คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
กรรมสิทธิ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำผิดฐานปิดกั้นเหมืองสาธารณะ แม้จะโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน การพิสูจน์ได้ว่ากระทำผิดในช่วงเวลาที่กล่าวอ้างก็เพียงพอ
ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำทำนบปิดกั้นเหมืองสาธารณะระหว่างวันที่1 มกราคม ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2492 จำเลยรับว่าทำทำนบจริง แต่ต่อสู้ว่าเป็นที่ดินของจำเลย ดังนี้ วันเวลาที่จำเลยทำทำนบจึงไม่สำคัญโจทก์นำสืบได้ความว่าจำเลยทำทำนบปิดเหมืองสาธารณะเมื่อต้นปี พ.ศ.2492 ก็ลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาแบ่งที่ดินที่ทำขึ้นจากการข่มขู่ และผลกระทบต่อการเพิกถอนการโอนขายที่ดิน
ข่มขู่ให้เจ้าของที่ดินทำสัญญาแบ่งที่ดินให้ ภายหลังเจ้าของที่ดินทำสัญญาโอนขายที่ดินนั้นให้ผู้อื่น จึงฟ้องขอให้เพิกถอนการโอน เจ้าของที่ดินต่อสู้กรรมสิทธิ์ และขอบอกล้างโมฆียะกรรมนั้น เสียในชั้นให้การต่อสู้คดี ดังนี้ ศาลจะบังคับให้แบ่งที่ตามสัญญาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในที่ดินก่อนพิจารณาประเด็นบุกรุก: ศาลต้องชี้ขาดกรรมสิทธิ์ก่อน หากกรรมสิทธิ์ไม่ชัดเจน ประเด็นบุกรุกจึงไม่สามารถวินิจฉัยได้
โจทก์ฟ้องว่าที่วิวาทเป็นของโจทก์ จำเลยบุกรุกขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอดและจำเลยมิได้บุกรุก ผู้ร้องสอดร้องสอดเข้ามา ก็ให้การยืนยันว่าผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของที่พิพาท ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีจึงมีเป็นประการแรกว่า ที่พิพาทเป็นของใคร ถ้าฟังว่าเป็นของโจทก์จึงจะมีประเด็นต่อไปว่า จำเลยบุกรุกหรือเปล่า ถ้าฟังว่าที่เป็นของผู้ร้องสอดข้อบุกรุกก็ตกไป ฉะนั้นศาลจะชี้ขาดแต่เพียงว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียโดยไม่ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือมิใช่ซึ่งเป็นข้ออ้างสำคัญที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้นั้นจึงมิได้เป็นการตัดสินคดีตามข้อหาในฟ้องของโจทก์ทุกข้อเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142,246

