พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1127/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลและการพิพาทกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน: คดีเกินอำนาจศาลแขวงเนื่องจากราคาเกินเกณฑ์
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของบิดา บิดาตาย จึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า โรงเรือนพิพาทไม่ใช่ของบิดาโจทก์เป็นโรงเรือนที่จำเลยร่วมกับผู้มีชื่อออกเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานกุศลกิจดังนี้ เป็นคดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนพิพาทนั้น เมื่อโรงเรือนพิพาทมีราคาถึง 6000 บาท คดีก็เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้
โจทก์ฟ้องคดีเกินอำนาจศาลแขวงต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกอำนาจศาลขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลแขวงนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวศาลสูงก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
โจทก์ฟ้องคดีเกินอำนาจศาลแขวงต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกอำนาจศาลขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลแขวงนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวศาลสูงก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: สิทธิครอบครองตามมาตรา 1369/1370 ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ โจทก์ต้องพิสูจน์เจตนาเป็นเจ้าของ
โจทก์ฟ้องว่า มารดาจำเลยได้ทำสัญญาแบ่งขายที่ดินมีโฉนดให้โจทก์โจทก์ครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว มารดาจำเลยตาย ขอแสดงกรรมสิทธิ์ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นสัญญาจะขายโจทก์ฟ้องขาดอายุความ และว่าโจทก์ครอบครองโดยอาศัยบิดามารดาจำเลยไม่ใช่ครอบครองปรปักษ์ ทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยาน ดังนี้ถือว่าจำเลยรับเพียงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองตามมาตรา1369,1370 เท่านั้น ไม่ใช่ครอบครองปรปักษ์ โจทก์จะต้องนำสืบว่า ได้ครอบครองปรปักษ์ดังฟ้องตามมาตรา 1382 หากไม่สืบโจทก์ต้องแพ้คดี (อ้างฎีกาที่ 521/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีและการส่งมอบเอกสารสิทธิเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ตามคำพิพากษา
ทำสัญญากู้เงินเขาแล้วมอบใบแทนโฉนดตราจองซึ่งมีชื่อผู้กู้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ภายหลัง ผู้กู้ถูกผู้อื่นฟ้องอ้างว่า ผู้กู้แจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานใส่ชื่อผู้กู้ในโฉนดผู้กู้จึงยอมความในศาล ยอมรับว่าที่ดินนั้นเป็นของผู้อื่นนั้น และยอมให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินทำการเพิกถอนการโอนที่ผู้กู้ก่อขึ้นเสียและจดทะเบียนโอนมาเป็นของผู้อื่นที่ฟ้องนั้นดังนี้ เมื่อปรากฏว่าใบแทนโฉนดอยู่ที่ผู้ให้กู้ยึดถือไว้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะหมายเรียกใบแทนโฉนดนั้นมาจากผู้ให้กู้เพื่อจัดการตามคำบังคับได้ แต่ถ้าศาลหรือเจ้าพนักงานมิได้จัดการดังกล่าวนั้น ผู้ชนะคดีก็ย่อมฟ้องผู้ให้กู้เป็นจำเลย ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ให้กู้ส่งใบแทนโฉนดนั้นมาเพื่อจัดการให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีก่อนนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้โอนโฉนดหลังครอบครอง ย่อมเป็นการรับรองกรรมสิทธิ์เดิมและทำลายสิทธิครอบครอง
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินและใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แทนโดยอ้างว่าซื้อที่พิพาทมาจากมารดาจำเลย แล้วครอบครองมา 10 ปีเศษ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าตอนที่จำเลยประกาศขอรับมรดกมารดานั้น โจทก์ยอมให้จำเลยโอนโฉนดรับมรดก ดังนี้จึงเท่ากับโจทก์รับรองกรรมสิทธิ์ของจำเลยและทำลายสิทธิครอบครองของโจทก์ก่อนวันโอนแก้โฉนดอยู่ในตัว โจทก์จึงจะต้องนำสืบให้ได้ความมั่นคงถึงเรื่องซื้อขายและเหตุที่ยอมให้จำเลยโอนรับมรดกไป มิฉะนั้นโจทก์ก็ชนะคดีไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการบุกรุก
