คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
สัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,361 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าซื้อ - การชำระหนี้ - ผลกระทบต่อผู้ค้ำประกัน - การยกฟ้อง
จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา แม้มิได้ อุทธรณ์ฎีกา แต่คดีเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อัน ไม่อาจ แบ่งแยกได้ เมื่อจำเลยที่1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ก็ให้ คำพิพากษามีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ด้วยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245(1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2554/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบพยานนอกประเด็นข้อพิพาทในคดีสัญญา กู้ยืมเงิน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปแล้วไม่ชำระหนี้ จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้ ลายมือชื่อผู้กู้ในหนังสือสัญญากู้ยืมท้ายฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย สัญญาดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ดังนี้ คดีมีประเด็นเพียงว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องหรือไม่การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว เป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อพิพาท รับฟังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประนีประนอมยอมความ: ระงับข้อพิพาทละเมิด สิทธิเรียกร้องสิ้นสุด
จำเลยขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์โจทก์เสียหายโจทก์จำเลยได้ตกลงเกี่ยวกับค่าเสียหายซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกไว้และโจทก์จำเลยได้ลงลายมือชื่อแล้วข้อตกลงมีความว่าจำเลยยินยอมซ่อมรถยนต์ของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิมและจำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 400 บาท จนกว่าจะซ่อมรถยนต์เสร็จจึงเป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทอันเกิดจากมูลละเมิดให้เสร็จไปถึงแม้จะกำหนดให้จำเลยจัดการซ่อมรถยนต์ของโจทก์แทนที่จะให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินโดยตรงก็เป็นการตกลงกันให้จำเลยชำระหนี้ด้วยการกระทำซึ่งอาจมีการบังคับชำระหนี้กันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา194,213
เมื่อข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลละเมิดย่อมสิ้นไปชอบที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิดอีกหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2385/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเล่นแชร์: ความสัมพันธ์ระหว่างลูกวงและนายวง, ความรับผิดทางสัญญา
โจทก์จำเลยเล่นแชร์ซึ่งมี ช. เป็นนายวง ลูกวงแชร์ทุกคนจึงมิใช่คู่สัญญาซึ่งกันและกัน แต่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ ช. เมื่อมิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยซึ่งเป็นลูกวงแชร์ด้วยกัน. ช.ก็มิใช่ตัวแทนรับเช็คพิพาทแทนโจทก์ และไม่มีหนี้ที่โจทก์จะต้องชำระให้จำเลยอันเนื่องมาจากการเล่นแชร์ การที่จำเลยรับเงินค่าแชร์ที่ประมูลได้จาก ช. ไม่ครบ ก็จะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่ ช. โดยตรง เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทจาก ช. โดยคบคิดกันฉ้อฉล จำเลยจึงไม่อาจอาศัยความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยกับ ช. มาเป็นข้อต่อสู้ให้พ้นความรับผิดได้
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 308-309/2511 และ 2543-2547/2521)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2338/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและหลักประกัน: ลักษณะสัญญาต่างตอบแทนและอายุความ 10 ปี
บริษัท อ. ทำสัญญากับโจทก์รวม 3 ฉบับโดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ค้ำประกันสัญญาทั้ง 3 ฉบับระหว่างโจทก์และบริษัท อ. มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งกันและกัน โดยบริษัท อ.ต้องการเก็บกำไรจากการซื้อหุ้นแต่บริษัทอ. ไม่มีเงินจึงขอเบิกเงินจากโจทก์ทำนองเบิกเงินเกินบัญชี เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นแต่ถ้าโจทก์จ่ายเงินให้บริษัท อ. ไปซื้อหุ้นด้วยตนเองแล้วโจทก์จะไม่มีหลักประกัน โจทก์จึงทำหน้าที่ซื้อหุ้นตามคำสั่งของบริษัท อ. เพื่อยึดใบหุ้นเป็นหลักประกันและตีราคามูลค่าหุ้นที่ยึดไว้เป็นหลักประกันเพียงร้อยละ75 ส่วนอีกร้อยละ 25 บริษัท อ. ต้องเอาเงินมาฝากเข้าบัญชีกับโจทก์ และถ้าหุ้นมีมูลค่าลดลงต่ำกว่าร้อยละ 75 บริษัท อ. ต้องเพิ่มเงินฝากเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 25 เพื่อให้โจทก์มีหลักประกันเต็มจำนวนร้อย ผลประโยชน์ที่โจทก์ได้รับตามสัญญาคือได้ดอกเบี้ยและค่าชักส่วนลด จากยอดเงินที่บริษัท อ.