คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
เจตนา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,077 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาทำร้ายร่างกายสาหัส: พฤติการณ์การทำร้าย, ลักษณะบาดแผล, และการขาดเจตนาฆ่า
ผู้เสียหายและจำเลยต่างมีสามีคนเดียวกันอยู่คนละบ้าน วันเกิดเหตุผู้เสียหายไปหาสามีที่บ้านจำเลยแล้วเกิดโต้เถียงกันในเรื่องหึงหวงสามี จำเลยจึงเอามีดทำครัวมาฟันผู้เสียหายในบ้านทันทีทันใดโดยมิได้คาดคิดมาก่อน ผู้เสียหายถูกจำเลยฟันมีบาดแผลที่หนังศีรษะและข้อศอกข้างขวาแล้วผู้เสียหายล้มลงหมดสติ จำเลยมีโอกาสเลือกฟันผู้เสียหายได้อีก แต่กลับไม่ฟันตรงอวัยวะสำคัญโดยฟันที่ขาข้างซ้ายด้านข้างของผู้เสียหาย บาดแผลทั้งหมดเสียเลือดไม่มาก ไม่ทำให้ถึงแก่ความตายคงมีเฉพาะบาดแผลที่ข้อศอกที่ทำให้ข้อศอกอาจใช้การไม่ได้เท่านั้น และปรากฏว่าใช้เวลารักษา1 เดือน 10 วันหาย เพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะแสดงให้เห็นเจตนาฆ่า จำเลยควรมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1590/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเผยแพร่ข่าวอันเป็นเท็จทำให้เสียชื่อเสียง แม้มีเจตนาป้องกันตนเอง ก็ยังถือเป็นการละเมิด
การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงอันเป็นการทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 นั้น ผู้กระทำจะต้องรู้หรือควรจะรู้ได้ว่าไม่จริง จำเลยที่ 3 ลงพิมพ์โฆษณาข้อความในหนังสือพิมพ์เพื่อให้นักข่าวของตนซึ่งถูกฆ่าตายได้รับความเป็นธรรม ถึงหากข่าวนั้นจะไม่เป็นความจริง โดยมีผู้แอบอ้างชื่อโจทก์นำสร้อยไปมอบให้ภริยารัฐมนตรีเพื่อวิ่งเต้นล้มคดีที่โจทก์ตกเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่านักข่าว แต่เมื่อมีเหตุที่จำเลยที่ 3 จะคาดคิดเช่นนั้นได้จำเลยที่ 3 ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าไม่จริง การกระทำของจำเลยที่3 จึงไม่เป็นการทำละเมิด
การที่จำเลยที่ 3 ลงพิมพ์โฆษณาข้อความทำนองว่า โจทก์เป็นผู้กระทำความผิด นำความชั่วและเสื่อมเสียมาสู่จังหวัดตราดจนเมื่อโจทก์ถูกส่งตัวเข้าไปคุมขังในเรือนจำ จึงมีฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงเป็นการชำระล้างความชั่วให้หมดสิ้นไป โดยที่โจทก์มิได้เป็นผู้ใช้จ้างวานฆ่านักข่าวของหนังสือพิมพ์นั้น ย่อมเป็นการไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียหรือเกียรติคุณของโจทก์ แม้หนังสือพิมพ์จะลงพิมพ์โฆษณาข้อความตามที่ได้รับฟังมาจากบุคคลอื่น เมื่อข้อความนั้นฝ่าฝืนต่อความจริง การกล่าวหรือไขข่าวซ้ำก็เป็นการทำละเมิด ทั้งข้อความที่จำเลยที่ 3 นำลงพิมพ์โฆษณาหาใช่เป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมหรือติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำไม่แม้ โจทก์จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้จ้างวานฆ่านักข่าวของหนังสือพิมพ์และถูกส่งตัวเข้าไปคุมขังในเรือนจำ จำเลยที่ 3 ก็ไม่มีสิทธิที่จะนำเอาคำวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านมาลงพิมพ์โฆษณาว่าโจทก์เป็นผู้กระทำความผิดก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 3 ลงพิมพ์โฆษณาข้อความซึ่งควรจะรู้ได้ว่าไม่จริง จึงเป็นการทำละเมิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแทงทำร้ายร่างกายจากการวิวาท การพิจารณาเจตนาและสิทธิป้องกันตัว
