คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
อำนาจศาล

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,218 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แก้ไขคำพิพากษาที่ผิดพลาด: ศาลมีอำนาจแก้การคำนวณโทษที่ผิดพลาดได้ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๙๐ โดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขคำพิพากษา
คำพิพากษาซึ่งมีคำวินิจฉัยให้ลดโทษฐานปราณีให้จำเลยแต่ศาลหลงลืมมิได้หักลดโทษให้ตรงกับความเป็นจริงนั้นศาลมีอำนาจแก้ไขข้อผิดพลาดหลงลืมนี้ให้ถูกต้องได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2489

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการตีความรัฐธรรมนูญและขอบเขตของกฎหมายที่ใช้ย้อนหลัง
รัฐธรรมนูญมาตรา 62 ซึ่งบัญญัติว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งสิทธิเด็ดขาดในการตีความแห่งรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่เป็นข้อบัญญัติตัดอำนาจศาลที่จะตีความบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ศาลจึงมีอำนาจตีความบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญได้
ในการใช้หรือบังคับตามกฎหมายนั้น ศาลย่อมต้องแปลหรือตีความหมายของกฎหมาย หากไม่ให้ศาลแปล ศาลก็ย่อมใช้กฎหมายไม่ได้
รัฐธรรมนูญ มาตรา 14 มีข้อความรับรองถึงเสรีภาพของบุคคลในการต่างๆ ดังระบุไว้นั้น มีความหมายรับรองถึงเสรีภาพในการกระทำด้วย
คำว่ามีเสรีภาพบริบูรณ์ในร่างกายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 14นั้นมีความหมายว่า ไม่ให้ใครมาทำอะไรแก่เราและหมายถึงเราจะทำอะไรก็ได้ด้วย หากการนั้นอยู่ภายในบังคับของกฎหมาย
คำว่าภายในบังคับแห่งกฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 14 นั้นหมายถึงว่าไม่มีกฎหมายห้ามไว้ โดยตรงหรือโดยอ้อม และหมายถึงบทกฎหมายที่มีอยู่ในเวลานั้น ไม่ใช่หมายถึงบทกฎหมายที่จะมีมาภายหน้า
กฎหมายใดบัญญัติย้อนหลัง ลงโทษการกระทำ การเขียนการพูดฯลฯ ที่แล้วมา ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 14 กฎหมายนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ จะใช้บังคับไม่ได้
พระราชบัญญัติอาชญากรสงครามเฉพาะที่บัญญัติย้อนหลังนั้น ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 14 จึงเป็นโมฆะส่วนบทบัญญัติที่ว่าด้วยการกระทำหลังจากใช้พระราชบัญญัตินี้แล้ว เป็นอันใช้บังคับได้โดยสมบูรณ์
สภาผู้แทนราษฎรอาจออกกฎหมายย้อนหลังได้ต่อเมื่อกฎหมายที่ให้ย้อนหลังนั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เช่นพระราชบัญญัติงบประมาณ
ศาลเป็นผู้มีอำนาจที่จะชี้ขาดกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าเป็นโมฆะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 61 ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติอาชญากรสงครามอย่างเดียว เมื่อศาลเห็นว่า จะลงโทษตามพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามไม่ได้แล้ว ก็ไม่ต้องพิจารณาว่า จำเลยจะมีความผิดตามกฎหมายอื่นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาล: ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของเจ้าพนักงานต้องฟ้องศาลทหารตามประกาศกองบัญชาทหารสูงสุด แม้โจทก์ขอโทษฐานอื่น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานยักยอกในหน้าที่ด้วยเจตนาทุจริต แต่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.319 แต่บทเดียวไม่ได้ขอให้ลงโทษตาม ม.131 ด้วยเมื่อความผิดของจำเลยเป็นความผิดตาม ม.131 ก็ต้องฟ้องยังศาลทหารฟ้องยังศาลพลเรือนไม่ได้ เพราะประกาศกองบัญชาทหารสูงสุด ฯลฯ ใช้คำว่า "ความผิดตาม ม.129 ถึง 146 ให้ฟ้องยังศาลทหาร.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษจำเลยหลังการให้การ - สิทธิโจทก์ & อำนาจศาล
โจทก์ยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องขอเพิ่มโทษจำเลยในเวลาได ๆ ก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้
โจทก์ขอเพิ่มโทษแต่จำเลยไม่ได้ให้การ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ศาลก็มีอำนาจสอบถามคำให้การเรื่องเคยต้องโทษได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษจำเลยหลังยื่นฟ้อง และอำนาจศาลในการสอบถามประวัติโทษ
โจทก์ยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องขอเพิ่มโทษจำเลยในเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้
โจทก์ขอเพิ่มโทษแต่จำเลยไม่ได้ให้การ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ศาลก็มีอำนาจสอบถามคำให้การเรื่องเคยต้องโทษได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกันเขตที่ดิน: คำให้การประมาณการ และอำนาจศาลในการบังคับให้กันเขตตามหลักวิชา
ที่ภายในเส้นสีแดงซึ่งโจทก์ยกเว้นไม่ขับไล่จำเลย ในฟ้องว่ามี 61 ไร่เศษ จำเลยว่ามี 76 ไร่จำเลยแถลงรับในรายงานพิจารณาว่ามีประมาณ 75 ไร่เศษ เมื่อสืบพยานแล้ว ศาลฟังว่ามี 61 ไร่เศษ ได้เพราะคำแถลงของโจทก์เป็นแต่ประมาณ
ในคำพิพากษาว่า ถ้ามีปัญหาในเรื่องกันเขตก็ให้เจ้าหน้าที่กันเขตให้ตรงตามหลักวิชาแผนที่ให้ได้เนื้อที่ดังระบุในคำพิพากษานั้น นับว่าเป็นคำบังคับที่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดุลพินิจการริบเครื่องมือจับสัตว์น้ำ: อำนาจศาลเทียบเคียงเจ้าพนักงาน
ควรริบเครื่องมือจับสัตว์น้ำหรือไม่ พระราชบัญญัติอากรค่าน้ำให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าพนักงานจึงอยู่ในดุลพินิจของศาลเช่นเดียวกัน อ้างฎีกาที่ 617/2479