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ตึกส่วนควบที่ดิน & สัญญาเช่าที่เจ้าของร่วมไม่ได้ยินยอม
เจ้าของที่ดินทำสัญญากับผู้เช่าให้ผู้เช่าปลูกตึกคนกรีตลงในที่ดินของตนโดยให้ผู้เช่าเป็นผู้ออกเงินค่าปลูกสร้างเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แล้วเจ้าของที่ดินยอมให้ผู้เช่าเช่าตึกนั้นมีกำหนด 3 ปี ดังนี้ เป็นเพียงผู้เช่าออกเงินค่าก่อสร้างไปแทนเจ้าของที่ดินเท่านั้น ตามลักษณะของทรัพย์ที่เป็นตึก จะแยกจากที่ดินไปได้ ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน จึงตกเป็นของเจ้าของที่ดินด้วย
การที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์มาแต่แรกแต่คนเดียวเอาทรัพย์ให้ผู้อื่นเช่าแล้วเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งมาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาเช่าโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอม จากตนและเจ้าของร่วมคนที่ฟ้องจะต้องนำสืบว่าตนและเจาของร่วมคนอื่นอีกคนหนึ่งไม่ได้ยินยอมและผู้เช่าผู้เป็นคู่สัญญาก็รู้ถึงความเห็นส่วนมากของเจาของร่วมนี้ด้วย ึงจะพ้นจากความรับผิดได้
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับเงินค่าก่อสร้างตึกที่จำเลยออกแทนไป เพื่อขับไล่จำเลยออกจากตึกนี้ แต่เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะขับไล่ทั้งจำเลยก็มิได้ขอเรียกเงินจำนวนนี้จากโจทก์จึงเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะใช้เขาหรือไม่ ไม่ใช่คำบังคับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยกทรัพย์สินด้วยวาจาและผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ เมื่อยังไม่มีการส่งมอบและครอบครองไม่ถึง 10 ปี
พูดยกเรือนและครัวซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้กันด้วยปากเปล่า ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนและไม่ได้ส่งมอบ แม้ต่อมาจะเข้าครอบครองก็ยังไม่ถึง 10 ปี กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิมอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยกทรัพย์สินให้ด้วยวาจาต้องมีการส่งมอบและครอบครองเกิน 10 ปี จึงมีผลผูกพัน
พูดยกเรือนและครัวซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้กันด้วยปากเปล่า ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนและไม่ได้ส่งมอบ แม้ต่อมาจะเข้าครอบครองก็ยังไม่ถึง 10 ปีกรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิมอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดและครอบครองเกิน 10 ปี ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย
ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดไว้เอง โดยมีข้อตกลงว่าจะยอมให้ผู้อื่นซื้อไปได้ในเมื่อเอาเงินมาชำระให้ตนนั้น ไม่ใช่เรื่องซื้อที่ดินแทนผู้อื่นในทางเป็นตัวแทน แต่เป็นสัญญาในทางซื้อขาย ฉะนั้นเมื่อได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมาเกินสิบปีแล้วแม้ยังไม่ได้โอนโฉนดที่ดินก็ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิแก่ผู้ ซื้อตามมาตรา 1382

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดและครอบครองเกินสิบปี ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย
ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดไว้เอง โดยมีข้อตกลงว่าจะยอมให้ผู้อื่นซื้อไปได้ในเมื่อเอาเงินมาชำระให้ตนนั้น ไม่ใช่เรื่องซื้อที่ดินแทนผู้อื่นในทางเป็นตัวแทน แต่เป็นสัญญาในทางซื้อขาย ฉะนั้นเมื่อได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมาเกินสิบปีแล้วแม้ยังไม่ได้โอนโฉนดที่ดินก็ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ซื้อตามมาตรา1382

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้กรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์หลังแจ้งเจตนาซื้อขายและการครอบครองนานกว่า 10 ปี
การที่จำเลยซึ่งเป็นบุตรของเจ้าหนี้ซึ่งยึดถือนาพิพาทมีโฉนดไว้ทำต่างดอกเบี้ย ได้แจ้งแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ว่า มารดาได้ยกนาพิพาทนั้นให้แล้ว จำเลยจะเอาเป็นกรรมสิทธิ์และยอมเพิ่มเงินให้โจทก์ ซึ่งฝ่ายโจทก์ก็ตกลง แต่การโอนทะเบียนขัดข้องจำเลยไม่ได้ให้เงินที่เพิ่มนั้นแก่โจทก์ จำเลยคงครอบครองนาพิพาทตลอดมากว่า 10 ปีแล้ว ดังนี้ถือว่า จำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองแทนเป็นครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของตั้งแต่แจ้งแก่โจทก์ดังกล่าว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้กรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์: ภาระการพิสูจน์ระยะเวลาครอบครองเมื่อถูกโต้แย้ง
โจทก์ฟ้องว่าได้ซื้อที่ดินมีโฉนดจากจำเลยไม่ได้โอนทะเบียนครอบครองมากว่า 10 ปี จำเลยได้เถียงว่า โจทก์ครอบครองไม่ถึง 10 ปี ดังนี้ตกหน้าที่โจทก์นำสืบ หากโจทก์สืบไม่ได้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทมาถึง 10 ปี โจทก์ก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครอง และศาลพิพากษายกฟ้อง
of 216