พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,155 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินและบ้านเรือนเป็นเวลากว่า 10 ปีมีผลต่อกรรมสิทธิ์ตามคำท้า
คู่ความท้าอ้างนายกอนพยานปากเดียว คำท้ามีดังนี้'ถ้านายกอนให้การว่าโจทก์ปกครองที่ดินและเรือนรายพิพาทมากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยยอมให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินและเรือนรายพิพาททั้งหมด ถ้านายกอนให้การว่าโจทก์ปกครองเรือนและที่ดินมาไม่กว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ยอมยกที่ดินและเรือนให้จำเลยทั้งหมด' และนายกอนให้การได้ความว่าเดิมที่ดินบ้านเรือนเป็นของบิดามารดาโจทก์ เมื่อบิดามารดาโจทก์ตายแล้ว โจทก์จำเลยอยู่ในที่รายนี้ จำเลยเพิ่งออกจากบ้านไป 6 ปี ดังนี้ แสดงว่าตอนแรกโจทก์ปกครอง จึงสมข้างจำเลยจำเลยย่อมชนะคดีตามคำท้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกคืนกรรมสิทธิ์ในที่ดินสวน ต้องใช้มาตรา 1382 ไม่ใช่ 1375
ที่ดินเป็นที่สวนนั้นเป็นที่ซึ่งเจ้าของมีกรรมสิทธิ์จะนำมาตรา 1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาบังคับไม่ได้ เพราะมาตรา 1375 เป็นเรื่องฟ้องเรียกทรัพย์ที่มีสิทธิครอบครองคืนคดีนี้เป็นเรื่องฟ้องเรียกทรัพย์ซึ่งมีกรรมสิทธิ์คืน ซึ่งต้องบังคับตามมาตรา 1382
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์และการโอนที่ดินโดยไม่สุจริต
โจทก์ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382 แล้วได้ไปกู้เงินโดยเอาโฉนดที่พิพาทให้เจ้าหนี้ยึดไว้
จำเลยที่ 1 ลอบไปไถ่คืนเอาโฉนดมาจากเจ้าหนี้ของโจทก์แล้วโอนใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโดยโจทก์ไม่ทราบแล้วจำเลยที่ 1 ยังโอนยกให้จำเลยที่ 2 ผู้เป็นบุตรดังนี้ การโอนโฉนดลงชื่อจำเลยที่ 1 ก็ดีการโอนระหว่างจำเลยที่ 1 กับ ที่ 2 ก็ดี เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่มีค่าตอบแทนจำเลยทั้งสองจะยกมาตรา 1299,1300 ขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้
จำเลยที่ 1 ลอบไปไถ่คืนเอาโฉนดมาจากเจ้าหนี้ของโจทก์แล้วโอนใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโดยโจทก์ไม่ทราบแล้วจำเลยที่ 1 ยังโอนยกให้จำเลยที่ 2 ผู้เป็นบุตรดังนี้ การโอนโฉนดลงชื่อจำเลยที่ 1 ก็ดีการโอนระหว่างจำเลยที่ 1 กับ ที่ 2 ก็ดี เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่มีค่าตอบแทนจำเลยทั้งสองจะยกมาตรา 1299,1300 ขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีเกี่ยวข้องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ผู้ดูแลแทนเจ้าของไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าของที่ดินให้โจทก์อาศัยทำกินในที่ดิน จำเลยมาขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนาในที่ดินนี้ ขอให้สั่งห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้อง ดังนี้ สิทธิครอบครองที่ดินยังคงอยู่แก่เจ้าของ โจทก์เป็นได้อย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้อยู่ในฐานผู้แทนผู้ครอบครองตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1381 เท่านั้น โจทก์ไม่มีทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินนั้น เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าและกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง: ผู้ให้เช่าต้องแจ้งล่วงหน้าและปฏิบัติตามสัญญา