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดินรกร้าง การฟ้องแสดงกรรมสิทธิ และขอบเขตอำนาจศาลในการพิพากษา
ที่ดินซึ่งเดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่านั้น บุคคลอาจได้มาตามกฎหมายที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1334 เมื่อผู้ครอบครองอยู่แสดงในข้อนั้นไม่ได้และไม่ปรากฏว่าเป็นที่ของผู้อื่นซึ่งตนได้มาโดยอายุความตาม มาตรา 1382 แล้ว ก็ต้องฟังว่ามีเพียงสิทธิครอบครอง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ ได้ความว่าโจทก์มีเพียงสิทธิครอบครองศาลก็สั่งแสดงว่ามีสิทธิครอบครอง ได้ ฟ้องขอให้สั่งแสดงกรรมสิทธิโดยมิได้กล่าวว่าจำเลยยึดถือทรัพย์อยู่และเรียกเอาคืนจากจำเลยดังนี้ ศาลจะพิพากษาขับไล่จำเลยไม่ได้ เพราะกรณีไม่เข้ามาตรา 142(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำในความผิดเดียวกัน: ศาลทหารตัดสินแล้ว ไม่ฟ้องต่อศาลพลเรือนได้
กรนีที่เปนความผิดกะทงเดียวลเมิดกดหมายหลายบทและความผิดบางบทขึ้นสาลทหาน บางบทขึ้นสาลพลเรือนดังนี้ ถ้าได้ฟ้องจำเลยต่อสาลทหาน และสานทหานพิพากสาลงโทสจำเลยไนบทความผิดที่ขึ้นสาลทหานแล้ว จะมาฟ้องจำเลยต่อสาลพลเรือนไนความผิดบทที่ขึ้นสาลพลเรือนอีกไม่ได้ แม้ความผิดที่ขึ้นสาลพลเรือนจะเปนบทหนักว่าก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า, การป้องกันเกินสมควร, และอำนาจศาลอุทธรณ์
กะทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุธรน์ และแยกกันได้เด็ดขาดจากกะทงความผิดที่อุธรน์มานั้นย่อมถึงที่สุดเพียงสาลชั้นต้น สาลอุธรน์ไม่มีอำนาดพิจารานาพิพากสา
การที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตายอีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากตว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนไดเปน 2 กัมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกะทงเดียว
พรึติการน์ถือว่าป้องกันเกินสมควนแก่เหตุ.
of 222