พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดก เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้อง แม้ทายาทอื่นไม่ร่วมฟ้อง
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และทายาทอีกคนหนึ่ง จำเลยคิดแย่งกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงขอให้ขับไล่จำเลยและขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทดังนี้แม้ทายาทนั้นจะไม่ได้มาร่วมเป็นโจทก์ด้วยโจทก์ก็ยังเป็นผู้รับมรดกและเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินพิพาทจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ฝ่ายจำเลยไม่มีอำนาจอะไรเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกกรรมสิทธิ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจากลายพิมพ์นิ้วมือหลอกลวง
มารดากับบุตรมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกัน ภายหลังบุตรขอให้มารดากดลายพิมพ์นิ้วมือให้ โดยอ้างว่าจะไปขึ้นเงินจำนองที่ดินรายนี้ ครั้นมารดากดลายพิมพ์นิ้วมือให้ไปแล้ว บุตรกลับไปทำเป็นหนังสือมอบอำนาจของมารดาให้บุตรเป็นผู้จัดการยกกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของมารดาให้แก่บุตร และบุตรได้ดำเนินการมาจนเจ้าพนักงานที่ดินทำนิติกรรมยกให้ที่ดินส่วนมารดาเป็นกรรมสิทธิ์ของบุตร ดังนี้ มารดาย่อมมีสิทธิขอให้เพิกถอนการให้นี้ได้ เพราะถือได้ว่านิติกรรมการให้ดังกล่าวเป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดก่อนคำพิพากษา แม้ผู้ซื้อสุจริตก็ไม่เกิดกรรมสิทธิ์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์คืน
การยึดทรัพย์จำเลยก่อนคำพิพากษานั้น แม้การยึดทรัพย์เจ้าพนักงานจะมิได้แจ้งให้จำเลยทราบเพราะไม่พบตัวจำเลยก็ไม่ทำให้การยึดนั้นเสียไป
จำเลยซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษา แก่ผู้ซื้อ แม้ผู้ซื้อจะซื้อโดยสุจริต ก็ไม่ได้กรรมสิทธิตามนัยแห่ง ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 259,305 และในภายหลังปรากฎว่าจำเลยถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว เพราะมีผู้ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่สามารถเข้าครอบครองทรัพย์ที่ถูกยึดดังกล่าวข้างต้นได้ เนื่องจากเมื่อซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดกันแล้ว ผู้ซื้อก็ขนเอาทรัพย์นั้นไปหมด โดยผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นได้รู้เห็น ดังนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดี ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องให้ผู้ซื้อทรัพย์นั้นกับผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้น ส่งทรัพย์ที่เอาไปได้ถ้าส่งไม่ได้ก็ต้องใช้ราคา
จำเลยซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษา แก่ผู้ซื้อ แม้ผู้ซื้อจะซื้อโดยสุจริต ก็ไม่ได้กรรมสิทธิตามนัยแห่ง ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 259,305 และในภายหลังปรากฎว่าจำเลยถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว เพราะมีผู้ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่สามารถเข้าครอบครองทรัพย์ที่ถูกยึดดังกล่าวข้างต้นได้ เนื่องจากเมื่อซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดกันแล้ว ผู้ซื้อก็ขนเอาทรัพย์นั้นไปหมด โดยผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นได้รู้เห็น ดังนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดี ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องให้ผู้ซื้อทรัพย์นั้นกับผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้น ส่งทรัพย์ที่เอาไปได้ถ้าส่งไม่ได้ก็ต้องใช้ราคา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละสิทธิในที่ดินจากการกู้ยืมเงิน: ประเด็นการยกนาพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์และการไม่ขอไถ่คืน
โจทก์ฟ้องขอชำระหนี้ยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้คืน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขึ้นเงินกู้แล้ว ทำสัญญายกนาพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิของจำเลยแล้วไม่ขอไถ่ ดังนี้ประเด็นคงมีว่าโจทก์ให้จำเลยยึดถือนาพิพาทไว้แทนเป็นประกันเงินกู้ดังฟ้อง หรือว่าโจทก์ได้สละสิทธินาพิพาทให้จำเลยแล้วตามจำเลยต่อสู้เท่านั้น เมื่อคดีได้ความตามที่จำเลยต่อสู้ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง โดยถือว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ตามประเด็นข้ออ้างที่ถือว่าเป็นสิทธิเรียกนาพิพาทคืนจากจำเลย ส่วนนาพิพาทจะเป็นของบิดาโจทก์หรือของใคร