เป็นหนี้โจทก์ส่วนบริษัทอ. มีเงินเพียงร้อยละ 25 ก็สามารถซื้อหุ้นมีมูลค่าเต็มจำนวนร้อยเพื่อหวังเก็บกำไรได้ การที่โจทก์ซื้อหุ้นแทนบริษัท อ. นั้น. เป็นเพียงข้อตกลงส่วนหนึ่งของสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัท อ. เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์เท่านั้นไม่อาจแยกออกเป็นเอกเทศได้ การที่โจทก์ฟ้องเรียกหนี้ที่บริษัท อ. เป็นหนี้ตามสัญญาดังกล่าว จึงไม่เข้าลักษณะเอกเทศสัญญาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 ซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงมีอายุความ 10 ปีตามมาตรา 164 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2524)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับอนุญาตเบื้องต้น แม้ต่อมามีข้อพิพาท ถือเป็นการละเมิดทางแพ่ง ไม่ใช่บุกรุก
โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถวพิพาท ซ. ได้ทำสัญญาจะซื้อตึกแถวนั้นจากโจทก์ร่วม แล้วเอามาให้จำเลยเช่าการที่จำเลยเข้าอยู่ในตึกแถวพิพาท จึงเป็นการเข้าอยู่โดยโจทก์ร่วมรู้เห็นยินยอมและได้รับอนุญาตจากโจทก์ร่วมโดยปริยายมาแต่แรกแล้ว แม้ต่อมาโจทก์ร่วมจะบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายกับ ซ. ในภายหลังและขอให้จำเลยออกจากตึกแถวพิพาทจำเลยไม่ยอมออกก็ตาม ก็เป็นเพียงการอยู่โดยละเมิดในทางแพ่งเท่านั้น หาเป็นความผิดฐานบุกรุกไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2248/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประนีประนอมยอมความระงับหนี้ละเมิด: ศาลยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยให้อย่างเดียวกับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 อยู่แล้วว่ามูลหนี้ละเมิดระงับหรือไม่ แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
บันทึกที่สถานีตำรวจมีข้อตกลงว่า ฝ่ายจำเลยที่ 2 ยอมใช้ค่าเสียหายตามที่ฝ่ายโจทก์เรียกร้องทั้งสิ้นเป็นเงิน35,268.60 บาท คู่กรณีไม่ติดใจที่จะฟ้องร้องกันในทางแพ่ง อาญา ถ้าหากผิดสัญญาคู่กรณีจะฟ้องกันเองในทางแพ่ง ข้อตกลงนี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ
จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์ แล้วจำเลยที่ 2 และผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จึงมีผลให้มูลหนี้ละเมิดระงับสิ้นไป โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองตามมูลหนี้ละเมิดอีกไม่ได้ชอบที่จะฟ้องจำเลยที่ 2 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2244/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกโดยสัญญา และสิทธิของเจ้าของรวมในการใช้ประโยชน์ที่ดิน
เมื่อโจทก์จำเลยตกลงแบ่งปันมรดกโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือว่ายินยอมรับมรดกร่วมกันโดยมิได้บรรยายส่วนไว้ จำเลยจะนำสืบว่าความจริงโจทก์จำเลยตกลงรับมรดกที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่มารดาชี้เขตไว้หาได้ไม่ เพราะเป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 94 ต้องฟังว่าโจทก์ และจำเลยทุกคนซึ่งเป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 จำเลยทำนาเสียทั้งหมด ไม่ยอมให้โจทก์ทำตามส่วนของโจทก์ โจทก์เรียกค่าเสียหายได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2164-2173/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเล่นแชร์ดอกตาม: สิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยของผู้รับเงินในงวดหลัง
การเล่นแชร์ประเภทดอกตาม คือผู้ที่เปียได้ไปแล้วจะต้องส่งดอกเบี้ยพร้อมกับต้นเงินแชร์เป็นงวด ๆ จนกว่าจะครบกำหนดนั้น ผู้เล่นที่มีสิทธิรับเงินในงวดต่อ ๆ ไปย่อมมีสิทธิได้ดอกเบี้ยในการประมูลครั้งก่อน ๆ เป็นผลประโยชน์ตอบแทน การให้ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงเป็นข้อตกลงอย่างหนึ่งของสัญญาเล่นแชร์ ผู้มีสิทธิรับค่าแชร์ในภายหลังย่อมมีสิทธิเรียกได้ตามสัญญานั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2157/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัสต์รีซีทกับการโอนกรรมสิทธิ์สินค้าเพื่อชำระหนี้: การหักหนี้ที่ถูกต้องตามสัญญา
จำเลยทำสัญญาทรัสต์รีซีท (ใบรับสินค้าเชื่อ) ให้ไว้กับโจทก์เพื่อรับเอกสารการส่งสินค้าไปออกสินค้าจากท่าเรือเพื่อนำไปจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ ดังนี้ การทำสัญญาทรัสต์รีซีทนั้น เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือเงินค่าขายสินค้าไปเป็นของโจทก์ เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าตามตั๋วแลกเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิตและตามสัญญาทรัสต์รีซีท แม้จำเลยจะเป็นผู้ครอบครองสินค้าหรือเงินค่าขายสินค้าไว้ ก็เป็นการครอบครองหรือยึดไว้แทนโจทก์เพื่อชำระหนี้ดังกล่าวเท่านั้นเงินที่ขายได้ต้องหักชำระหนี้ค่าสินค้าและอุปกรณ์แก่โจทก์ เงินเหลือคืนให้จำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเอาเงินที่ขายสินค้าได้ไปหักกับหนี้รายอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีท
of 337