จำเลยและผู้เสียหายไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ต่างดื่มเหล้ามึนเมาแล้วเกิดปากเสียงทะเลาะกัน จำเลยจึงแทงผู้เสียหายด้วยความโมโห ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณท้องมีแผ่นไขมันในช่องท้องโผล่ออกมา มีบาดแผลทะลุลำไส้ใหญ่ไม่ปรากฏว่าบาดแผลมีความกว้างยาวเท่าใดและลำไส้มิได้ไหลออกมาจากบาดแผล การที่จำเลยแทงเพียงครั้งเดียวก็วิ่งหลบหนีไปโดยมิได้แสดงความอาฆาตมาดร้ายผู้เสียหายแต่ประการใด ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
การที่จำเลยแทงผู้เสียเกิดจากทั้งสองฝ่ายสมัครใจวิวาทกันมิใช่ผู้เสียหายประทุษร้ายจำเลยฝ่ายเดียว อันเป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิป้องกันตัวได้จำเลยจึงอ้างว่าเป็นการป้องกันไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3745/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใส่ความผู้อื่นต้องมีเจตนาทำให้เสียชื่อเสียง การโต้เถียงกันเองไม่ถือเป็นความเสียหาย
ศ.ได้นำเจ้าพนักงานไปดูสถานที่ซึ่งศ. กับพวกร้องเรียนว่าจำเลยใช้รถแทรกเตอร์ไถดินกลบลำเหมืองสาธารณะ ศ.กับจำเลยเกิดโต้เถียงกันและศ. ได้พูดว่าจำเลยก่อนว่าจำเลยจะโกงลำเหมือง จำเลยจึงพูดว่าศ.ก็โกงที่เขามา ดังนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวนั้น เป็นถ้อยคำตอบโต้หรือย้อนคำ ศ. เป็นเรื่องต่างคนต่างว่าซึ่งกันและกันในการทะเลาะโต้เถียงกันจึงถือไม่ได้ว่า ศ. เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีที่คู่ความอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯนั้น ข้อเท็จจริงต้องฟังเป็นยุติตามที่ศาลแขวงฟังมา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนในคดีอาญา: พฤติการณ์ดักซุ่มและเตรียมอาวุธบ่งชี้เจตนา
จำเลยมีปากเสียงชกต่อย ค. ด้วยสาเหตุปักใจเชื่อว่าค. เป็นคนร้ายฆ่าบิดาตน จำเลยสู้ไม่ได้และกลับไปก่อน ต่อมาอีก 30 นาที ค. ขี่รถจักรยานกลับบ้านมี ป. นั่งซ้อนท้ายไปด้วย จำเลยดักซุ่มอยู่ในป่าข้างทางใช้ปืนแก๊ปยาวที่ถือติดมือมายิง ค. แต่กระสุนปืนพลาดไปถูก ป. ตาย ดังนี้ เป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วยมาตรา 60

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3614/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาหลายกรรม แม้การกระทำครั้งเดียว หากมีเจตนาให้เกิดผลหลายกรรม ถือเป็นความผิดหลายกระทง
การกระทำครั้งเดียวถ้าหากผู้กระทำมีเจตนาจะให้เกิดผลเป็นหลายกรรมก็ย่อมถือเป็นความผิดหลายกรรมได้ จำเลยมีเจตนาใช้รถผิดประเภทตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ.2522 มาตรา 128 กรรมหนึ่ง และมีเจตนากระทำความผิดฐานแย่งผลประโยชน์กับบริษัท ข. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางอนุญาตตามมาตรา 138 อีกกรรมหนึ่งซึ่งแตกต่างกันในลักษณะของความผิดอย่างเห็นได้ชัดจำเลย จึงมีความผิดเป็น 2 กระทง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3595/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำความผิดฐานเป็นตัวการร่วม การรอรับคนร้ายหลังเกิดเหตุ ไม่ถือเป็นเจตนาเข้าร่วมกระทำความผิด