ไม่เป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1547/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดัดแปลงโรงเรือนเช่า: สิทธิในส่วนควบ vs. กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าโรงเรือนของโจทก์ แล้วจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ โดยดัดแปลงแก้ไข รื้อขนสัมภาระจากโรงเรือนของโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายจึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ดังนี้ เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยตามมูลละเมิด เมื่อฟังไม่ได้ว่า เป็นละเมิดแล้วในข้อที่จำเลยจะต้องรับผิดฐานไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่าหรือไม่นั้น ไม่มีประเด็นจะวินิจฉัยเพราะเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องว่ากล่าวตามมูลสัญญาเช่า
แม้ในสัญญาเช่าจะใช้คำว่าการดัดแปลงหรือต่อเติมใดๆที่ผู้เช่าได้ทำขึ้นต้องตกเป็นของผู้ให้เช่าก็ดี ก็ย่อมต้องหมายความถึงการกระทำที่มาเป็นส่วนควบของทรัพย์ประธาน สัญญาเช่าที่มีข้อความดังที่ปรากฏนี้ หาอาจทำให้อสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นที่ตกเข้ามาอยู่ในที่เช่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ไม่
แม้ในสัญญาเช่าจะใช้คำว่าการดัดแปลงหรือต่อเติมใดๆที่ผู้เช่าได้ทำขึ้นต้องตกเป็นของผู้ให้เช่าก็ดี ก็ย่อมต้องหมายความถึงการกระทำที่มาเป็นส่วนควบของทรัพย์ประธาน สัญญาเช่าที่มีข้อความดังที่ปรากฏนี้ หาอาจทำให้อสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นที่ตกเข้ามาอยู่ในที่เช่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท: การเก็บผลผลิตไม่ใช่ลักทรัพย์ หากเป็นข้อพิพาททางแพ่ง
จำเลยเก็บมะพร้าวในสวนที่จำเลยครอบครอง ในฐานะที่ถือตนว่าเป็นเจ้าของสวนตลอดมา แม้จะมีกรณีโต้เถียงกับโจทก์ในเรื่องกรรมสิทธิ์ของสวนพิพาทนี้ ก็เป็นเรื่องลักทรัพย์ทางอาญาไม่ได้ กรณีเป็นเรื่องแย่งกรรมสิทธิ์ทางแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุม: การอ้างกรรมสิทธิ์ทองรูปพรรณทั้งในฐานะผู้ฝากและทายาท ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์
โจทย์ฟ้องเรียกทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งจากจำเลย โดยกล่าวความเป็น 2 นัย ๆ หนึ่งว่า ทองรูปพรรณเป็นของโจทก์ ๆ ฝากผู้มีชื่อไว้แล้วตกไปอยู่แก่จำเลย อีกนัยหนึ่งอ้างว่า โจทก์เป็นทายาทของผู้มีชื่อนั้น ผู้มีชื่อนั้นตาย โจทก์เป็นทายาทผู้เดียวจึงขอรับเอาเป็นมรดกดังนี้ นับว่าเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 172 เพราะไม่แสดงให้แน่ชัดว่าทองรูปพรรณนี้เป็นของโจทก์หรือของผู้มีชื่อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย่งทำกินในที่ดินร่วมกัน ไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ระบุเขตที่ดิน เพราะผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันย่อมรู้ได้
ในกรณีที่โจทก์จำเลยและคนอื่นเป็นเจ้าของกรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกัน ต่างเป็นเจ้าของที่ดินมีส่วนเท่ากันทุกคนนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าทำนาในที่ดินส่วนของโจทก์เสียทั้งหมด จึงเรียกค่าเสียหายกล่าวเพียงเท่านี้ จำเลยย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์หมายความว่า จำเลยบุกรุกแย่งที่ดินซึ่งเป็นส่วนขอโจทก์แม้ไม่บอกเขตต์ติดต่อว่าอยู่ตรงไหนอย่างใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย่งทำกินในที่ดินร่วมกัน ไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ระบุขอบเขตชัดเจน
ในกรณีที่โจทก์จำเลยและคนอื่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกัน ต่างเป็นเจ้าของที่ดินมีส่วนเท่ากันทุกคนนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าทำนาในที่ดินส่วนของโจทก์เสียทั้งหมด จึงเรียกค่าเสียหายกล่าวเพียงเท่านี้ จำเลยย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์หมายความว่า จำเลยบุกรุกแย่งที่ดินซึ่งเป็นส่วนของโจทก์แม้ไม่บอกเขตติดต่อว่าอยู่ตรงไหนอย่างใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดฐานปิดกั้นเหมืองสาธารณะ แม้ข้อต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินจะไม่เป็นผล ศาลลงโทษได้ตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง
ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำทำนบปิดกั้นเหมืองสาธารณะระหว่างวันที่ 28 มีนาคม 2492 จำเลยรับว่าทำนบจริง แต่ต่อสุ้ว่าเป็นที่ดินของจำเลย ดังนี้ วันเวลาที่จำเลยทำทำนบจึงไม่สำคัญ โจทก์นำสืบได้ความว่า จำเลยทำทำนบปิดเหมืองสาธารณะเมื่อต้นปี พ.ศง 2492 ก็ลงโทษจำเลยได้