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโรงเรือนและรั้วสังกะสีซึ่งผู้เช่าปลูกขึ้นเป็นของโจทก์ ซึ่งตามสัญญาเช่าที่ดินมีความว่า 'บรรดารั้ว และโรงเรือนต่างๆที่ผู้เช่าได้ปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่าเมื่อจะครบกำหนดสัญญา 15 ปีแล้วผู้ให้เช่าไม่มีความประสงค์จะให้ผู้เช่ากระทำการต่อไปแล้ว ผู้ให้เช่าจะแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าก่อนกำหนด 15 ปี เป็นเวลา 6 เดือนเมื่อครบ 15 ปีแล้วผู้เช่าต้องรื้อถอนขนเอาไปให้หมดสิ้น ภายในเวลา 3เดือน ถ้าพ้น 3 เดือนไปแล้ว จะต้องตกเป็นของผู้ให้เช่า ผู้เช่าจะรื้อถอนขนเอาไปไม่ได้เป็นอันขาด' สัญญาข้อนี้หมายความว่าถ้าผู้ให้เช่าประสงค์จะไม่ให้อยู่เมื่อครบ 15 ปี ผู้ให้เช่าต้องบอกล่วงหน้า 6 เดือนและผู้เช่าต้องรื้อสิ่งปลูกสร้างไปภายใน 3 เดือน(แต่วันครบกำหนดตามสัญญาเช่า) มิฉะนั้นสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของผู้ให้เช่า เมื่อผู้ให้เช่ามิได้ปฏิบัติตามข้อสัญญาดังกล่าวแล้ว และเมื่อก่อนถึงกำหนด 3 เดือน ยังซ้ำให้บุคคลภายนอกเช่าแต่ที่ดินในราคาค่าเช่าเท่ากับสัญญาฉบับก่อนต่อมาอีก โดยไม่ได้ระบุถึงสิ่งปลูกสร้างเลยดังนั้น โดยข้อความตามสัญญาก็ดี โดยพฤติการณ์ที่ปฏิบัติก็ดี โจทก์จะถือว่าสิ่งปลูกสร้างรายนี้ตกเป็นของโจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอเปลี่ยนชื่อในโฉนดไม่ใช่การเรียกคืนกรรมสิทธิ์ จึงไม่ต้องตีราคาที่ดินเพื่อเสียค่าขึ้นศาล
โจทก์ฟ้องอ้างว่ากรรมสิทธิในที่ดินเป็นของโจทก์ ขอให้เปลี่ยนชื่อในโฉนดโดยถอนชื่อจำเลย ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นตัวแทนออก ใส่ชื่อโจทก์แทน ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการเรียกกรรมสิทธิคืน คำฟ้องจึงยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์คำนวณเป็นราคาเงินได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขอเปลี่ยนแปลงชื่อในโฉนดไม่ใช่การเรียกคืนกรรมสิทธิ์ จึงไม่เป็นการฟ้องเพื่อปลดเปลื้องทุกข์
โจทก์ฟ้องอ้างว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของโจทก์ ขอให้เปลี่ยนชื่อในโฉนดโดยถอนชื่อจำเลย ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นตัวแทนออกใส่ชื่อโจทก์แทน ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการเรียกกรรมสิทธิ์คืน คำฟ้องจึงยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์คำนวณเป็นราคาเงินได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนสัญญาโอนที่ดินและการเรียกคืนกรรมสิทธิ์: คดีมีทุนทรัพย์
โจทก์ ฟ้องอ้างว่าโจทก์ได้ให้ที่ดินแก่จำเลยไปแล้วโจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาให้ ดังนี้ ความประสงค์ก็คือเอากรรมสิทธิ์ ซึ่งโจทก์ว่าได้โอนไปให้ แล้วกลับคืนมานั่นเอง ดังจะเห็นได้จากคำขอที่ให้ถอนชื่อจำเลยออกเสียจากโฉนด คงชื่อไว้แต่โจทก์ผู้เดียวนั้น เป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืนและเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจากการครอบครอง โดยมีเอกสารยกที่ดินที่ไม่สมบูรณ์และระยะเวลาครอบครองที่แตกต่างกัน
หนังสือยกให้ที่ดิน แม้จะไม่สมบูรณ์เพราะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และมิใช่พินัยกรรม เพราะไม่มีข้อกำหนดเผื่อตายก็ตาม ก็ยังเป็นการแสดงเจตนาว่าเจ้าของที่ดินได้สละสิทธิครอบครองให้แก่ผู้รับแล้ว
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ์
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปี ย่อมได้สิทธิ
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ์
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปี ย่อมได้สิทธิ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ของกลางที่โต้แย้ง: ศาลไม่คืนของกลางให้ผู้กล่าวอ้างหากมีข้อพิพาทกรรมสิทธิ์
ในคดีลักทรัพย์ ของกลางจึงมีการโต้แย้งกรรมสิทธิกันอยู่ ศาลจะสั่งคืนให้แก่เจ้าทรัพย์หาชอบไม่.