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษจำเลยบุกรุกมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิไม่ โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิมาตามสัญญาซื้อขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องรบกวนการครอบครองได้ แม้ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ไม่โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิ์มาตามสัญญาซื้อขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมือเปล่าประเภทบ้านสวนต้องครอบครอง 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์
สำหรับที่ดินมือเปล่าที่มีสภาพเป็นที่บ้านที่สวนนั้น จำเลยจะยกการครอบครองปรปักษ์มาต่อสู้ได้ ก็ต่อเมื่อได้ครอบครองถึง 10 ปีแล้ว ถ้าครอบครองยังไม่ถึง 10 ปี ก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์
ทำหนังสือว่ายกที่ดินให้จำเลย แต่มีความต่อไปว่าจำเลยให้เงินตอบแทน 800 บาท ดังนี้เป็นการซื้อขายไม่ใช่พินัยกรรม์
ทำหนังสือว่ายกที่ดินให้จำเลย แต่มีความต่อไปว่าจำเลยให้เงินตอบแทน 800 บาท ดังนี้เป็นการซื้อขายไม่ใช่พินัยกรรม์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่การพิสูจน์กรรมสิทธิ์: ผู้กล่าวอ้างการซื้อทรัพย์ต้องพิสูจน์ก่อนหากถูกฟ้องเรื่องยืม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยยืมเสาไป จำเลยปฏิเสธว่ามิได้ยืมแม้จะอ้างว่าซื้อไป ก็เป็นการโต้เถียงกรรมสิทธิในทรัพย์ที่ตนเป็นผู้ครอบครองอยู่ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะสืบก่อน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระการพิสูจน์ในคดีทรัพย์สิน: ผู้กล่าวอ้างกรรมสิทธิ์มีหน้าที่พิสูจน์ก่อน
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยยืมเสาไป จำเลยปฏิเสธว่ามิได้ยืมแม้จะอ้างว่าซื้อไป ก็เป็นการโต้เถียงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ตนเป็นผู้ครอบครองอยู่จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะสืบก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน ไม่ก่อให้เกิดสิทธิยึดถือ เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิเรียกคืนได้
มอบที่ดินให้เจ้าหนี้ทำกินต่างดอกเบี้ยโดยทำสัญญากันเอง ไม่ได้จดทะเบียนแต่อย่างใด ย่อมไม่มีผลสมบูรณ์ที่จะใช้บังคับให้เกิดสิทธิยึดถือไว้ เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ติดตามเอาคืน โดยขอชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เจ้าหนี้ต้องคืนที่ดินให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไป
คำพิพากษาคดีอาญาศาลชั้นต้นที่ศาลสูงได้พิพากษากลับแล้วนั้นจะนำเอาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยรับชำระหนี้ 300 บาท และคืนนาให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่ากู้กัน 1300 บาท ไม่ใช่ 300บาท ดังนี้ จำนวนหนี้ที่แท้จริงจะบังคับกันได้หรือไม่และจะเป็นจำนวนมากกว่า 300 บาทหรือเท่าใดนั้นจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ใช้เงินอันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลจึงไม่วินิจฉัยปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ให้
(อ้างฎีกา1283/2480,231/2482)
คำพิพากษาคดีอาญาศาลชั้นต้นที่ศาลสูงได้พิพากษากลับแล้วนั้นจะนำเอาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยรับชำระหนี้ 300 บาท และคืนนาให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่ากู้กัน 1300 บาท ไม่ใช่ 300บาท ดังนี้ จำนวนหนี้ที่แท้จริงจะบังคับกันได้หรือไม่และจะเป็นจำนวนมากกว่า 300 บาทหรือเท่าใดนั้นจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ใช้เงินอันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลจึงไม่วินิจฉัยปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ให้
(อ้างฎีกา1283/2480,231/2482)