแลกเงินจาก โจทก์ โดยมีจดหมายไปถึงพนักงานสินเชื่อของโจทก์ให้จัดการ เรื่องแลกเช็คกระดาษที่เขียนก็เป็นกระดาษแบบพิมพ์ของ จำเลยที่ 1 มีตราและชื่อโรงพยาบาลบนหัวกระดาษข้อความก็ระบุว่ากำลังขยายโรงพยาบาลจำเลยที่ 1 เช่นนี้ ย่อมทำให้ โจทก์เข้าใจว่าเช็คดังกล่าวเป็นเช็คที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 เป็นผู้ทรงและเงินที่แลกไปนั้นต้องนำไปใช้ในกิจการของ โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 ดังนั้นแม้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็น กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 ลงชื่อสลักหลังแต่ผู้เดียว โดยมิได้ประทับตราบริษัทจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับของบริษัทจำเลยที่ 1 ก็ตามแต่พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงว่า จำเลยที่ 1 รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ 2 เชิดตัวจำเลยที่ 2 ออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 จึง ต้องรับผิด
สิทธิเรียกร้องอันเนื่องมาจากสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินมีอายุความฟ้องร้อง 10 ปี
of 408