โจทก์ไม่มีพยานมาสืบแสดงว่าก่อนจำเลยจะมารอรับคนร้ายที่ฆ่าผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น จำเลยได้รู้หรือมีเหตุการณ์ที่จำเลยควรจะรู้ว่าคนร้ายจะไปฆ่าผู้ตายแล้วให้จำเลยรอรับเพื่อพาหลบหนี อันเป็นการแบ่งหน้าที่กัน ลำพังเพียงจำเลยมารอรับคนร้ายและพาหลบหนีไปดังกล่าว จะถือว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดกับคนร้ายหาได้ไม่ เพราะจำเลยอาจเพิ่งทราบว่าคนร้ายยิงผู้ตายภายหลังเกิดเหตุก็ได้ ทั้งการที่จำเลยมิได้มาทำงานตามปกติหาใช่เหตุผลแสดงว่าจำเลยร่วมกับคนร้าย แต่อาจเนื่องมาจากจำเลยกลัวความผิดที่พาคนร้ายหลบหนีก็ได้ คดีจึงลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการร่วมกับคนร้ายฆ่าผู้ตายหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3590/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาใช้เครื่องชั่งผิดอัตราเพื่อเอารัดเอาเปรียบในการค้า ถือเป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ใช้บทหนักลงโทษ
จำเลยมีเครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้า และใช้เครื่องชั่งดังกล่าวในวันเวลาเดียวกันก็เท่ากับว่า จำเลยมีเจตนาอันเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้บทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3590/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาใช้เครื่องชั่งผิดอัตราเพื่อโกงในการค้าเป็นความผิดอาญา
จำเลยมีเครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้าและใช้เครื่องชั่งดังกล่าวในวันเวลาเดียวกัน ก็เท่ากับว่าจำเลยมีเจตนาอันเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้บทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3486/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลักทรัพย์ ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ลดโทษตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสองกับพวกดื่มสุราอยู่ด้วยกัน แล้วจำเลยที่ 2 ให้ผู้ตายดื่มสุรา ผู้ตายไม่ดื่ม พวกจำเลยพูดว่าถ้าไม่ดื่มจะถูกตบ ผู้เสียหายพูดว่าไม่ดื่มแค่นี้จะถูกตบด้วยหรือ จำเลยที่ 1 ใช้แก้วสุราตบหน้าผู้เสียหายจนล้มลงแล้วลุกขึ้น จำเลยที่ 1 ชักปืนออกมา ผู้ตายวิ่งหนีผู้เสียหายวิ่งตาม จำเลยที่ 1 ยิงปืน 2 นัด ถูก ผู้ตายถึงแก่ความตาย จากนั้นจำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไป เมื่อถึงคอสะพานก็จอดให้จำเลยที่ 2นั่งซ้อนท้ายไปด้วย ดังนี้ การยิงผู้ตายและเอารถจักรยานยนต์ ของผู้เสียหายไปเป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 2 มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย ทั้งเหตุที่ จำเลยที่ 1 ยิงผู้ตายก็เนื่องจากผู้ตายไม่ยอมดื่มสุรา มิใช่ประสงค์จะแย่งชิงรถของผู้เสียหาย การเอารถไปก็เพื่อ จะหลบหนีให้พ้นจากการจับกุมหลังจากที่ได้กระทำผิด ฐานฆ่าผู้ตาย จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และฐานลักทรัพย์ตาม มาตรา 335 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีความผิด
of 408